วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วรรณี รัตนพล พลิกโฉมเรตติ้ง

สุภาพสตรีคนเก่งของวงการมีเดียเอเยนซี ผู้ก้าวมารับหน้าที่สำคัญในการผลักดันและจัดตั้งองค์กรวัดเรตติ้งแห่งใหม่ของไทย

 

 

 

  ด้วยประสบการณ์ในแวดวงการตลาดและโฆษณามานาน 4 ทศวรรษ วรรณี รัตนพล ในฐานะนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กำลังสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่วงการสื่อไทย ในนามขององค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มีชื่อว่า Media Research Bureau (MRB)

หน่วยงานนี้ จัดตั้งขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบสื่อทั้งอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นทีวีดิจิตอล ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี มีเดียเอเยนซี และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมลงขันในการสร้างข้อมูลเรตติ้งของตนเองขึ้นใหม่ ด้วยเป้าหมายของการตอบสนองความต้องการในการใช้ข้อมูลที่หลากหลายและแตกต่างกันไป

การเกิดขึ้นของหน่วยงานวัดเรตติ้งใหม่แห่งนี้ ย่อมส่งผลกระทบไม่น้อยต่อทิศทางความก้าวหน้าของวงการสื่อไทยในอนาคต

เบื้องล่างนี้ คือรายละเอียดที่ วรรณี รัตนพล ยินดีจะเปิดเผย

เป็นที่ทราบกันว่าวงการโฆษณานั้น tough มาก การที่คุณยังอยู่กับมันได้ แปลว่ามีอะไรที่สนุกและท้าทาย ?

  ถามว่า tough มั้ย tough ตรงที่ว่าเราต้องเซอร์วิสลูกค้า ต้องเข้าใจลูกค้าให้ได้ แล้วความสำเร็จของลูกค้าคือความสำเร็จของเรา แต่มันสนุกตรงที่ว่า มันไม่ได้อยู่นิ่ง เพราะงานจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ตามเทคโนโลยี อยู่ในวงการโฆษณา เราจะไปข้างหน้าอยู่ตลอด เราจะไม่ถอยหลัง เรา Plan forward ตลอด

 

เหมือนชีวิตวิ่งไปข้างหน้าไม่ได้หยุด ?

  จริงนะคะ แบบว่าไปข้างหน้าเลย เทรนด์อะไรกำลังจะมา ต้องเข้าใจให้ได้ค่ะ ทำให้คนที่อยู่ในวงการนี้ เป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอ คนอยู่ในวงการจะมี nature อย่างนี้ ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

อย่างตอนอินเตอร์เน็ตมา เราเดินไปถามน้อง มันเวิร์กยังไงเนี่ย คือเราไม่เข้าใจนะว่าอินเตอร์เน็ตเวิร์กยังไง แล้วมันเชื่อมโยงกันยังไง แล้วมันเกิดจากอะไร มายังไง แบบว่า ต้องหาความรู้

พออินเตอร์เน็ตเสร็จ ก็มาล่ะ พวก(โทรศัพท์)มือถือ พวกแอพฯ อะไรอย่างนี้ คือเทคโนโลยีมาเร็วมาก เราต้องตามให้ทัน ดิจิตอลมาแล้ว ต้องมานั่งเรียนรู้เรื่องดิจิตอลอีก

 

ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะเกี่ยวพันกับลูกค้า ?

ใช่ค่ะ เกี่ยวกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และผู้บริโภคด้วย หลักๆ คือลูกค้ามีงบประมาณอยู่นะคะ เราต้องบริหารงบให้เข้าถึงผู้บริโภค ผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องตามผู้บริโภคให้ทัน ว่าเขาไปทำอะไร อยู่ที่ไหน ยังไง เมื่อไหร่ นึกคิดยังไง พฤติกรรมเปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อก่อนในหมู่บ้านมีทีวีอยู่เครื่องหนึ่ง ทุกคนมาดูที่บ้านหลังนั้น แต่ปัจจุบันโทรทัศน์เป็นพื้นฐาน เป็นสิ่งแรกที่เขาจะซื้อ ซื้อก่อนตู้เย็นด้วยซ้ำไป เราต้องตามพฤติกรรมพวกนี้ให้ทัน

 

เมื่อคุณมีหน้าที่ดูแลความต้องการของลูกค้า แล้วเครื่องมือที่ใช้ในการติดตาม หรือกรณีของการวัดเรตติ้ง เป็นอย่างไร

ต้องดูว่า เรตติ้งนี่มันโอเคมั้ย คือในวงการมีเสียงบ่นกันเยอะ เพราะว่าใช้กันมานาน และเนื่องจากว่าเป็นรายเดียวในตลาด ดังนั้น เรื่องของการพัฒนา อะไรอย่างนี้ มันก็จะช้า

 

แล้วในส่วนที่มีการทำวิจัยการตลาดอยู่มากมายไปหมด ?

  นั่นมันยังไม่ใช่เรตติ้ง คือการจะเป็นเรตติ้งได้ ต้องใช้หลักสถิติ ระดับ High level stats เลย คือทำตัว Assignment survey เขาจะสำรวจทั่วประเทศนะคะ (ผู้ดำเนินการ)รายใหม่เขาให้สามหมื่นตัวอย่าง เพื่อที่จะดูว่าโครงสร้างของตลาดเป็นยังไง พอรู้ว่าโครงสร้างตลาดเป็นยังไง เขาก็จะใช้ Statsในการบอกว่าสามหมื่นเนี่ย หยิบขึ้นมาสามพัน เป็น planner home แล้วสามพันตรงนี้ต้อง represent characteristic ของตลาด มันถึงได้เป็นเรตติ้งไง

แต่ถ้าหากว่าเราทำวิจัยทั่วไปอย่างนี้ มันไม่ใช่เรตติ้ง มันเป็นแค่คนวิจัย จะบอกว่ามันเป็น Representation ของประเทศเลย ของ Target ก็ไม่ได้

 

เพราะฉะนั้นจึงต้องมีอยู่เจ้าเดียว ?

  เหตุผลที่มีเจ้าเดียว เป็นเพราะว่าเป็นการลงทุนค่อนข้างสูงมาก ใช้เงินเป็นพันๆ ล้านในการเก็บข้อมูล (ต่อห้าปี) ตอนนั้นเราดีด(ลูกคิด)ดูแล้ว ปีหนึ่งก็สามร้อยกว่าล้าน ดังนั้น ทุกคนที่อยากได้ข้อมูล ต้องมีค่าสมาชิก ซึ่งค่าสมาชิกจะ subscribe แค่ราย 2 รายก็ไม่ไหว

ดังนั้น สิ่งที่เราต้องการสำหรับตลาด คือ มีรายเดียว แต่ไว้ใจได้ น่าเชื่อถือ การที่จะทำให้น่าเชื่อถือ ทาง มีเดีย รีเสิร์ช บิวโร เรามีการว่าจ้างบริษัทออดิเตอร์ จากต่างประเทศให้เข้ามาสอบ คือช่วยตั้งแต่คัดเลือก แล้วก็ดูในเรื่องของรายละเอียด ที่สำคัญคือเรื่อง Technical เพราะถ้าหากไม่ได้อยู่ใน field นี้ เราจะแบบว่าไม่สามารถลงดีเทลขนาดนั้น แต่เขาจะรู้เรื่องไงคะ เขาก็ช่วยเรา

ในสัญญา (ว่าจ้างผู้ดำเนินการวัดเรตติ้ง) เราจะระบุไปเลยว่า ในแง่ของกลุ่มตัวอย่างเป็นแค่นี้นะ รีพอร์ตต้องเป็นแค่นี้ ถ้าหากต่ำไปกว่านี้ ก็จะมีค่าปรับ หรือการปรับเปลี่ยน algorithm อะไรต่อมิอะไร อย่างนี้ค่ะ

 

เหตุใดถึงมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา

  คือในต่างประเทศ มันมีหน่วยงานแบบบิวโรนี้ อยู่พอสมควรนะคะ อย่างในอังกฤษ หรือ แคนาดา BBM หรือ ออสเตรเลีย ของเราใช้ชื่อว่า Media Research Bureau แต่ว่าอยู่ภายใต้สมาคม มีเดีย เอเจนซี ร่วมกับการรวมตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม คือเรามีสถานีตัวแทนจากดิจิตอลทีวี ตัวแทนจากทีวีดาวเทียม (satellite) ตัวแทนจากเคเบิล ตัวแทนจากสมาพันธ์ แล้วก็เอเจนซี่ด้วย คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมจะต้องใช้ข้อมูลตรงนี้ ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แบบว่า เอเจนซี่จะเป็นลีด หรืออะไรอย่างนี้นะคะ คือนั่งลงคุยกัน ไล่ตั้งแต่ว่าหน้าตาองค์กรจะเป็นยังไง มีบอร์ดกี่ท่าน เสียงโหวตเป็นยังไง แล้วก็ working committee 2 ทีม คือทีม Technical กับทีม Communication อย่างนี้เป็นต้น พนักงานประมาณ 5 ท่านในช่วงแรก แล้วก็มีออดิเตอร์(auditor) เข้ามาช่วยนะคะ ออดิเตอร์จะช่วยตั้งแต่คัดเลือก คัดเลือกเสร็จ สัญญาจบนะคะแล้ว ก็บริษัทวิจัย Assignment survey เขาก็จะเข้ามา audit พอแบบข้อมูลมา ก็จะ audit อีกรอบหนึ่ง เพื่อ Make sure ว่าขั้นตอนถูกต้อง เช็คแม้กระทั่งกลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มที่เข้าไปเช็คกลุ่มตัวอย่าง แน่นอนมันเป็นเรื่องอะไรที่แบบว่า sensitive นิดนึง เพราะส่วนใหญ่แล้ว เขาจะไม่ให้รู้เลยว่า บ้านไหนมี(การติดตั้งการเก็บข้อมูล) เพราะถ้าหากว่ารู้ปุ๊บเนี่ย ช่องก็จะวิ่งเข้าไปหาใช่มั้ยคะ มันจะทำให้ไม่เป็นผลที่แท้จริง

 

ขั้นตอนการเข้ามาประมูล หรือมาเสนอตัวเป็นอย่างไร เห็นว่ามีอยู่สามบริษัท ไม่ใช่สี่บริษัท

  สามค่ะ จริงๆ เราเชิญไปสี่ แต่ (นีลเส็น ประเทศไทย) ปฏิเสธในการที่จะเข้าร่วม บอกว่าเขาขออนุญาตทาง global ไม่ทัน เพราะว่าเขาจะเข้ามา bid ทาง global ต้องอนุมัติก่อน

 

เรามีเวลาให้เขาน้อยหรืออย่างไร

ให้เวลาเท่ากันหมด คือเราส่งจดหมายแจ้งวันจันทร์ แล้วให้ตอบภายในวันศุกร์ คือตอบหมายถึงว่า ตอบยินดีที่จะเข้าร่วม ทุกคนต้องเซ็นจดหมายว่า คอนเฟิร์มจะเข้าร่วม สามรายเซ็นกลับมาทัน ส่วน นีลเส็น บอกว่าไม่ทัน เราเลยเหลืออยู่แค่สามรายค่ะ

ก็ปรึกษากันนะคะว่าเลื่อนได้มั้ย ก็บอกว่าเลื่อนไม่ได้แล้วล่ะ เพราะว่าอีกสามราย เราก็ให้เดดไลน์เขา เราก็บอกโอเค ถ้าหากว่าไม่สามารถก็คือ... อันนี้อาจจะไม่แฟร์สำหรับสามรายนะคะ แต่เราก็บอกโอเค ให้ถึงห้าโมงเย็นของเวลาอเมริกา คือตีห้าบ้านเรานี่แหละ เขาก็ไม่ตอบ เมื่อไม่ตอบเราก็ไม่สามารถเอาเขาเข้าร่วม คือแบบมีขอเข้ามาฟัง Brief ก่อนนะ บอกไม่ได้ คุณเข้ามาฟัง Brief แต่คุณไม่เซ็นอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้ มันจะไม่แฟร์

 

ทราบว่า brief นี่พูดถึง มัลติสกรีนด้วย ?

  มันเป็นจุดเริ่มต้น ถ้าหากว่าประเทศไทยเริ่ม ก็จะเป็นประเทศที่อยู่ต้นๆ ทั่วโลกเลย เพราะว่ามีอยู่แค่ไม่กี่ประเทศเลยที่ทำมัลติสกรีน เนื่องจากว่าบ้านเรา เรื่องสมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย เราไปเร็ว มาอยู่ท็อปของโลกเลย มันจำเป็นต้องทำรีเสิร์ชในส่วนนี้อยู่แล้ว แล้วลูกค้าก็ต้องการ เพราะว่าพฤติกรรมคนเปลี่ยนไงคะ เราต้องตามให้ทัน ถ้าหากว่าพฤติกรรมคนไปแล้ว แต่ว่างานวิจัยยังไปไม่ทัน มันเหมือนกับเราเห็นอยู่แค่มุมเดียว อีกมุมหนึ่งเราไม่เห็นเลย ใช่มั้ยคะ ว่าเขาใช้เวลาไปอีกฟากหนึ่งได้มากน้อยแค่ไหน

ในที่สุด เราก็ได้บริษัทที่เข้ามาทำคือ กันตาร์ ก็ยังไม่ได้เซ็นคอนแทร็คนะคะ (ณ เวลาให้สัมภาษณ์) โดยมีระยะเวลาการทำงาน เตรียมงาน 1 ปี แล้วก็ทำตัวเรตติ้งอีก 5 ปี

หลังจากนี้ เราจะ audit เขาอยู่เรื่อยๆ จริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้อยากว่าจะเปลี่ยนเจ้า คือถ้าหากว่าเขาทำงานใช้ได้ ฟีดแบคเร็ว เราก็จะใช้ auditor แหละ บอกให้เขาแก้อะไรบ้าง เพื่อให้ Make sure ว่าเขาตอบโจทย์เรา

 

คิดว่ามันจะมีอะไรใหม่ๆ และดีขึ้นกว่าเดิม ?

คือการเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร สมมติว่าคนเข้ามา(ร่วม)เยอะ ตัวหารมันก็เยอะขึ้น ดังนั้น คนที่จ่ายอยู่ ก็จะถูกลงไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่ได้แสวงหากำไร ไม่เหมือนบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นบริษัทนะคะ อาจจะแบบเห็นว่า รายนี้อยากได้ โอเคไปทำให้เขา มันก็จะ distort ไอ้ตัว sample home อย่างนี้ มันจะไม่ได้ไปตามโครงสร้างตลาด รับรายนี้สี่ร้อย รับรายนี้อีกสองร้อย รับอีกเจ้าหนึ่งอีกสองร้อย อย่างนี้ค่ะ

 

ทำแล้วแต่โจทย์ ?

  แล้วแต่โจทย์มาอย่างนี้ค่ะ มัน Serve platform มากกว่า บางครั้งเนี่ย เรตติ้งเหวี่ยง เอ๊ะ! ทำไมมันถึงเหวี่ยงขนาดนี้ คือถ้าหากว่า มันเป็น panel เดิม ก็ไม่น่าจะเหวี่ยงใช่มั้ยคะ ถามไปก็ไม่มีเหตุผล

ยกตัวอย่าง เช่น ของทรูวิชั่น เขามีสี่ร้อยบ้าน เขา disclose สองร้อย อีกสองร้อย ไม่ disclose ทีนี้ไอ้สองร้อยที่ disclose เนี่ย ปรากฏว่าวันนั้นเขาเข้ามาฟัง เราเพิ่งเข้าใจ ทำไมมันถึงเหวี่ยง เขาเอาสองร้อยบ้านที่ดูทีวีธรรมดา (ช่อง) 3-5-7-9 เป็นหลัก แล้วก็สองร้อยบ้าน ที่ดูทรูวิชั่นเป็นหลัก แล้วตอนหลังเนี่ย ทรูวิชั่นบอกว่า โอเค ให้ disclose หมดเลยสี่ร้อยบ้าน

 

แน่นอน ผลจะออกมาเป็นอีกแบบ ?

ผลก็จะออกมาเป็นอีกแบบจริงมั้ยคะ กลุ่มคนที่ดู traditional มันก็ดูๆ มาอยู่อย่างนี้ แต่พอเอากลุ่มที่ดูทรูวิชั่นเข้ามาเนี่ย เพราะเขาไม่ดู traditional ถูกมั้ย ก็จะกดดัน viewing ตกลงมา ถึงแม้เขาบอกว่า weight ก็ตาม มันอยู่ที่ planner home จริงๆ

 

วิทยาศาสตร์แต่ดูเหมือนมีไสยศาสตร์อยู่ด้วย เรียกอย่างนั้นได้มั้ย

(หัวเราะ) ไม่ได้ไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างเดียวเลย สแตทอย่างเดียวเลย แต่มันอยู่ที่ว่าจะใส่สมการเข้าไปยังไง

 

คราวนี้ องค์กรวัดเรตติ้งใหม่ จะมีผลดีต่อตลาดอย่างไร

เอาลูกค้าก่อนแล้วกัน สำหรับลูกค้า แน่นอนเขาได้ข้อมูลมากขึ้น คือสามารถดูพฤติกรรมคนฝั่งจอใหญ่เป็นยังไง แล้วจอเล็กเป็นยังไง ดังนั้น มันจะช่วยในการวางแผนว่าเราควรจะมิกซ์ในแง่ของ Traditional กับพวกออนไลน์พวกนี้เป็นยังไง คือใช้งบให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ในฝั่งของผู้ประกอบการ เนื่องจากว่าวิธีการของเรา เราให้ข้อมูลทั้งหมดเลย แต่ปัจจุบันช่องอาจจะได้แค่ของตัวเอง แต่ไม่เห็นของคู่แข่ง ดังนั้น การพัฒนามันก็จะยากยังไงคะ เพราะเห็นตัวเอง มันก็จะพัฒนายังไง ไม่รู้ว่าคู่แข่งพัฒนาอะไร คือคราวนี้ได้ข้อมูลหมดเลย

ทีนี้หน้าที่ของสมาคม คือต้องช่วยว่ารายไหนที่อ่านข้อมูลไม่เป็น ก็อาจจะไปช่วยว่า โอเค! วิเคราะห์ข้อมูลให้ได้นะคะ คือ ณ ตอนนี้ ไปคุยหลายรายส่วนใหญ่ จะได้ข้อมูลของตัวเอง ถามว่าเอาข้อมูลเยอะแยะมาเพื่ออะไรล่ะ ใช่มั้ย สมมติว่า ถ้าอยู่ในหมวดของ Home Shopping ยูสามารถดูได้นะว่า ใครดูของยูมากน้อยแค่ไหน แล้วช่องอื่นมีกลุ่มไหนที่ดู สมมติว่ามีกลุ่มตรงนี้ เป็นผู้หญิงเยอะ เราก็หา product ที่มันเข้ากลุ่มตรงนี้ มันจะทำให้มียอดขายมากขึ้น คือใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ เป็นการดูว่า คู่แข่งเป็นยังไง แล้วเราควรจะปรับผังยังไง แล้ว Positioningของช่องอื่น เขามาอย่างนี้ ตัวเลขเขาเป็นยังไง แล้วของเรา เราจะเจาะกลุ่มไหนเพื่อให้มีคนดู มีคนดูก็มีโฆษณาเข้ามา หรือคนดูอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ว่ามีเจาะจงกลุ่มเฉพาะ เขาก็ซื้อเหมือนกัน

 

ตรง Output มันเหมือนกับผลแล็บของหมอที่คนไข้อ่านไม่ได้ ผู้ประกอบการเองก็คงไม่มีความถนัดในการอ่านเท่ากับทางเอเจนซี่ ต้องมีคนที่ช่วยวิเคราะห์อีกทีหนึ่ง

มันถึงแบบว่า ตอนแรกที่เรามองว่า เราควรจะตั้งแยกออกมามั้ย ทีนี้ถ้าหากพอตั้งแยกออกมา ไม่ได้อยู่ภายใต้สมาคมมีเดีย เอเจนซี่ แล้วใครจะไปช่วย ผู้ประกอบการอย่างเดียว แล้วดูข้อมูลก็อาจจะลำบากนิดนึงใช่มั้ยคะ เอเจนซี่ก็ต้องกระโดดเข้าไปช่วยดูข้อมูลตรงนี้ คือหน้าที่สมาคม คนที่เราจะหา คือคนที่ดึงข้อมูลเป็น อ่านข้อมูลเป็น วิเคราะห์ข้อมูลเป็น มันถึงช่วยได้

 

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองไทย ที่ทางเอเจนซี่(Agency) กับทางผู้ประกอบการ มี Interaction กันดียิ่งขึ้น ?

  ค่ะ อย่างสมาคม ก่อนที่จะตั้ง MRB เราก็มีจัดคอร์สแบบเทรน เดอะเวนเดอร์ อย่างนี้เป็นต้น คือเชิญผู้ประกอบการมาแล้วก็จัดคอร์สให้ ให้ดูว่าตอนนี้เทรนด์เป็นยังไงบ้างแล้ว สิ่งที่ลูกค้ามองหาคืออะไร วิธีการขายของคุณ ทำยังไงที่จะ Serve ถึงลูกค้า ก็ให้เทรนนิ่งตรงนี้ มีกิจกรรมร่วมกันอยู่พอสมควร แล้วก็ไอ้การตั้ง MRB อันนี้เราขอฉันทามติด้วยนะคะ แล้วเชิญอุตสาหกรรมมาทั้งหมดเลย ขอฉันทามติในการจัดตั้ง คือถ้าทุกคนเห็นว่า จัดตั้งแล้วมันเป็นเรื่องดี ก็เห็นด้วย

จริงๆ ได้ฉันทามติร้อยเปอร์เซ็นต์เลยในการจัดตั้ง แล้วงานตรงนี้เยอะมาก ต้องไปเดินสาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสื่อเอง ไปอธิบายให้ฟัง สำหรับรายที่อาจจะไม่ได้มาเข้าร่วม คือไปอธิบายให้กับผู้บริหาร ให้รับทราบว่า คืออะไร ไปคุยกับทาง กสทช. ไปคุยแม้กับทางลูกค้า ลูกค้าก็ Support ดีนะคะ อย่างยูนิลีเวอร์ก็ support

 

คิดว่าจะมีผู้เข้าร่วมลงขันค่าใช้จ่ายครบมั้ย

  ก็ไม่ครบค่ะ ต้องบอกตามตรงว่าไม่ครบหมดแต่ Long-term ยังไงก็น่าจะเข้าร่วม เพราะถ้าหากว่า มันเกิดแล้วเนี่ย ทาง MRB ก็จะยึดข้อมูลตรงนี้เป็นหลักเลย เป็นข้อมูลที่ทางสมาคม Endorse รายอื่นๆ เราก็จะไม่ Endorse ถามบอกเขาทำต่อได้ไหม ทำได้ มีคนจะใช้ ใช้ได้มั้ย ใช้ได้ แต่มันจะมีแต่ตรงที่ว่า ถ้าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มาอยู่ที่นี่แล้ว ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็เซ็นกลับมาหมดแล้ว มียกเว้นอยู่ 2 รายที่ยังไม่เซ็น ในขณะที่ทีวีดาวเทียม คอนเฟิร์มมา 25 ช่อง ทางทรูคอนเฟิร์มมา 11 ช่อง แล้วก็ฟรีทีวีอีก 2 นะคะ แล้วก็จะมีทำเพิ่มอีก พวกโฮม ช็อปปิ้งก็สนใจ แล้วพวกเคเบิลตอนนี้ก็ขอรายชื่ออยู่ แล้วก็มีทาง Regional เขาเป็นคนติดต่อเข้ามาเอง ให้เราเล่าตัวนี้เขาอ่านข่าวเจอ ก็เล่าให้สมาชิกเขาฟังนะคะว่า โอเคที่ทำอยู่คืออะไร จัดตั้งยังไง เขาก็บอกว่าทางเขาสนใจอยู่ ก็มีอยู่หลายช่องเหมือนกันประมาณ 8 ช่องนะคะ แล้วก็มีเอเจนซี่ เอเจนซี่ก็เซ็นมาหมดแล้ว เหลืออยู่รายเดียวรอเข้าไปเจอไปอธิบายให้ฟัง มีกูเกิลสนใจ ไทยคมสนใจ ก็เก็บหมดแล้วค่ะ มันอาจจะเหลือรายเล็กรายน้อยอะไรอย่างนี้ วิธีการของเรานี่ก็คือ แบบเข้ามายิ่งเยอะตัวหารยิ่งเยอะก็จะถูกลง

แล้วเราก็ไปของบจาก กสทช. คือเราของบหนึ่งก้อน เป็น research fund สำหรับเซ็ตอัพ แล้วก็ขอค่าสมาชิกหนึ่งหน่วยด้วย เพราะท่านก็ต้องการข้อมูลเหมือนกัน ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการ และเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรม

 

เคยมีคนพูดว่าบางทีรายการดีๆ มันไม่มีเรตติ้ง รายการที่มีคุณค่า แม้กระทั่งอย่างไทยพีบีเอส จะอยู่ในการวัดเรตติ้งอย่างไร

  ก็มีการไปคุยกับไทยพีบีเอส เขาสนใจ เขาเป็น(ทีวี)สาธารณะ เขาจะคิดเป็นอีกเรทนึง เขาสามารถเอาไปใช้เพื่อที่จะดูและพัฒนารายการได้ ถามว่าไทยพีบีเอส มีคนดูมั้ย มีนะ มีคนดูเหมือนกัน ยังเยอะกว่าช่องใหม่ๆ บางช่องด้วยซ้ำไป

ในแง่คุณภาพของรายการ มันก็มีคุณภาพจริงๆ บางครั้งช่องที่เกิดใหม่อย่างนี้ จะทำรายการแบบวาไรตี้ทอล์กเยอะมาก จนไม่มีความแตกต่าง ช่องต้องหาจุดยืนของตัวเอง พูดอยู่ตลอดเวลาเลยว่า ช่องต่างประเทศ ไม่มีเบอร์ช่อง เขาเถียงกันเรื่องเบอร์ช่องนานมากเลย แล้วก็ช่องต่างประเทศไม่มีเบอร์ช่อง จะมีชื่อช่อง HBO Diva Fox CNN คือเป็นชื่อทั้งนั้นเลย การ์ตูนเน็ตเวิร์ก แอนิมอลแพลนเน็ต แบบว่าเป็นชื่อช่องที่มีเนื้อหาชัดเจน พอบอกไปปุ๊บ เรารู้เลยว่าเนื้อหาคืออะไร

ถ้าปัจจุบันผู้บริโภคในบ้านเรามีช่องอยู่ประมาณสองสามร้อยช่องนะคะ ดังนั้นทุกคนมีความชอบไม่เหมือนกัน เราก็จะหาเนื้อหาที่เราอยากดู อย่างแบบวัยรุ่นชอบดูหนัง มันก็จะมีช่องหนังอยู่ห้าหกช่องใช่มั้ยคะ เขาก็จะกดไปเรื่อยๆ เจอเรื่องที่ตัวเองอยากดูก็จะจอดดู แต่แน่นอนหนังก็จะแบบว่าอย่างแบบเอาตัวเองเป็นตัวอย่างเนี่ย อย่างวันศุกร์ ไม่อยากดูละคร ก็หาหนังดู ละครไม่สนุก ก็หาหนังดู แต่หนัง มันก็อาจจะแบบได้ดูแบบครึ่งเรื่องไปแล้วอะไรอย่างนี้ แต่พวกนี้มันจะวนไงคะ เราก็อาจจะดูซ้ำบ้างอะไรบ้าง ก็แล้วแต่ความชอบไป

 

เหมือนกับว่า แม้ช่องจะเยอะ ดูเหมือนแข่งขันกันมาก แต่มันอยู่ที่นโยบายของแต่ละช่องว่าจะ Positioning ตัวเองอย่างไร

  ใช่ Positioning ต้องวางให้ชัดเจน ในช่องที่เกิดใหม่ทั้งหลาย ตอนนี้ก็ซ้ำๆ กันหมด ช่องส่วนใหญ่ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ อันนี้ก็เป็นเรื่องของการพัฒนาของผู้ประกอบการสื่อในอนาคตด้วย

 

การมาถึงของทีวีดิจิตอล ถือว่าช้ามั้ยสำหรับเมืองไทย

ถือว่าช้าค่ะ

 

แล้วพลังของมัลติสกรีนจะแรงแค่ไหน

มันไปแล้วล่ะ ตอนนี้ พวกดูย้อนหลังก็เยอะ เริ่มเยอะ ก็ยังแบบเข้าไปดู เอาง่ายๆ ไปดูยูทูป อย่างเนี้ย บางละครดูเป็นล้านวิวเลยนะ เยอะมาก

 

การดูย้อนหลัง ไม่อยู่ในการวัดเรตติ้งใช่มั้ย

ใช่ ตอนนี้ไม่อยู่ แต่ในอนาคตก็จะอยู่แล้ว

 

โดยส่วนตัวคุณ เชื่อหรือไม่ว่า จริงๆ แล้วรายการดีๆ อยู่ได้ เรามักจะพูดว่า ถ้าจะทำอะไรให้มีเรตติ้ง ก็ต้องทำละครน้ำเน่า รายการที่มีคุณค่ามีสาระจะอยู่ได้ไหมในสังคมไทย

  คือมีสาระ แต่ต้องเอนเตอร์เทน เราว่ามันเป็นเรื่องของ Entertainment value ทีวี มันเป็น Entertainment medium ที่ถูกที่สุดในบ้าน แล้วคนต้องการอยากจะเอนเตอร์เทน คือรายการดีมีสาระเอนเตอร์เทนมั้ย ถ้ามันหนักเสียจนแบบว่า โอโห! (หัวเราะ) ดูเสร็จแล้วเหนื่อยอย่างนี้ ก็ไม่อยากดู จริงมั้ยคะ

เรายังพูดกับหลายคนนะ อย่างสังคมเรา ณ ตอนนี้ คนแก่เยอะมาก มันยังไม่มีช่องคนแก่รุ่นใหม่ ช่องคนแก่ที่ young @ heart ของอาร์เอสเขาทำช่องเพลินนะคะ มันก็คนละคอนเซปกัน คือเอาเพลงสุนทราภรณ์เก่าๆ หรืออะไรอย่างนี้ แล้วก็เอาดาราที่แบบสูงวัยมาทอล์ก มาอะไรอย่างนี้ แต่นี่มองนะว่ามันควรจะมีช่องสำหรับผู้สูงอายุนะ แต่ว่าไม่ใช่ผู้สูงอายุที่...

 

ที่กู่ไม่กลับ ?

ที่กู่ไม่กลับ (หัวเราะ) คือผู้สูงอายุที่ยังแบบว่ายังทันสมัยอยู่ ผู้สูงอายุที่แบบว่าโอเค อยากเรียนรู้ ไอแพดอย่างนี้ใช้ยังไง แล้วไปหาข้อมูลอะไรมาเอนเตอร์เทนตัวเอง ใช่มั้ยคะ มีหลานอย่างนี้ จะอยู่กับหลานยังไง จะเลี้ยงหลานยังไง ชีวิตสดใส ชีวิตคนแก่แต่ยังสดใส ไม่มีช่องอย่างนี้นะ อยากทำ (หัวเราะ)