อันดามันแปรปรวน! แมงกะพรุนนับแสนโผล่ชายหาดระนอง

อันดามันแปรปรวน! แมงกะพรุนนับแสนโผล่ชายหาดระนอง

คลื่นลมทะเลอันดามันแปรปรวน จากช่วงรอยต่อของมรสุม แมงกะพรุนนับแสนโผล่เกลื่อนชายหาดระนอง ชาวบ้านแห่จับขาย เตือนระวังแมงกะพรุนไฟมีพิษอันตราย

นายสมชาย หัสจักร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชน ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงรอยต่อฤดูและการเปลี่ยนของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เข้าสู่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ช่วงอากาศเย็นหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว ปรากฏว่าทำให้แมงกะพรุนที่อาศัยในทะเลอันดามันได้โผล่บริเวณแนวชายหาดใน อ.กะเปอร์ ตลอดแนวเป็นระยะหว่าง 50 กม.มีจำนวนมากกว่าทุกๆปีไม่ต่ำกว่าแสนตัว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทะเลมีสีชมพูสวยงามตามสีของแมงกะพรุนหนัง สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างที่แห่มาชมปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมากในแต่ละวันโดยเฉพาะบริเวณหาดบางเบน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ระนองพบมีแมงกะพรุนหนังลอยอยู่เหนือผิวน้ำหลายหมื่นตัวตลอดแนวชายหาด

นายสมชาย กล่าวว่า ในช่วงดังกล่าวของทุกปีจะพบมีแมงกะพรุนลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำเป็นจำนวนมาก แต่ในปีนี้พบว่ามีมากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา และแมงกะพรุนที่พบส่วนใหญ่เป็นตัวที่ยังไม่เจริญวัยเต็มที่ ยังไม่สามารถจับขายได้ แต่ก็มีจำนวนมากที่เป็นตัวแก่ที่ชาวบ้านสามารถจับขายได้ โดยพบมีพ่อค้าเริ่มเข้ามาตั้งจุดรับซื้อ ในขณะที่ราคาซื้อขายอยู่ที่ตัวละ3บาท สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านชายฝั่งวันละ1-2พันบาท

นายสมชาย กล่าวอีกว่า แมงกะพรุนที่พบส่วนใหญ่เป็นแมงกะพรุนหนังมีร่างกายเป็นก้อนคล้ายวุ้นโปร่งใส ไม่มีสี มีรูปร่างคล้ายร่ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร บริเวณขอบร่มเป็นริ้วตรงกลางด้านเว้ามีส่วนยื่นออกไปเป็นช่อคล้ายดอกกะหล่ำที่มีปากอยู่ตรงกลางแมงกะพรุนหนังดำรงชีวิตเป็นแพลงก์ตอน ไม่สามารถว่ายน้ำได้เอง แต่จะมีการเคลื่อนที่ด้วยการล่องลอยไปตามกระแสน้ำและการพัดพาไปตามคลื่นลมโดยแมงกะพรุนหนังจัดเป็นแมงกะพรุนที่สามารถรับประทานได้ ชาวประมงจะจับกันในเวลากลางคืน ด้วยการล่อด้วยแสงไฟสีเขียว

เมื่อได้แล้วจะนำไปล้างด้วยโซเดียมไบคาร์บอเนตและสารส้ม เพื่อให้เมือกหลุดจากตัวแมงกะพรุนและทำให้มีเนื้อที่แข็งขึ้น ก่อนจะนำไปพักไว้ เพื่อปรุงหรือเป็นส่วนผสมในอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น ยำ,เย็นตาโฟ หรือสุกี้อย่างไรก็ตาม แมงกะพรุนหนังก็ยังมีเข็มพิษที่มีพิษอยู่เช่นกันทุกชนิด แต่ทว่ามีพิษไม่ร้ายแรง เพียงโดนแล้วทำให้เกิดอาการระคายเคืองเท่านั้นส่วนแมงกะพรุนที่พบอีกชนิดแต่มีจำนวนน้อยคือแมงกะพรุนไฟ ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตทางกลุ่มท่องเที่ยวได้มีการแจ้งเตือนให้แก่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้รับทราบถึงวิธีการสังเกตุ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากโดนพิษ

สำหรับแมงกะพรุนไฟ มีลักษณะทั่วไปคล้ายร่ม แต่มีสีลำตัวและหนวดเป็นสีแดงสดหรือสีส้ม ด้านบนมีจุดสีขาวอยู่ทั่วไป สังเกตได้ง่าย ปากและหนวดยื่นออกมาทางด้านล่างหรือด้านท้อง เส้นหนวดมีจำนวนมากเป็นสายยาวกว่าลำตัว พบในทะเลทั้งบริเวณชายฝั่งและไกลฝั่ง ในช่วงฤดูมรสุมอาจพบได้ในเขตน้ำกร่อย จัดเป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงมากอีกจำพวกหนึ่ง เมื่อโดนต่อยจากเข็มพิษแล้วจะมีอาการเจ็บปวดที่บริเวณบาดแผล จะมีอาการเจ็บ ปวดบริเวณบาดแผลอย่างรุนแรงภายในระยะเวลา 2-3 นาที บางครั้งอาจพบหนวดแมงกะพรุนขาดติดอยู่บนผิวสัมผัส ผิวหนังมีแนวผื่นแดง หรือรอยไหม้ ตามรอยหนวด ปวดแสบปวดร้อน บวมแดงจากการอักเสบและอาจเป็นหนองจากการติดเชื้อสำทับ อาการบวมแดงอาจหายไปได้ในเวลาไม่ช้า แต่รอยไหม้และรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะต้องใช้เวลารักษานานหลายปี หรืออยู่ถาวรตลอดไป 

นอกจากนี้ อาจมีอาการไอ,น้ำมูกและน้ำตาไหล และอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น เหงื่อออกมาก กล้ามเนื้อเป็นตะคริว,อ่อนเพลีย และหมดสติ ส่วนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนพิษให้ล้างด้วยน้ำทะเลจนสะอาดจากนั้นให้ราดด้วยน้ำส้มสายชูทันที ซึ่งขณะนี้เรือนำเที่ยวทุกลำของกลุ่มฯได้นำน้ำส้มสายชูติดไว้ในลำเรือตลอดเวลาเพื่อไว้ใช้ล้างพิษให้กับผู้ที่โดนพิษได้ทันท่วงที นอกจากนี้ได้แจ้งให้นักท่องเที่ยวพกน้ำส้มสายชูติดตัวหากออกไปท่องเที่ยวชายหาดหรือทำกิจกรรมในทะเล