ข้อเขียนด้านดนตรีคลาสสิกที่มีให้แฟนๆ ติดตามเป็นประจำบนพื้นที่นี้ - จุดประกาย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะโลกดิจิทัล, สื่อออน์ไลน์, สมาร์ทโฟน ทำให้การเข้าถึงดนตรีคลาสสิกด้านข้อมูล,ตัวบทเพลง และการแสดง (ทั้งภาพและเสียง) เป็นไปอย่างสะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว หลากหลาย มีให้เลือกชมและฟังมากมาย
จนบางครั้งผู้เขียนรู้สึกว่า “ท่วมท้น” ไม่น่าจะมีเวลาเสพและฟังได้หมด หรือการฟังดนตรีคลาสสิก อาจเป็นไปอย่างฉาบฉวย ไม่ลงลึก ฟังผ่านๆ ฟังบางส่วนของบทเพลง หรือฟังไปทำอย่างอื่นไป ไม่มีสติหรือสมาธิในการฟังอย่างแท้จริง
พิจารณาแง่การเริ่มต้นสนใจฟัง การพยายามดึงดูดผู้สนใจทั่วไปให้หันมาฟังดนตรีคลาสสิก สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงเหมาะสม เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เป็นช่องทางการเผยแพร่ดนตรีที่ “มหัศจรรย์” ยิ่งในขณะนี้
แต่ในที่สุดแล้ว ผู้เขียนคิดว่าการเสพงานศิลปะโดยเฉพาะดนตรีคลาสสิก ในกลุ่มผู้ฟังที่ต้องการสัมผัสสุนทรียะทางดนตรี ระดับที่ “แยบยล” ขึ้นไป คือ การฟังอย่างตั้งใจ จดจ่อ และมีสมาธิ ผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีด้านเสียงที่มีคุณภาพ และท้ายสุดคือการชมและฟังการแสดงจริง
เป็นหนทางนำไปสู่การเข้าถึงความงดงามทางดนตรี ที่หลายคนอาจไม่เคยค้นพบมาก่อน ผ่านการฟังดนตรีจากสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว
แนวคิดหนึ่งของการบริหารจัดการด้านศิลปะ เพื่อให้สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ยุคนี้ประเด็นการสร้างและเพิ่มจำนวนผู้ชมผู้ฟังดนตรีคลาสสิก เพื่อทดแทนคอเพลงคลาสสิกรุ่นเก่าๆ คือ การพยายามทลาย “พิธีกรรม” หรือ ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ที่ควรต้อง “ทำ” เวลาไปฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก เพื่อทำให้การเข้าถึงดนตรีเป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่ “มากเรื่อง”
อาจเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มเท่านั้น อาทิ หนุ่มสาว, คนเริ่มต้นสนใจดนตรีคลาสสิก, คนไม่มีประสบการณ์การฟังดนตรีแนวนี้มาก่อน หรือเหมาะสมกับ “เวลา” และรอบการแสดงที่ไม่ปกติ
แต่การฟังดนตรีคลาสสิกอย่างจริงจังนั้น แม้แต่เรื่อง “การแต่งตัว” ยังส่งผลให้เกิด “สมาธิ” ต่อการฟังเพลงด้วย ซึ่งทัศนะของ สตีเวน ฮัฟ นักเปียโนและคอลัมน์นิสต์ดนตรีคลาสสิกชื่อดังชาวอังกฤษ เคยมาแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวเปียโนในบ้านเรา 2 ครั้ง ให้สัมภาษณ์กับ บรูซ ดัฟฟี ไว้น่าสนใจในประเด็นนี้ พอสรุปได้ว่า
การแต่งตัวมาฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกอย่างสบายๆ อาจใส่กางเกงยีนส์ หรือแต่งกายไม่อยู่ในขนบที่เหมาะสม เป็นการทำให้เสียบรรยากาศของ “โอกาสพิเศษ” ช่วงเวลาเฉพาะแห่งความรื่นรมย์ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน
คนแต่งตัวดีๆ ไปฟังคอนเสิร์ต ก็เหมือนกับแต่งตัวดีๆ ไปกินอาหารมือเย็นมื้อพิเศษ ในร้านอาหารรสเลิศ ไวน์ดีๆ บรรยากาศโรแมนติก เพราะทำให้เกิดเป็นช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดา ก็ต้องแต่งกายให้ “เริ่ด” ไม่ธรรมดา เพื่อให้เหมาะกับโอกาสพิเศษนั้น
คอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกในแบบดั้งเดิม ทำให้คนอยากมาฟังการแสดง เพราะถ้าทำให้อะไรก็ดูง่ายไปหมด ไม่เป็นทางการ คนก็อาจคิดว่าไม่เห็นมีอะไรพิเศษ ที่คุ้มค่าการไปชมและฟังการแสดง
เมื่อคนคิดว่าการไปฟังเพลงเป็นโอกาสพิเศษ แต่งตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความ “ตั้งใจฟัง” เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศ (หรือพิธีกรรม) การแสดงคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก
ฮัฟ แสดงความคิดเห็นว่า ความจดจ่อ ตั้งใจฟังเพลงคลาสสิกยาวๆ ของคนยุคนี้เริ่ม “หดสั้น” ลง การฟังเพลงคลาสสิกผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรี เช่นการฟังเพลงคลาสสิกผ่านแผ่นซีดีและเครื่องเล่นซีดีภายในบ้าน ส่วนใหญ่ผู้ฟังจะไม่ได้นั่งลงตั้งใจฟังเพลงเพียงอย่างเดียว แต่จะทำอย่างอื่นไปพร้อมๆ กัน
นั่นไม่ใช่วิธีการฟังเพลงคลาสสิกอย่างแท้จริง
การไปฟังการแสดงจริง, แต่งตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อให้รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษ ที่ไม่ใช่กิจวัตรประจำวัน, มีขั้นตอน ขบวนการ หรือพิธีกรรมในการแสดง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ผู้ฟังต้องจดจ่อฟังการบรรเลงจนจบเพลง ไม่อาจทำกิจกรรมอย่างอื่นๆ ไปพร้อมกับการฟังเพลง เหมือนการนั่งฟังเพลงอย่างสบายๆ ในบ้าน
0 0 0 0 0
ภวังค์ความคิดข้างต้นผุดขึ้น ขณะผู้เขียนตั้งใจว่า มิวสิค คอร์เนอร์ อาทิตย์นี้ จะเขียนบอกเล่าเกี่ยวกับแผ่นซีดีดนตรีคลาสสิก 3 ชุด เพราะคิดไปคิดมาว่า ผู้เขียนช่างเป็น “คนหลงยุค” เสียเหลือเกิน ยังฟังดนตรีคลาสสิกผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีในแบบดั้งเดิม ขณะที่คนยุคใหม่คุ้นเคยกับการโหลดเพลง ผ่านสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีที่จับต้องไม่ได้ เลยต้องพยายามหาเหตุผล หรือ แรงจูงใจ มาสนับสนุนการที่ยังฟังเพลงคลาสสิกผ่านแผ่นซีดี
อย่างน้อย คุณภาพเสียง, พิธีกรรมในการฟัง (ซึ่งยังน้อยกว่าการฟังเพลงจากแผ่นเสียง), ช่วงเวลาพิเศษเฉพาะแห่งความรื่นรมย์, ความต้องตั้งใจฟัง และ ความเหมาะสมกับวัย (ฮา)
แผ่นซีดี 3 ชุดนี้ เป็นอัลบั้มที่มีลักษณะเฉพาะเหมือนกัน คือ สร้างสรรค์และผลิตออกมาจำหน่าย โดยสาขาย่อย (ที่ดูแลในแต่ละภูมิภาค) ของค่ายเพลงคลาสสิกใหญ่ ได้แก่ ค่ายเพลงดอยช์แกรมโมโฟน ประเทศสเปน และ อิตาลี, ค่ายเพลงเด็คก้า ในฮ่องกงที่ดูแลไปถึงประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
แต่เดิมที่ค่ายเพลงคลาสสิกใหญ่ สร้างสรรค์สื่อผลิตซ้ำทางดนตรี ผ่านศิลปินชื่อดังระดับนานาชาติ แล้วจัดจำหน่ายไปทั่วโลกนั้น
เมื่อสภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนแปลง กลยุทธ์การตลาดก็เปลี่ยนตามไปด้วย อาทิ การมุ่งเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายแต่ละภูมิภาค โดยศิลปินดนตรีคลาสสิกในแต่ละประเทศ เพื่อสนองความต้องการและรสนิยมที่แตกต่างกันแต่ละท้องถิ่น สามารถทำได้เหมาะสมขึ้น ค่ายเพลงย่อยในแต่ละภูมิภาค เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างสรรค์สินค้าทางดนตรีสอดคล้องกับความต้องการของแฟนเพลง
แต่เดิมนั้นกรณีดนตรีคลาสสิก ค่ายเพลงใหญ่ - บริษัทแม่ มักอนุญาตให้ค่ายเพลงย่อย – บริษัทลูก สามารถจัดทำอัลบั้มลักษณะ “รวมเพลงฮิต” (Compilation) รวบรวม
เพลง, สร้างธีมของอัลบั้ม, ปั้มแผ่นเองในประเทศ, วางจำหน่ายในประเทศต่างๆ ที่บริษัทแม่อนุญาตให้ทำได้ ไม่ใช่ลักษณะการจัดจำหน่ายทั่วโลก
ผู้เขียนไม่ค่อยพบเห็นอัลบั้มดนตรีคลาสสิก บรรเลงโดยนักดนตรีในแต่ละประเทศ มีความสามารถทางดนตรี ชื่อเสียงเริ่มโด่งดัง จัดทำออกมาเป็นอัลบั้มเฉพาะศิลปิน อาจด้วยบริษัทแม่ยังไม่มั่นใจกับคุณภาพการบันทึกเสียง และการผลิตที่บริษัทลูกในแต่ละภูมิภาคจัดทำออกมา
ระยะหลังเริ่มเห็นมีแผ่นซีดี จัดทำโดยค่ายเพลงคลาสสิกย่อยในแต่ละประเทศ เริ่มด้วยอัลบั้มจากค่ายดอยช์แกรมโมโฟน ประเทศสเปน ชุด Spanish Landscapes อัลบั้มเดี่ยวไวโอลินโดย เลทิเซีย โมเรโน (Leticia Moreno) บรรเลงเปียโนคลอโดย แอนนา-มาเรีย วิร่า
ชื่ออัลบั้มบ่งบอกสำเนียงดนตรีสเปน ผ่านบทเพลงผลงานนักแต่งเพลงชาวสเปนหลายคน เพลงคุ้นหู อาทิ ยิปซี แอร์ ของซาร่าซาเต้, บทเพลงแดนซ์หมายเลข 5 ของกรานาโดส
โมเรโน เป็นนักไวโอลินหญิง ร่ำเรียนไวโอลินกับ ซาคฮาร์ บรอน ครูสอนไวโอลินชื่อดังยุคนี้ เธอเคยมาแสดงคอนเสิร์ตในบ้านเรา เมื่อเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2547 เทศกาลอินเตอร์เนชันเนล เฟตติวัย ออฟ แดนซ์ แอนด์ มิวสิค ครั้งที่ 6 เดี่ยวไวโอลิน คอนแชร์โตของเบโธเฟน ร่วมกับวง เซาธ์อีสต์ เอเชียน ยูธ ซิมโฟนี ออร์เคสตรา อำนวยเพลงโดย เทอร์ยี มิคเคลเซน วาทยกรชาวฟินแลนด์
ในอัลบั้มนี้ สีสันดนตรีสเปน จากการเดี่ยวไวโอลินของเธอ อาจไม่ “จี๊ดจ๊าด” แต่โทนเสียงไวโอลินน่าฟัง การบันทึกเสียงเน้นความสมดุลระหว่างเสียงไวโอลินและเปียโน ลักษณะความเด่นเท่าเทียมกัน น่าเสียดายที่รายละเอียดเพลงเป็นภาษาสเปนล้วน
อัลบั้มชุดที่ 2 Paganini: 24 Capricci จากค่ายเพลงดอยช์แกรมโมโฟน ประเทศอิตาลี เดี่ยวไวโอลินโดย ฟรานเชสกา เดโก (Francesca Dego) นักไวโอลินสาวชาวอิตาเลียน
เสียงไวโอลิน กัวเนอริ ปี ค.ศ.1734 ที่เดโกใช้บรรเลง ออกเสียงนุ่มนวล ไม่บาดหู เป็นอัลบั้มโชว์ความสามารถด้านเทคนิคการเล่นไวโอลินของเธอ อาจเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ฟังนำไปเปรียบเทียบกับอัลบั้มเพลงชุดเดียวกัน นักไวโอลินชื่อดังหลายต่อหลายคน เคยบันทึกเสียงจัดทำเป็นสื่อผลิตซ้ำทางดนตรีออกมาแล้ว
อัลบั้มสุดท้าย จากค่ายเพลงเด็คก้า ประเทศฮ่องกง ชุด Duo เดี่ยวเครื่องดนตรี 2 ชิ้น บรรเลงไวโอลินโดย เฟิง หนิง (Feng Ning) และ เชลโลโดย ฉิน ลี่เวย (Li-Wei Qin)
สองนักดนตรีดาวรุ่ง มาแรง จากประเทศจีน
น่าสนใจด้วยบทเพลงบรรเลงไวโอลินและเชลโล หาฟังยาก ผลงานเพลงของโคดาย, ราเวล, Gliere และ Halvorsen นักแต่งเพลงศตวรรษ 20
ฉิน ลี่เวย เป็นนักเชลโล สังกัดเด็คก้า ฮ่องกง มีผลงานออกมาแล้วหลายชุด ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนดนตรีในมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ สำเนียงและสีสันเชลโล มากด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ขณะที่ เฟิง หนิง เล่นไวโอลินได้เสียงที่ “ผ่อนคลาย” การบันทึกเสียงไวโอลินจัดทำได้ดี เมื่อเทียบกับบันทึกสดเสียงไวโอลินที่ เฟิง หนิง เคยบรรเลงร่วมกับวงไชน่า ฟิลฮาร์โมนิค ออร์เคสตรา บทเพลง คาร์เมน แฟนตาซี และ ไวโอลินคอนแชร์โตของปากานินี
ฟังซีดีจาก 3 อัลบั้ม โดยนักดนตรีฝีมือดี คลื่นลูกใหม่ จากหลายชาติ ชวนให้ “ฝัน” ถึงอัลบั้มดนตรีคลาสสิก บรรเลงโดยนักดนตรีไทย … คงไม่น่าเกินรอนะครับ.
(ตีพิมพ์ครั้งแรก ในคอลัมน์ มิวสิคคอร์เนอร์ เซ็คชั่นจุดประกาย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 08/07/15)





