สธ.ชี้" ก๊วนดารา" ไม่น่ารอด เตรียมส่งหลักฐานให้ตำรวจเรียกดารา-บ.เหล้าเบียร์เข้าชี้แจง ย้ำกฎหมายครอบคลุมโฆษณารวมสื่อสารการตลาด
ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ยื่นหนังสือต่อ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) เรียกร้องให้ตรวจสอบเอาผิดกรณีศิลปิน ดาราจำนวนหนึ่งพร้อมใจกันโพสต์ภาพผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เผยแพร่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวสั้นๆว่า จะดูแลให้ ขอบคุณที่ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่อง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีความผิดเรื่องการโฆษณา
นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี เลขานุการรมว.สธ. กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานต่างๆทั้งการสืบจากเวบไซต์ และอินสตาแกรมหรือไอจีของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และศิลปิน ดารา จากนั้นจะส่งหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหนังสือเพื่อเรียกศิลปิน ดาราและบริษัทผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาชี้แจงว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551เรื่องห้ามโฆษณาหรือไม่ เบื้องต้นเชื่อว่ามาน่ารอด เนื่องจากมีการเผยแพร่โดยเห็นตราสัญลักษณ์หรือยี่ห้อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชัดเจน แต่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายก่อน ซึ่งจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
“หากศิลปินดาราระบุว่าการโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เห็นยี่ห้อชัดเจน พร้อมข้อความในลักษณะเชิญชวนการดื่ม หรือเฉพาะรูปอย่างเดียว เป็นการกระทำไปโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนใดๆ ศิลปินดาราคนนั้นก็จะมีความผิดเฉพาะตัวบุคคลฐานโฆษณาผ่านสื่อผิดกฎหมาย แต่หากแจ้งว่าได้รับการว่าจ้างบริษัทที่ว่าจ้างก็จะมีความผิดด้วย ส่วนบุคคลทั่วไปหากโพสต์เห็นยี่ห้อชัดเจนก็จะถือว่ามีความผิดฐานโฆษณาด้วย เนื่องจากตามกฎหมายครอบคลุมการโฆษณาหมายถึงการสื่อสารการตลาดด้วย”นพ.กิตติศักดิ์กล่าว
ด้านนพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอกลอฮอล์ ให้สัมภาษณ์ผ่านไลน์คอลจากประเทศอังกฤษระหว่างเข้าร่วมประชุมนโยบายแอลกอฮอล์ระดับโลก(Global Alcohol Policy Conference : GAPC)ว่าตาม พ.ร.บ. มาตรา34(3)ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจ ออกหนังสือเพื่อเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือ ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้และมาตรา44ยังระบุว่า หากผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคำหรือไม่ยอมให้ถ้อยคำ โดยไม่มีเหตุอันสมควรต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติตามมาตรา34(3)หรือ ไม่ยอมส่งเอกสารหรือวัตถุอื่นใด มาเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อถูกเรียกให้ส่งตามมาตรา34(3)ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทด้วย
“กระบวนการรวบรวมหลักฐานนั้น สำนักงานฯ จะรวบรวมพยานวัตถุ พยานบุคคล และส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เพื่อเรียกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ หากยอมรับว่าได้กระทำผิดจริง ก็จะมีการเปรียบเทียบปรับ หากไม่ยอมรับก็จะมีการรวบรวมหลักฐานและทำสำนวนส่งต่อไปยังชั้นศาลต่อไป”นพ.สมานกล่าว
นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่าจากปรากฎการณ์ศิลปิน ดารา นักแสดง และบุคคลผู้มีชื่อเสียงจำนวนมาก โพสต์รูปภาพเบียร์ยี่ห้อหนึ่งแบบโชว์ขวด และเห็นเครื่องหมายการค้าอย่างชัดเจน พร้อมข้อความลักษณะคล้ายๆกัน เช่น ดื่มง่าย นุ่ม ขวดใหม่ แพ็คเกจใหม่ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรม(Instagram)ซึ่งเชื่อมโยงถึงบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังกล่าว เห็นได้จากเว็บไซต์มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่มีศิลปินเหล่านี้ถ่ายและแชร์รูปตัวเองกับเบียร์อยู่ในเว็บไซต์นั้น จากการตรวจสอบยังพบว่ามีการทำในลักษณะนี้อีกหลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย จูงใจเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ได้นำภาพตัวอย่างการกระทำดังกล่าวมอบไว้เป็นหลักฐานด้วย
“การใช้ศิลปินดารานักแสดง คนมีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถือว่าเจตนาทำการโฆษณาแฝง กระตุ้นยอดขาย แสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า มีความผิดตามกฎกระทรวงว่าด้วยการโฆษณาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีนในโรงภาพยนตร์ และทางป้ายโฆษณา พ.ศ.2547ซึ่งออกโดยอาศัย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522และมีความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551มาตรา32ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนที่มีดารานักแสดง เป็นไอดอลอยู่แล้วคิดว่าการดื่มเหล้าเบียร์เป็นเรื่องปกติ เท่ห์ น่ายกย่อง ซึ่งส่งผลกระทบเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ อยากลองนำไปสู่การเข้าถึงเริ่มดื่มเหล้าเบียร์เร็วขึ้น”นายธีรภัทร์ กล่าว
นายธีรภัทร์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเครือข่ายฯจึงได้นำหลักฐานและเบาะสการกระทำความผิดดังกล่าวมามอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข และขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้ 1.ขอให้เร่งตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นและหากพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว 2.ขอให้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มศิลปินดารา ให้รับรู้ถึงข้อกฎหมายเพื่อป้องกันการกระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 3.ขอให้เร่งพัฒนากลไกควบคุม ติดตามการโฆษณาแฝงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อให้ง่ายต่อการร้องเรียนและบังคับใช้กฎมาย โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการเฝ้าระวังป้องกันมิให้เยาวชน เป็นเหยื่อของธุรกิจแอลกอฮอล์ รวมไปถึงการให้ทุนสนับสนุนทำกิจกรรมของเด้กและเยาวชน 4.ขอเรียกร้องไปถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้หยุดการทำตลาดที่หลบเลี่ยงกฎหมาย ค้าขายโดยหวังแค่ผลกำไร อย่างไร้ความรับผิดชอบ หยุดมอมเมาเด็กเยาวชน และวอนขอให้ดารานักแสดงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่วัยรุ่น
นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังกลยุทธ์อุสาหกรรมสุรา กล่าวว่า ลักษณะการถ่ายภาพแล้วนำมาโพสต์ ที่ใช้มุมกล้อง เชิญชวน จัดฉากโชว์สินค้า ถือว่าเข้าข่ายโฆษณาเพื่อมุ่งหวังผลทางการตลาด เข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจน จึงเชื่อว่าดารากลุ่มนี้จับมือกับกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จงใจส่งเสริมการตลาดสร้างการรับรู้ เกิดความชื่นชอบและดื่ม รวมทั้งสร้างกระแสเลียนแบบให้คนทั่วไปถ่ายรูปผ่านสังคมโซเชียล ดังนั้นกลไกรัฐต้องรู้เท่าทันสิ่งที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้พลิกแพลง รวมทั้งตรวจสอบดำเนินคดีต่อกรณีดังกล่าว ทั้งตัวดาราศิลปิน เว็บไซต์ รวมไปถึงธุรกิจที่อยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ต้องสื่อสารให้เว็บไซต์ต่างๆระมัดระวังการโชว์รูปขวดเหล้าผ่านสื่อสาธารณะด้วย

