วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วอนบรรจุนาฏศิลป์ไทย-ดนตรีในหลักสูตรท้องถิ่น

กรมส่งเสริมวัฒนธรรรมวอน ศธ.บรรจุนาฏศิลป์ไทย-ดนตรีในหลักสูตรท้องถิ่น เสนอขอลดหย่อนภาษี2เท่าให้ผู้บริจาคเครื่องดนตรี-ชุดการแสดง

น.ส.นันทิยา สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยระหว่างร่วมพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโล่รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษาดีเด่นทางวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านประจำปี2558ว่า สถานศึกษาเป็นที่บ่มเพาะการสานต่อวัฒนธรรมในเด็กและเยาวชนได้ดีที่สุด ซึ่งนโยบายของกระทรวงวัธรรม ก็ให้ความสำคัญแก่เด็กและเยาวชนในการสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้าน ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสนใจและส่งเสริมจนได้รับการคัดเลือกเป็นสถานศึกษาแล้ว ก็จะเป็นต้นแบบเผยแพร่การบริหารจัดการให้แก่สถานศึกษาอื่น ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม การจัดยกย่องสถานศึกษาดีเด่นด้านนาฏศิลป์ไทยและดนตรีพื้นบ้านนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการสานต่อนาฏศิลป์ไทนและดนตรีพื้นบ้านในสถานศึกษาเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องต้องดำเนินการทั้งระบบ เพราะจากการสำรวจโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พบว่า ครูวิชาดนตรีส่วนใหญ่ไม่มีวุฒินาฏดุริยางค์โดยตรง แต่มีความสนใจ ใจรัก หรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สอนวิชานี้ เพราะฉะนั้น กรมส่งเสริม จึงได้ทำโครงการอบรมครูวิชาดนตรีจำนวน 60 คนไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อส่งเสริมให้ครูมีทักษะความรู้ในการสอน

 นอกจากนั้น สถานศึกษา ก็ยังมีปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องดนตรีด้วย เพราะฉะนั้น ต้องมีการแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“วธ.ยังพยายามส่งเสริมให้มีการบริจาคเครื่องดนตรีและชุดการแสดงด้วย โดยนายวีระ โรจน์พจนรันต์ รมว.วัฒนธรรม มีแนวคิดว่า ผู้ที่บริจาคเงินเพื่อศิลปะวัฒนธรรมนั้น ควรได้รับการลดหย่อนภาษีเป็น 2 เท่า จากปัจจุบันที่สามารถนำมาลดหย่อนได้แค่  1 เท่า ซึ่งกรมส่งเสริมก็ได้เสนอให้การบริจาคเครื่องดนตรีและชุดการแสดง อยู่ในกรอบที่จะเพิ่มการยกเว้นเป็น 2 เท่าด้วย ซึ่งขณะนี้ สำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรม อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเสนอกระทรวงการคลัง “

น.ส.นันทิยา กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจัดซื้อเครื่องดนตรีของสถานศึกษาด้วย การจัดซื้อเครื่องดนตรีของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการนั้น มีระเบียบการจัดซื้อกำหนดไว้ให้ซื้อของที่มีราคาถูกสุด เกิดปัญหาสถานศึกษาได้เครื่องดนตรีที่ราคาถูกแต่คุณภาพไม่ดี เพราะฉะนั้น ต้องแก้ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องดนตรีในสถานศึกษาให้ได้ของที่มีคุณภาพให้ได้ โดยจากการปรึกษากับผู้ทรงวุฒินั้น อาจใช้วิธีกำหนดเกณฑ์คุณภาพของเครื่องดนตรีไว้เป็นมาตรฐานกลาง วิธีนี้จะช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดซื้อเครื่องดนตรีที่มีคุณภาพได้

“สมเด็จพระเทพฯ ทรงรับสั่งว่า ปัจจุบัน ครูสอบดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย ขาดทักษะความรู้ เพราะไม่ได้จบมาโดยตรงแต่มีความตั้งใจเลยมาเป็นครูสอนดนตรีไทย เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหา จะต้องมีการส่งเสริมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยในโรงเรียนอย่างเป็นระบบบ โดยต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากเรื่อง ครู งบประมาณ อุปกรณ์ดนตรีไทยแล้ว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยังอยากให้กระทรวงศึกาธิการ กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่ง บรรจุวิชาดนตรีพื้นบ้านและนาฏศิลป์ไทยไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นด้วย ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้สถานศึกษาเลือกวิชาเลือกที่จะใส่ในหลักสูตรท้องถิ่นเอง ซึ่งบางแห่งก็เลือกสอนในเรื่อง ๆอื่น ๆ เช่น ภาษาเพื่อนบ้าน แต่ถ้ากำหนดให้ทุกสถานศึการต้องบรรจุดนตรีไทยไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นแล้ว ก็จะเป็นการบังคับให้โรงเรียนต้องสอน ช่วยในเลือกการสานต่อนาฏศิลป์ไทยและดนตรีพื้นบ้านได้มาก “ นางสาวนันทิยา กล่าว