วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

เมื่อ เจมส์ เทย์เลอร์ ฟื้นคืนชีพ

เมื่อ เจมส์ เทย์เลอร์ ฟื้นคืนชีพ

แม้สังขารภายนอกแปรเปลี่ยนไปไม่น้อยแล้วในวันนี้ แต่ในแง่ของศิลปะการดนตรี เจมส์ เทย์เลอร์ ยังรักษามาตรฐานได้อย่างคงเส้นคงวา





สำหรับผม นักร้องนักแต่งเพลง อย่าง เจมส์ เทย์เลอร์ ไม่ได้หายไปไหน เขายังมีคอนเสิร์ตและกิจกรรมทางดนตรีอย่างสม่ำเสมอ จำได้ว่า ครั้งล่าสุดที่ได้ชมการแสดงสดของเขา เป็นภาพประทับใจที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ในฤดูร้อนของปี 2009 เมื่อเจ้าตัวมาพร้อมกับทีมนักดนตรีระดับพระกาฬ อย่าง แลร์รี โกลดิงส์ และ สตีฟ แกดด์ เป็นต้น

นับจากอัลบั้ม October Road ปี 2002 เป็นต้นมา เจมส์ เทย์เลอร์ วนเวียนอยู่กับ “ของเก่า” เพราะเอาเข้าจริงๆ เขามีบทเพลงฮิตมากมาย กระทั่งวันหนึ่ง เจ้าตัวเกิดตระหนักขึ้นมาว่า แทบจะไม่ได้เขียนเพลงใหม่ๆ เลย ด้วยเกรงว่าความสามารถในการแต่งเพลงจะตกหล่นสูญหาย นั่นจึงกลายมาเป็นอัลบั้มล่าสุด Before This World (2015)

หากแฟนเพลงเก่าของ เจมส์ มาฟัง Before This World คงต้องรู้สึกทึ่ง อัศจรรย์ใจไปตามๆ กัน เพราะนับจากอัลบั้มแรกในชีวิตของเขา ที่ชื่อ James Taylor เมื่อปี 1968 เป็นต้นมา จวบจนถึงอัลบั้มในสตูดิโอลำดับที่ 17 ชุดนี้ เจ้าตัวเผยให้สัมผัสถึงพลังของบทเพลงที่สดใหม่เป็นอย่างยิ่ง ราวกับทุกอณูพวยพุ่งออกมาจากความเป็นหนุ่มที่ซ่อนอยู่ภายในของเขา

เรียกว่า แม้สังขารภายนอกแปรเปลี่ยนไปไม่น้อยแล้วในวันนี้ แต่ในแง่ของศิลปะการดนตรี เจมส์ เทย์เลอร์ ยังรักษามาตรฐานได้อย่างคงเส้นคงวาเสมอ

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยวัย 67 ปีในวันนี้ เจมส์ เทย์เลอร์ มาในฐานะไม่แตกต่างจาก “เรอเนสซองส์ แมน” เท่าใดนัก เมื่ออัลบั้ม Before This World เปิดตัวที่อันดับ 1 ของชาร์ตท็อป 200 ของบิลบอร์ด นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาทำอัลบั้มขึ้นอันดับ 1 ได้สำเร็จ ทั้งที่อัลบั้มขายดีมากๆ ในช่วงวัยหนุ่ม อย่าง Sweet Baby James เมื่อปี 1970 ยังทำได้เพียงอันดับ 3 เท่านั้น !

ภาพรวมของ Before This World เป็นเพลงแต่งใหม่ หรือ “ออริจินัล” เกือบทั้งหมด ในแนวทางอะคูสติก โฟล์คป๊อป ที่มีแนวทำนองสวยงาม แนวเสียงประสานที่ให้ความอบอุ่น กับภาคดนตรีที่เรียบเรียงอย่างเรียบง่าย แต่ประณีตบรรจง

เสน่ห์ประการถัดมาที่คนฟังเพลงสัมผัสได้จากงานชุดนี้ คือความใส่ซื่อจริงใจ ที่ไม่มี “ใบสั่ง” หรือแรงกดดันใดๆ จากค่ายเพลง เจมส์ เทย์เลอร์ คัดสรรวัตถุดิบด้วยตัวเอง ด้วยการเรียงร้อยเรื่องราว ความเป็นมาเป็นไป และสภาพแวดล้อมที่เขาซึมซับ

บทเพลงทั้งหมดจึงมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องใกล้ตัว สถานที่ที่รักและผูกพัน ตลอดจนถึงเหตุการณ์และความเป็นไปของโลก (เพลงอย่าง Far Afghanistan) โดยเจ้าตัวเผยมุมมอง ทั้งเศร้าทั้งสุข ทั้งอบอุ่นและหนาวเหน็บออกมา
เปิดตัวด้วยแทร็คแรก Today Today Today ที่มีโมทิฟง่ายๆ กับแนวทำนองที่ฮัมตามได้ในทันที นี่คือลายเซ็นชัดเจนของ เจมส์ เทย์เลอร์ กับคุณภาพของเสียงร้องที่นุ่มนวลชวนฟังในแบบฉบับของเขา

You And I Again ลีดอินด้วยเสียงเครื่องสายที่เคลื่อนเข้ามาอย่างเศร้าร้อย เสียงร้องของ เจมส์ มีเปียโนบรรเลงแอคคอมพานีอย่างพอเหมาะพอเจาะ ภาคดนตรีทำหน้าที่ซัพพอร์ตอย่างบางเบา เพื่อให้เสียงร้องโดดเด่น ถือเป็นเพลงที่ฮิตโดนใจได้ในทันทีที่ได้ฟัง

สลับมาสู่ความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในมีเดียมเทมโปในเพลง Angles of Fenway ต่อเนื่องด้วยพลังขับเคลื่อนของนักเดินทาง บ่งบอกถึงความเป็นหนุ่มในหัวใจ ในเพลง อย่าง Stretch of the Highway ในฟอร์มเพลงแบบ ABAB

“I was born singing yes I am
Grew up some kind of travelin’ man
Sunday morning, pack my things
Say so long sweet potato
I’m on the road again”

สำหรับผม Montana เป็นเพลงเกี่ยวกับสถานที่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น และสงบนิ่ง ถือเป็นจารีตของนักร้องนักแต่งเพลง ที่อย่างน้อยๆ น่าจะผูกพันกับสถานที่ที่ตนเคยไปเยือน เช่นเดียวกันกับเพลง อย่าง Carolina in My Mind ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้แก่เจ้าตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว

ในส่วนของไตเติลแทร็ค Before the World / Jolly Springtime เป็นเพลงเด่นที่มี สติง เพื่อนศิลปินมาร่วมให้เสียงร้องประสาน ให้ประสบการณ์งดงามไปอีกแบบหนึ่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงเก่าในแบบ traditional ที่ร้องขับขานมายาวนานนับร้อยปี นั่นคือ Wild Mountain Thyme ที่ตอกย้ำความเป็นนิวอิงแลนด์สายเลือดสก็อตช์ของเขา ซึ่งยังเข้มข้นไม่เสื่อมคลาย.