"ดีเจเพชรจ้า" เงิบ เจอหลักฐานโพสต์ภาพเบียร์ในไอจีเพียบ จนท.นำมาแสดงปึกใหญ่ เจ้าตัวลั่นเลิกโพสต์ภาพน้ำเมา พร้อมช่วยรณรงค์ลด ละ เลิก
นายวิเชียร กุศลมโนมัย หรือ ดีเจเพชรจ้า กล่าวก่อนเข้าให้ข้อมูลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กรณีโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงในอินสตาแกรม(ไอจี)ส่วนตัว ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานโฆษณา ตาม.พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ว่า ที่ผ่านมาก็ได้อธิบายไปแล้วว่าไม่ได้รับเงินในการโพสต์ภาพ แต่โพสต์เพราะเป็นไลฟ์สไตล์ของตนเองอยู่แล้ว ที่ชอบโพสต์รูปสิ่งที่ทำ และเป็นคนชอบดื่ม ส่วนภาพที่เป็นปัญหานั้น เป็นเพื่อนชวนให้โพสต์ ซึ่งเป็นเพื่อนคนเดียวกับภูมิแต่ไม่ได้สนิทเท่าภูมิ ส่วนที่มีภาพในช่วงเวลาใกล้ๆกัน ลักษณะคล้ายๆกัน เพราะเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว อาจมีภาพที่โพตส์เวลาเดียวกัน ใกล้ๆกัน ที่เดียวกัน
“ผมโพสต์แบบนี้มานานเป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ ไม่รู้เลยว่าเป็นการทำผิดกฏหมาย ถ้าผิดจะได้รู้ไว้เป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม แต่ไม่รู้ว่าโพสต์แล้วผิดเฉพาะดารา หรือ นักการเมือง รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม โพสต์แล้วผิดด้วย เพราะคนที่โพสต์ไม่ได้มีเฉพาะดารา ซึ่งวันนี้ก็จะมาถามด้วย ถ้าบอกว่าผิดต่อไปก็จะได้งดการโพสต์ ผมไม่ใช่คนสร้างภาพ สิ่งที่ทำไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ก็ชี้แจงให้ผมทราบว่าผิด จะได้ไม่ทำ”เพชรจ้า กล่าว
จากนั้นเวลา 15.45 น. ดีเจเพชรจ้า ให้สัมภาษณ์หลังการเข้าให้ข้อมูลว่า การเข้าพบพนักงานเจ้าหน้าที่ทำให้รู้เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ถึงแม้ไม่มีตรายี่ห้อสินค้าก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรโพสต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เชิญช่วยให้เข้าร่วมในการณรงค์ก็ตอบตกลง เพราะให้เหตุผลที่ดีว่าเด็ก เยาวชนเห็นเราเป็นไอดอลเมื่อเห็นก็ทำให้อยากดื่มตาม จากนี้คงจะเลิกโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ปริ้นต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตนโพสต์ลงไอจีมาแสดงพบว่ามีเป็นจำนวนมาก เป็นปึกใหญ่ มีหลากหลายยี่ห้อที่ล้วนเกิดจากความไม่รู้ ทำให้ตนรู้สึกว่ามีมากขนาดนี้เชียวหรือ มันเยอะเกินไป แต่ที่โพสต์ก่อนหน้านี้ทั้งหมดก็ไม่ได้รับเงินค่าจ้างใดๆในการโพสต์
“บทลงโทษขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่แต่คงไม่ถึงกับติดคุกเพราะก็ให้ความร่วมมือที่ดีกับเจ้าหน้าที่ และขอกบอกว่าตามกฎหมายไม่เฉพาะดารา ศิลปินนักแสดงเท่านั้น บุคคลอื่นที่มีชื่อเสียงในสังคมหรือแม้กระทั่งคนทั่วไปหากโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีความผิดด้วย จึงไม่ควรโพสต์เป็นเรื่องไม่ดี”ดีเจเพชรจ้ากล่าว
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า การให้ดีเจเพชรจ้ารวมถึงศิลปิน ดาราที่มีชื่อเข้าข่ายกระทำความผิดได้เข้าให้ถ้อยคำเป็นการเปิดโอกาสให้อธิบายรายละเอียดในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้คาดหวังข้อมูลเพิ่มเติมอะไรมากนัก เนื่องจากหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้มีมูลและชัดเจนอยู่แล้ว แต่การจะดำเนินการอย่างใดต่อไปขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่คาดว่าจะประชุมหลังจากศิลปินดาราเข้าให้ข้อมูลครบทุกคนแล้ว ทั้งนี้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงชัดแล้วจากหลายๆคนที่เข้าให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ แต่สำหรับคนหลังๆค่อนข้างมีความเกรงใจที่จะกล่าวถึง เพราะรู้จักกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อนั้นมาเป็นเวลานานร่วม 10 ปี
นพ.สมาน กล่าวอีกว่า สำหรับเพื่อนที่กลุ่มดาราอ้างว่าโพสต์ให้เพื่อนนั้น หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ส่งหนังสือเชิญเข้าให้ข้อมูลไปแล้ว ปรากฏว่าขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้ หากไม่เข้าให้ข้อมูลก็จะถือว่าไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคลากรระดับสูงในฝ่ายการตลาดของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“หลายท่านจะบอกว่าไม่ได้รับเงินในการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นการโพสต์ช่วยเพื่อน โพสต์ให้เพื่อน เพราะรู้จักกัน แต่ขอย้ำว่าเป็นการกระทำที่เป็นประโยชน์ทางการค้า แม้จะรับหรือไม่รับเงินก็ถือเป็นการโฆษณา เข้าข่ายการกระทำความผิด ยิ่งเชื่อมโยงพบว่าเพื่อนที่พบว่าเป็นระดับบิ๊กในฝ่ายการตลาดของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การเพิ่มยอดขายของน้ำเมายี่ห้อนั้น ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของการมีพรบ.ฉบับนี้ที่ต้องการลดการเพิ่มยอดคนดื่ม”นพ.สมาน กล่าว
นพ.สมาน กล่าวด้วยว่า กรณีที่ถามถึงสีเขียวนำมาใช้ในการโฆษณาน้ำดื่มที่เป็นเจ้าของเดียวกับเบียร์ยี่ห้อหนึ่งได้หรือไม่นั้น มาตรา 3 พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 กำหนดไว้ว่า ข้อความ หมายถึง การกระทำที่ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใดๆที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้ว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดนั้น ก็ถือว่ามีความผิดฐานโฆษณาตามพรบ.ฉบับนี้ ไม่เฉพาะแต่ต้องเป็นตราสัญลักษณ์ของยี่ห้อเท่านั้น ดังนั้น หากใช้สีเขียวแล้วทำให้คนเข้าใจได้ว่าเป็นเบียร์ก็ถือว่าเข้าข่ายความผิดตามนิยามนี้




