วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักท่องเที่ยวจีนแห่เข้าไทย คาดปีนี้ทะลุ4.5ล้านคน

เผยข้อมูลจีนแห่ท่องเที่ยวไทย คาดปีนี้ตัวเลขทะลุ 4.5ล้านคน ส่วนใหญ่นิยมเดินทางทางอากาศ ส่งผลให้สายการบินโลว์คอร์สมีโอกาสเติบโต

ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง และนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ร่วมปาฐถาพิเศษในข้อหัวข้อ “ผนึกกำลังอนุภูมิภาค ท่องเที่ยวมิติใหม่ใน AEC” กับ “ศักยภาพสายการบินไทย พร้อมแค่ไหนเมื่อเปิด AEC” ภายใต้แนวคิด “เปิดมิติการท่องเที่ยวอนุภูมิภาครับ AEC”  เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็งและสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศจนกลายเป็นหนึ่งในฟืนเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง อีกทั้งด้านคมนาคมก็เป็นส่วนสำคัญในด้านการพัฒนาการขนส่งภายในประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งทางอากาศ ที่กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 

     นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง เนื่องจากมีวัฒนธรรมอันสวยงามที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก    ขณะที่ในภาคการท่องเที่ยว   มีเที่ยวบิน เข้า - ออก 150 เที่ยวบิน / วัน  และในช่วงฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็รนมีอยู่ราว 180-200 เที่ยวบินต่อวัน ถือเป็นท่าอากาศยานอันดับ 3 ภายในประเทศที่มีการคมนาคมทางอากาศที่คึกคักที่สุด จึงเป็นตัวจุดประกายที่ทำให้เราต้องคิดเชิงรุก ทำอย่างไรให้จังหวัดในภูมิภาคเหนือตอนบน ไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีศักยภาพในการแข่งขันบนตลาดอาเซียน โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายที่ต้องใช้ร่วมกัน อีกทั้งประเทศในในอาเซียนต่างเริ่มมีการปรับทัศนคติ เช่น เรื่องของวัฒนธรรมและประเพณี การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน รวมถึงการติดต่อสื่อสารที่ต้องปรับและพัฒนาให้ได้คุณภาพยิ่งขึ้น

สำหรับการท่องเที่ยวนั้น บริบทอนุภาคลุ่มน้ำโขง ที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง   ดังนั้นเรื่องการท่องเที่ยวจะมองแต่มิติเดิมๆ ไม่ได้ จะต้องหามิติใหม่รอบด้าน ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ,สังคม,สิ่งแวดล้อม

และทางราชการประเด็นแรก ด้านเศรษฐกิจควรจะพิจาณาส่วนพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนา เช่น การคมนาคม การเดินทางติดต่อสื่อสารต่างๆ ที่ผ่านมาสจะพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเรื่องของการคมนาคมภายในประเทศ    และหลายจังหวัดก็ได้มีการปรับตัวและพัฒนาด้านการสัญจรทางถนนและอื่นๆ เพื่อขีดความสามารถในการรองรับการสัญจรไปมา เมื่อประตูของประชาคมอาเซียนเปิดขึ้น

ส่วนประเด็นที่สองคือ ด้านสังคม โดยเฉพาะวัฒนธรรมและประเพณี อีกทั้งในด้านของสิ่งแวดล้อม การให้เจ้าหน้าที่คุมเข้มเรื่องการดูแลพื้นป่าที่มีสวยงาม รวมถึงด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะต้องได้รับความดูแลที่ดี ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการจะต้องช่วยกัน ให้ความสำคัญเรื่องมัคคุเทศก์ ให้เพียงพอต่อความต้องการของปริมาณนักท่องเที่ยวที่หลั่งเข้ามาในแต่ละปี ซึ่งมัคคุเทศก์นั้นจะต้องถ่ายทอดวัฒนธรรมที่ถูกต้องให้กับนักท่องเที่ยว ด้านการบริหารระดับจังหวัดจะต้องมีแผนการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ เช่น การทำแผนที่อิเล็กทรอนิกส์, การใช้ QR CODE ที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์มือถือสามาร์ทโฟนสแกน และปรากฏซึ่งแผนที่นำทาง การให้ความสำคัญด้านภาษา กระทั่งเว็บไซต์การท่องเที่ยวต่างๆ ที่จะสร้างบทบาทการให้ข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยว เหล่านี้มองว่าคือการบริหารจัดการที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน และควรมองว่า “ทุกวันนี้การท่องเที่ยวนั้นไม่ได้มุ่งด้านรายได้แต่เพียงเท่านั้น แต่ต้องมุ่งการท่องเที่ยวเพื่อสังคม วัฒนธรรม และท้องถิ่น และจะทำให้การท่องเที่ยวนั้นมีความยั่งยืน ดังประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า “Value for social , Value for money” 

     นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวว่า ประชากรในภูมิภาคอาเซียนเฉพาะในส่วนของเอเชียตะวันออกเชียงใต้รวมกันแล้วกว่า 690 ล้านคน และผลสำรวจพบว่า 55% ของการเดินทางด้วยขนส่งทางอากาศ มาจากคนในอาเซียนด้วยกันเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน ชาวสิงคโปร์ ชาวมาเลเซีย บรูไน ชาวไทยและเวียตนาม และจากการสำรวจพบอีกว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตัวเลขของการเดินทางด้วยเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นกว่า 15%  โดยปัจจัยหลักของการเดินทางด้วยเครื่องบินมาจาก   1.ปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ 2.ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ 3.ปัจจัยด้านฐานเงินเดือนของประชากรในประเทศนั้นๆ และ 4.ปัจจัยด้านการสื่อสารและการคมนาคมระหว่างประเทศ

ในช่วงที่ผ่านนักเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทยมากที่สุดคือ นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเมื่อปีที่แล้วมียอดกว่า 3 ล้านคน โดยในปี 2558 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.5 ล้านคน ปัจจุบันสายการบินต่างๆ กำลังพัฒนาศักยภาพด้านการเปิดเส้นทางบินตรงไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศจีน อย่างกรณีของแอร์เอเชียเองก็มีชาวจีนใช้บริการกว่าปีละ 2 ล้านคน ใน 13 เมืองใหญ่ เช่น กวางโจวและคุนหมิง  ปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวรองจากภูเก็ตที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวมากที่สุด นักท่องเที่ยวเฉลี่ยแล้วกว่า 8 ล้านคนต่อปี และมีโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะกับวิกฤติปัญหาในประเทศมากมายทั้งในด้านการเมืองและปัญหาที่เกิดจากธรรมชาติเช่นน้ำท่วม แต่การเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยวและการใช้บริการขนส่งทางอากาศก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป และปัจจุบันพบว่ามีผู้ใช้สายการบินโลว์คอสในประเทศมากกว่า 40% และอีก 60% เป็นสายการบินทั่วไป เปรียบเทียบกับประเทศรอบๆ ที่มีอัตราการใช้บริการสายการบินโลว์คอส 75% และ 25% เป็นสายการบินทั่วไป ซึ่งหากมองโดยรวมแล้ว การบริการของสายบินโลว์คอสทั้งในและต่างประเทศจะยังก้าวต่อไปข้างหน้าได้อีกมายและก้าวไปพร้อมๆ กับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวในเขตประชาคมอาเซียนต่อไปอีกด้วย

       นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธรรมชาติจะมีส่วนน้อยที่มุ่งเน้นด้านความบันเทิง จะเห็นได้ว่าจังหวัดไหนที่มีแหล่งธรรมชาติหรือมีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง สถานที่นั้นก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ยิ่งสถานที่แห่งใดถูกขึ้นเป็นมรกดกโลกแล้วนั้น ย่อมเป็นที่หมายตาของบรรดานักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แค่ในอาเซียน แต่จากทั่วทุกมุมโลก และที่ผ่านมา ประเทศไทยถือเป็นประเทศในเขตอาเซียนที่ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่สูง มีความพร้อมด้านการคมนาคม เช่น ทางน้ำ,ทางบกและทางอากาศ และส่วนที่สำคัญไปยิ่งกว่าคือ การติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะด้านโทรคมนาคมที่จะต้องเร่งพัฒนา 

    ในส่วนของการเข้าถึงข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย นักท่องเที่ยวสามารถสืบค้นข้อมูลถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้ อีกทั้งควรมุ่งเน้นความสำคัญด้านการบริการ ให้มีคุณภาพ ผู้ให้บริการมีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพและภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร รวมถึงด้านความปลอดภัยที่ต้องมาเป็นอันดับต้น เมืองไหนประเทศไทย ปลอดภัย  จะทำให้เป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยว และจังหวัดในภูมิภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่และใกล้เคียง ควรเร่งพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความเพรียบพร้อม เพื่อการก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองชั้นนำด้านการท่องเที่ยวในเขตประชาคมอาเซียนต่อไป