ปั่นนี้.. เพื่อแม่

ปั่นนี้.. เพื่อแม่

จุดประกายชวนอุ่นเครื่องกับมหกรรมปั่นครั้งประวัติศาสตร์ Bike for Mom “ปั่นเพื่อแม่” ที่ฟีเวอร์กันทั้งบ้านทั้งเมือง..

จะสายแข็ง สายโหด หรือสายฟรุ้งฟริ้ง ฯลฯ สายไหนพร้อม ยกมือขึ้น!

 

เรียกได้ว่า อุดมด้วยเรื่องเล่าจริงๆ สำหรับอีเวนท์ใหญ่แห่งปีอย่าง Bike for Mom “ปั่นเพื่อแม่ กิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 เวลา 15.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะทรงจักรยานนำทีมข้าราชบริพาร ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

สองสัปดาห์ที่จะถึงนี้ จึงถือเป็นการนับถอยหลังที่นักปั่นต่างตื่นเต้นที่จะได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้ และเกิดเป็นกระแสบูมให้วงการจักรยานตื่นตัวสุดๆ ชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

สองล้อ ฟีเวอร์

“ผมอยู่ในวงการจักรยานมานานกว่า 20 ปี คิดว่ามาถึงจุดสูงสุดแล้ว ในชีวิตจึงไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสเห็นภาพคนนับหมื่นนับแสนออกปั่นจักรยานเช่นนี้” คือ คำยืนยันจากตัวจริงในวงการนักปั่นอย่าง สมโภชน์ สิงหพันธุ์ เจ้าของร้านจักรยาน Bike Hi-end ย่านลาดพร้าว 71 ซึ่งแสดงความคิดเห็นว่า กิจกรรม Bike for Mom นับเป็นการปลุกกระแสครั้งประวัติศาสตร์ของวงการจักรยานเมืองไทย

แม้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาวงการจักรยานจะอยู่ในขาขึ้นสุดๆ และส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 30-40 เปอร์เซ็นต์ แต่จากอีเวนท์นี้รายการเดียว กลับสามารถหนุนให้ยอดขายโตขึ้นได้อีกเกินเท่าตัว

เช่นเดียวกันกับ มนตรี จูมแพง เจ้าของร้าน Montri Bike Shop ที่บอกว่า ถ้านับยอดขายทั้งที่ผ่านหน้าร้านที่ห้างตั้งฮั่วเส็ง และขายผ่านเว็บไซต์ http://www.montribikeshop.com พบว่ายอดขายโตขึ้นมากเช่นเดียวกัน โดยนอกจากจะขายจักรยานหลากหลายประเภทแล้ว ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจ คือ ให้เช่าจักรยาน ซึ่งปกติลูกค้าที่มาเช่าจะเป็นกองถ่ายหนังโฆษณา อย่างจักรยานที่ถูกนำไปใช้ประกอบการถ่ายมิวสิควิดีโอเพลง “ปั่นจักรยาน” (เพลงธีมในกิจกรรมครั้งนี้) จำนวนหนึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากร้านของมนตรีด้วย

เมื่อมีลูกค้ารู้ว่า ทางร้านมีจักรยานให้เช่า ยอดสั่งจองจึงเข้ามาเรื่อยๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานรัฐที่สั่งจองมา มีรายย่อยบ้างนิดหน่อย รวมๆ ที่ทำสัญญาเช่าไปแล้ว และกำลังจะทยอยนัดส่งสินค้าอยู่ที่ราวๆ 150 คัน

“ราคาที่ให้เช่าก็อยู่ที่ระหว่าง 300-400 บาทต่อคันต่อวันครับ ราคาก็แล้วแต่ว่า เช่ามากหรือน้อย ซึ่งก็มีทั้งจักรยานของที่ร้านเอง แล้วเราก็หามาเพิ่มจากเครือข่ายของเราด้วย ถ้ามีลูกค้าเข้ามาเพิ่ม ก็ยังพอหาให้ได้ครับ” มนตรีเอ่ย

ยืนยันอีกเสียงโดย เดอะกุ่ย-ยุทธพงษ์ ชัชวาลวรรณ ตัวแทนจำหน่ายจักรยานยี่ห้อ XDS ที่เผยว่า ตั้งแต่เริ่มประกาศว่ามีกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ ยอดขายเกือบทั้งหมดที่เข้ามาช่วงนี้ คือคนที่ซื้อเพื่องานดังกล่าว ผลก็คือ ยอดขายพุ่งทะลุเพดานจนจักรยานในสต็อกไม่พอขาย

“มันไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ในประเทศไทย Bike for Mom เป็นงานใหญ่ คนก็อยากไปร่วม โอกาสที่จะปั่นกับพระบรมโอรสาธิราชฯ ก็ไม่ได้มีบ่อย นี่เป็นกระแสที่ทำให้วงการจักรยานตื่นตัวอีกครั้ง" เขาย้ำ 

 

ไอเท็มเติมความฟิน

นอกจากสองล้อที่เป็นอุปกรณ์หลักที่ต้องมีหากจะไปร่วมปั่นเพื่อแม่แล้ว สำหรับใครที่ยังไม่ฟินพอ ก็ยังมีอีกหลายไอเท็มที่ถูกทยอยปล่อยออกมาเพื่อยั่วน้ำลายนักปั่น

อำนาจ สุขสว่าง เจ้าของร้านแอคเซสเซอรี่จักรยานและกิจกรรมกลางแจ้งหน้าใหม่ “Me ITEM มีไอเท็ม” ได้เลือกผลิตผ้าบัฟลาย Bike for Mom เป็นลายเปิดตัวร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่สั่งซื้อเป็นนักปั่นที่ตั้งใจจะไปร่วมงานโดยรู้จักร้านผ่านทางแฟนเพจ ทำให้ออร์เดอร์ที่เข้ามามาจากทุกสารทิศ แม้จะนั่งแพ็คของกันอยู่ที่ระยอง

“เห็นจากโครงการปั่นเพื่อแม่ ก็เลยทำขึ้นมา ทำมา 200 ผืน ตอนนี้ขายไปแล้วกว่าร้อยผืน” อำนาจเล่า และบอกว่า ยังมีผ้าเปล่าอีก 500 ผืน ถ้ากระแสตอบรับดี ก็จะทำเพิ่ม และกำลังเล็งจะทำปลอกแขนสำหรับนักปั่นให้ทันวันงานด้วย

ด้าน ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล เจ้าของร้าน Boom Cycling แบรนด์เสื้อผ้าจักรยานของไทย ก็ทำเสื้อสำหรับนักปั่น “Love Mom” และเสื้อยืดคอมกลม “ทรงพระเจริญมหาราชินี” ออกมาเกาะกระแสวันแม่โดยเฉพาะ

“เราทำเสื้อในหลวงมาตั้งนานแล้ว มาปีนี้ สมเด็จพระเทพฯ ครบ 60 ปี ก็ทำแล้วขายดี ก็เลยตั้งใจไว้ว่า ยังไงวันแม่ปีนี้ก็ต้องทำ” ศิวพันธ์ถึงเล่าไอเดียเริ่มต้น ซึ่งไปพอดิบพอดีกับกระแสปั่นจักรยานนี้ ก็เลยเร่งทำชนิดไฟลนก้น แล้วผลตอบรับก็ดีเกินคาดเมื่อเสื้อออกประกาศขาย

เสื้อที่ร้านสั่งไว้ตั้งต้น 200 ตัว ก็หมดตั้งแต่ยังส่งมาไม่ถึงเมืองไทย และตอนนี้ก็สั่งผลิตไป 4 รอบ มียอดรวมแล้วนับพันตัว ศิวพันธุ์บอกว่า เป็นสินค้าที่มียอดขายสูงสุดตั้งแต่เปิดร้านมา 5 ปี

"ฟีเวอร์ แต่ดีนะครับ” ศิวพันธ์บอก เพราะตั้งแต่หลังตรุษจีนมา ยอดขายของร้านจักรยานและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตกทุกร้าน บางร้านยอมแพ้จนต้องปิดตัวไปก็มี

"มันช่วยธุรกิจนะ สมมติวันงานมีคนมาปั่นสักล้านคนเป็นหน้าใหม่ ถ้ามันเหลือสักสามแสนคนปั่นต่อ นั่นเป็นผลพลอยได้”

เมื่อเริ่มมองเห็นโอกาส เขาจึงคิดจะผลิตเสื้อในวันสำคัญออกมาอีก แต่สำหรับเสื้อ Love Mom ครั้งนี้ เขาแอบบอกว่า จะไม่ทำเพิ่มแล้ว

“..เดี๋ยวมันไม่สเปเชียล(ยิ้ม)”

 

ยกทัพนักปั่น

สำหรับสาเหตุสำคัญของจำนวนนักปั่น (อย่างเป็นทางการ) ที่มากถึงเกือบสามแสนรายซึ่งได้ลงทะเบียนเพื่อร่วมปั่นในกิจกรรมนี้ โดยแบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 4 หมื่นราย และในต่างจังหวัดอีก 254,863 ราย รวม 294,863 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.ค.) นั้น ในมุมมองของสมโภชน์ เขาคิดว่า กิจกรรม Bike For Mom ถือเป็นเกียรติประวัติ เป็นเรื่องที่ทุกๆ คนอยากมาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน ตั้งแต่บุคคลสำคัญของประเทศ วีไอพี นักปั่นจักรยานทีมชาติ จนถึงนักปั่นหน้าใหม่

“บางคนอาจจะลงทะเบียนไม่ทัน หรืออาจจะติดภารกิจ บางคนอาจจะไม่อยู่ในกลุ่มประชาชนที่ปั่นบนเส้นทางนั้น แต่หลายคนบอกผมว่า แค่เข็นจักรยานออกมาในวันนั้น ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แล้ว"

ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เราจะได้เห็นการรวมตัวของจักรยานหลากสปีชี่ส์ ทั้งล้ำด้วยเทคโนโลยีขั้นเทพ ไปจนถึงจักรยานวินเทจ หรือจะมาในแนวปั่นแฟชั่นก็ตามแต่.. ทุกคนต่างเตรียมตัวกันมาอย่างเต็มที่เพื่อจะ ‘ย่ำบันได’ เพื่อแม่อย่างพร้อมเพรียง

สำหรับสายวินเทจก็ไม่พลาดกิจกรรมนี้ โดย รณชัย-จรูญรัตน์ ประภัสสรภิญโญ คู่สามี-ภรรยา เจ้าของร้านสยามเบาะ ในตัวเมืองจังหวัดชลบุรี ก็เผยว่า ทั้งคู่ได้เตรียมรถจักรยานยี่ห้อฮัมเมอร์อายุกว่า 70 ปี อันเป็นสมบัติตกทอดมาจากรุ่นพ่อซึ่งที่ผ่านมามีคนมาขอซื้อแต่ไม่คิดขาย และตั้งใจจะนำเจ้าสองล้อวินเทจสองคันนี้ไปร่วมปั่นในงานด้วย โดยคุณลุงรณชัยบอกว่า ได้ลงทะเบียนไว้แล้วเรียบร้อย

แม้ใจจะเต็มร้อย แต่ด้วยวัยที่ไม่น้อย ทั้งคู่เลยเตรียมแผนสอง หากถีบไม่ไหว ก็จะขอใช้เครื่องยนต์ที่ติดมากับตัวจักรยานเนียนๆ ปั่นไปด้วย

ขณะที่นักปั่นรุ่นเยาว์อย่าง น้องบอส-ด.ช.จิรศักดิ์ ตันเจริญ จากจังหวัดอ่างทอง ก็เตรียมฝึกซ้อมอย่างขะมักเขม้นกับจักรยานล้อสูงสุดเก๋า เพนนี-ฟาร์ธิง โดดเด่นที่ขนาดของล้อหน้าสูง-ล้อหลังเล็ก โดยล้อด้านหน้ามีความรัศมีความกว้าง50นิ้ว ขณะที่ล้อหลังมีรัศมีความกว้าง 12 นิ้ว ซึ่ง ศิริชัย ตันเจริญ ผู้เป็นพ่อเผยว่า น้องบอสมาขอให้พาไปสมัครปั่นจักรยานในรายการนี้ โดยจะขอเอาเจ้าสองล้อโบราณคันนี้ไปร่วมงานด้วย

ส่วนกลุ่มคนรัก ‘ล้อโต’ หรือ จักรยานแฟตไบค์ในนามของกลุ่ม We Love Fat Bike ทางเฟซบุ๊ค และมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนักปั่นในมิวสิควิดีโอเพลงปั่นจักรยานด้วยนั้น ก็ได้เตรียมการที่จะเข้าร่วมงานนี้ด้วย โดย เอก-กฤษณฤกษ์ อนุรักษ์ แอดมินของหน้าเพจดังกล่าวเล่าให้ฟังว่า ทางกลุ่มยังออกแบบเสื้อแบบพิเศษสำหรับ ปั่นเพื่อแม่ ในแบบของพวกเขาเอง แถมยังชวนชาวล้อโตและนักปั่นอื่นๆ มาร่วมกันปั่นในงานนี้ด้วย โดยประกาศนัดเจอกันที่แอร์พอร์ตลิ้งค์มักกะสัน เวลา 13.00 น ล้อหมุน 13.30 น

งานนี้ เอกบอกว่า ไม่จำกัดค่าย ไม่มียี่ห้อ ขอเเค่เพียงมีสองล้อ จะเล็ก หรือจะใหญ่ ก็มาปั่นด้วยกันได้ โดยพวกเขาจะปั่นแบบครบรอบ 43 กิโลฯ ตามเส้นทางที่งานกำหนด

 

4 ชั่วโมงเพื่อเสื้อ

เพราะเพียงแค่ลงทะเบียนออนไลน์ ยังไม่ฟินพอ ถ้าไม่ได้ไปร่วมปั่นจริง ฉะนั้นเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค.ที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นขบวนมนุษย์ยาวเหยียดบนถนนวิภาวดีที่ต่อแถวเข้าคิวเพื่อมารอรับเสื้อเเละเข็มกลัดพระราชทานซึ่งมีจำนวนจำกัด ณ สนามกีฬากองทัพบก ถนนวิภาวดี

คิดชนะ เลอศักดิ์วณิชกุล คอลัมนิสต์ดนตรี นสพ.เดอะ เนชั่น หนึ่งในผู้ที่ไปต่อแถวเล่าถึงประสบการณ์ฝ่าฟันว่า ตั้งแต่การลงทะเบียนก็ลุ้นสุดๆ แล้ว เพราะพอเข้าไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.bikeformom2015.com ไม่เท่าไหร่ เพื่อนๆ ก็ส่งเสียงมาว่า ลงไม่ได้แล้ว เพราะเว็บล่ม!

“เพื่อนส่งมาบ่นว่า เข้า(เว็บ)ไม่ได้เลย ผมเลยลองเข้าดูบ้างก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่พอเข้าได้ เขาแจ้งว่า เต็มแล้ว คือ ครบจำนวนที่ต้องการแล้ว แน่นอน เราก็ดีใจและตื่นเต้น เหมือนกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่สามารถลงทะเบียนได้ทัน"

จากนั้นก็ตั้งตารอ จนถึงวันที่รอคอย..

คิดชนะ นัดกับเพื่อนๆ ไว้ตอน 6 โมงเช้า แต่เจ้าตัวกลับสะดุ้งตื่นตอนหกโมงครึ่ง พอไปถึงก็เจ็ดโมงกว่า เห็นเพื่อนๆ ต่อแถวอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า.. ส่วนตัวเขาเดินไปปลายแถว ซึ่งขณะนั้นยาวไปจนเกือบถึงทางขึ้นทางด่วนดินแดง

แม้ช่วงแรกจะชิลล์ไม่ออก เพราะกังวลว่าเสื้อจะหมดก่อน ก็ได้แต่ยืนรอ แต่พอยืนๆ ไปก็เริ่มสนุกสนานกับการถ่ายรูปเซลฟี่กับเพื่อนใหม่ในแถว และเมื่อเข้าสู่ช่วงสาย อากาศเริ่มร้อนขึ้น บางคนเตรียมพร้อมมาอย่างดี ข้าวปลาอาหารเครื่องดื่มไม่มีขาดก็สบายไป ส่วนใครที่ไม่ได้พกมาเองก็ต้องพึ่งพาพ่อค้าแม่ขายที่เตรียมน้ำดื่ม ยาดม และพัดแบบไทยๆ มาขายด้วย

“ก่อนประตูเปิด น่าจะประมาณ 8.30 น. เราได้ยินเสียงประกาศว่า รถนำเสื้อและเข็มกลัดพระราชทานกำลังเดินทางมา ทุกคนดีใจ เมื่อได้รู้ว่าประตูเปิดแล้ว ต่างทยอยกันเข้าไปอย่างช้าๆ และไปรออยู่ข้างใน มีการแจกน้ำ Bike for Mom และยาดมที่เป็นสำลี สำหรับคนที่จะเป็นลม”

จากบรรยากาศที่สัมผัสมาเกินครึ่งวันกว่าจะได้รับแจกเสื้อเป็นผลสำเร็จ ถึงจะร้อน ถึงจะเหนื่อย แต่เขาก็ยืนยันจากสายตาที่ได้เห็นว่า...

  “ทุกคนที่มา ต่างมาด้วยใจจริงๆ

 

+++++++++++++++++++++++++

คนปั่นกันเอง

นักปั่นอย่าง ธรัช วรวงศ์รัตนา แม้จะปั่นจักรยานอยู่เรื่อยๆ และเคยร่วมปั่นจักรยานตามงานต่างๆ แต่งานใหญ่ครั้งนี้เขาพลาด ไม่ได้เข้าร่วม ด้วยเหตุผลว่าระยะเวลาและช่องทางการรับสมัครน้อยเกินไป เท่าที่เขาทราบ แค่วันแรกก็มีคนลงทะเบียนผ่านอินเทอร์เน็ตจนเต็มและระบบล่มหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ใจจริงก็อยากร่วมปั่นเพื่อแม่

“รู้สึกว่าเป็นกิจกรรรมที่เกิดจากเจตนาดี เพื่อให้ทุกคนได้แสดงออกและทำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความดีร่วมกัน และก็ดูแปลกไปจากกิจกรรมเพื่อแม่ที่มีมาแต่เดิม แค่ได้ยินชื่อกิจกรรมก็รู้สึกดีแล้ว"

ไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่ยังมีเพื่อนๆ นักปั่นอีกหลายคนที่ทั้งลงทะเบียนไม่ทัน เจอระบบล่มสกัดดาวรุ่ง และนานาเหตุผล แต่เมื่อหัวใจบอกว่าอยากปั่น จึงเกิดการระดมพลคน “ไม่ได้ลงทะเบียน”

"ตอนนี้ที่คุยๆ กันบ้าง นัดกันบ้าง ก็มีประมาณ 4-5 คน ที่สนใจอยากไปปั่นกัน ส่วนมากก็เป็นเพื่อนพ้องพี่น้องขาประจำที่ปั่นกันอยู่แล้วตั้งแต่ครั้งสนามเขียวบ้าง ปั่นไนท์ทริปบ้าง กิจกรรมของราชการและเอกชนบ้าง”

กว่าจะถึงวันจริงจำนวนผู้ร่วมอุดมการณ์อาจจะเพิ่มขึ้นๆ แต่ที่แน่นอนแล้วคือเส้นทางที่พวกเขาจะปั่นกัน คือจากลาดกระบังปั่นเข้าเมือง โดยเริ่มปั่นตั้งแต่เช้าไปจนถึงเวลาจัดกิจกรรม และถ้ามีโอกาสก็จะปั่นตามขบวน Bike for Mom ด้วย แม้จะเป็นไปได้ยากเหลือเกินด้วยหลายเหตุผลของผู้จัดงาน

แม้จะไม่ใช่ขบวนจริง แต่นักปั่นรายนี้บอกว่าก็เตรียมตัวไม่น้อยกว่านักปั่นที่ลงทะเบียน ทั้งเตรียมร่างกาย (เพราะอาจเจอฝนหรือแดดร้อนของบ่ายวันนั้น) และจักรยานและพร็อพก็ถูกตระเตรียมอย่างดี

“รถจักรยานก็สำคัญมากครับต้องเตรียมให้พร้อม ส่วนเรื่องเครื่องแต่งกายคงเป็นชุดปั่น รองเท้า ถุงมือ หมวก อยู่ประจำตามปกติที่เคยปั่น แต่เสื้อคงจะเป็นสีฟ้าหรือโทนสีฟ้า”