ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม สำหรับ “12 เมืองต้องห้าม...พลาด”
โครงการที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ใช้เป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของปี 2558 จนก่อให้เกิดกระแสการเดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองเล็กๆ เหล่านั้นอย่างไม่ขาดสาย
สำหรับปีถัดไป 2559 ททท. เตรียมดันแผนการตลาดรูปแบบใหม่ออกมาต่อยอดแนวความคิดเดิม คือจากโครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด สู่โครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด PLUS เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง พร้อมชู 5 โครงการหลัก แต่ไฮไลท์ คือ โครงการ “เขาเล่าว่า...” เพื่อปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวจากตำนาน-เรื่องเล่าในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
อานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัดประชุมแผนปฎิบัติการท่องเที่ยวด้านตลาดในประเทศ ประจำปี 2559 โดยกำหนดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” แบ่งออกเป็น 5 โครงการหลัก ประกอบด้วย
1.เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559 2.12 เมืองต้องห้าม...พลาด PLUS 3.วันธรรมดาน่าเที่ยว 4.Outdoor Fest และ 5.เขาเล่าว่า...เน้นการดำเนินงานเจาะกลุ่มตลาดศักยภาพที่ใช้จ่ายสูง ได้แก่ กลุ่มสูงอายุ สตรี Gen Y และ DINKs (Double Income No Kid) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจำนวน 150.8 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 4 เปอร์เซ็นต์ มีรายได้จำนวน 807,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.04 เปอร์เซ็นต์
โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปี 2559 ถือเป็นการต่อยอดและพัฒนาจากโครงการเดิมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด ที่ก่อเม็ดเงินสะพัดจำนวนมาก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ช่วยให้เกิดเม็ดเงินสะพัดไปสู่เมืองดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 3,500 ล้านบาทเลยทีเดียว ในปี 2559 ททท.จึงได้พัฒนาต่อยอดเป็นโครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด PLUS โดยจะเป็นการเพิ่มการเชื่อมโยงจาก 12 เมืองรองเดิมกระจายตัวนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองใกล้เคียงมากขึ้น ได้แก่
1.ลำปาง (เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา) เชื่อมโยงลำพูนการท่องเที่ยวเมืองเก่ากลิ่นอายของวันวาน 2.น่าน (กระซิบรักเสมอดาว) เชื่อมโยงแพร่การท่องเที่ยวด้วยตัวเองแบบช้าๆดื่มด่ำรายละเอียด 3.เพชรบูรณ์ (ภูดอกไม้สายหมอก) เชื่อมโยงพิษณุโลกการท่องเที่ยวธรรมชาติสวยงามภูเขา ดอกไม้สายหมอก 4.เลย (เย็นสุด...สุขที่เลย) เชื่อมโยงชัยภูมิการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงามUNSEEN และ ADVENTURE 5. บุรีรัมย์ (เมืองปราสาทสองยุค) เชื่อมโยงสุรินทร์การท่องเที่ยวปราสาทหินโบราณ และ อารายธรรมขอม 6.ราชบุรี (ชุมชนคนอาร์ต) เชื่อมโยงสุพรรณบุรีด้วยศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ และพิพิธภัณฑ์ระดับจังหวัดและชุมชน
7.สมุทรสงคราม (เมืองสายน้ำสามเวลา) เชื่อมโยงนครปฐมการท่องเที่ยววิถีชีวิตสายน้ำ 8.จันทบุรี (สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้) เชื่อมโยงสระแก้วการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่อรัญประเทศ 9.ตราด (เมืองเกาะในฝัน) เชื่อมโยงระยองการท่องเที่ยวแบบหรูหราท่องเที่ยวทางทะเล 10.ชุมพร (หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้) เชื่อมโยงระนองการท่องเที่ยวทางทะเล/เกาะและสวนกาแฟ 11.ตรัง (ยุทธจักรความอร่อย) เชื่อมโยงสตูลการท่องเที่ยวด้วยอาหารอร่อยขึ้นชื่อของพื้นถิ่น 12.นครศรีธรรมราช (นครสองธรรม) เชื่อมโยงพัทลุงด้วยสินค้าท่องเที่ยวแบบธรรมะและธรรมชาติ
สำหรับโครงการ “เขาเล่าว่า...” ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ Dream Destination ของปีก่อน ภายใต้แนวคิด “การสร้างเรื่องราวจากความเชื่อให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างกระแสให้คนไทยเที่ยวในประเทศ กระตุ้นให้คนอยากเดินทางท่องเที่ยวสักครั้งในชีวิต” โดยรูปแบบการนำเสนอจะเป็นการเก็บเกี่ยวเรื่องเล่าจากทั่วเมืองไทยมาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว จำนวน 24 แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ได้แก่
ภาคเหนือ 1.สะพานแห่งความสำเร็จ : สะพานซูตองเป้ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2.ประตูรักแห่งขุนเขา : ประตูผาบ่อง ดอยผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย 3.ม่อนโยนเคราะห์ : ม่อนเสาพิศวง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ 4.เมืองที่ห้ามพูดโกหก : เมืองลับแล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 5.พระยาช้างชนะศึก : กู่ช้าง กู่ม้า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ภาคกลาง 6.พระประทานพร : หลวงพ่อสด วัดจันทรังสี อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง, พระพุทธเจ้าองค์ใหญ่ วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง, พระนอน วัดขุนอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง 7.เขาหนุมานวัดใจ : เขาวงพระจันทร์ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี 8.หนูนำสาร : พระพิฆเนศองค์นอน วัดสมานรัตนาราม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา, พระพิฆเนศองค์ยืน อุทยานพิฆเนศคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา, พระพิฆเนศองค์นั่ง วัดโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา 9.พระปางขอฝน : พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ วัดทิพย์สุคนธาราม อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี
ภาคอีสาน 10.หินชมนภา : หาดชมดาว อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี 11.มหายุทธแดนอีสาน : พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร 12.ถ้ำพญานาค : ศาลพญานาค สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 13.วิมานเทวดา : ภูทอก อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 14.ผ้าผิวสวย : ผ้าย้อมคราม จังหวัดสกลนคร และจังหวัดอุดรธานี 15.แห่นาคโหด : แห่นาคโหด บ้านโนนเสลา จังหวัดชัยภูมิ
ภาคตะวันออก 16.เกาะแห่งรัก : สะพานอัษฎางค์ และช่องอิศริยาภรณ์ หรือ ช่องเขาขาด เกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 17.มหัศจรรย์ทรายดำ : ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด 18.ป่าสีทอง : ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 19.สะดือมังกร : หาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ภาคใต้ 20.สันหลังมังกร : หาดสันหลังมังกร อำเภอเมือง จังหวัดสตูล 21.พระแอด-ปวดหาย : พระกัจจายนะ(พระแอด) วัดพระมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 22.น้ำตาศักดิ์สิทธิ์ : เขาหงอนนาค อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ 23.สะพานแห่งความสุข : สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง 24.อุโมงค์แสงมรกต : ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล
ส่วนโครงการเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2559 ยังคงมีการจัดแสดงหมู่บ้านประจำภาคและเอกลักษณ์พื้นบ้านของ 5 ภูมิภาค โดยจะยกเมืองไทยมาไว้ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 13 -17 มกราคม 2559 ขณะที่โครงการ “วันธรรมดาน่าเที่ยว” จะจัดพร้อมกับงาน “Outdoor FEST”เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา และ Green Season โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 – 15 พฤษภาคม 2559 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
“นอกจากนี้ ททท.ยังได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดเชิงการตลาด โดยนำเสนอมุมมองใหม่ด้านคุณค่าการท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคให้แก่นักท่องเที่ยว ได้แก่ ภาคเหนือ : “เหนือ” ฝัน ล้านแรงบันดาลใจ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : “อีสาน” แซ่บนัว ภาคกลาง : สุข “กลาง” ใจ ใกล้แค่เอื้อม ภาคตะวันออก : สีสัน “ตะวันออก” ภาคใต้ : ปักษ์ “ใต้” ปักหมุด หยุดเวลา” และจะใช้ Gen Y สร้างกระแสมุมมองใหม่ๆ เหล่านี้” อานุภาพ กล่าวสรุป





