วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ปลายทางที่บางแก้ว

ปลายทางที่บางแก้ว

ผมเคยเล่าเรื่องที่ไปดำน้ำในแม่น้ำละอุ่น จ.ระนอง ร่วมกับหน่วยงานโบราณคดีใต้น้ำ เพื่อค้นหาเรือรบของทหารญี่ปุ่นที่จมลงในแม่น้ำนี้

ขณะที่กำลังดำลงไป ฝนทางป่าต้นแม่น้ำก็ตกอย่างหนักกลายเป็นน้ำป่า จากน้ำแม่น้ำที่พอมองเห็นลางๆ ก็กลายเป็นน้ำป่าดำมืดไปหมด น้ำแรงจนพัดสายทุ่นบอกตำแหน่งพันหัวแท็งค์อากาศ ผมถูกตรึงอยู่กลางน้ำ... ผมเขียนเล่าไว้ในหนังสือ “หรรษาประดาน้ำ” ไว้แลว เลยไม่ขอฉายซ้ำ เพราะเหตุนี้จึงมีความฝังใจกับละอุ่นอยู่พอสมควร


ทุกวันนี้ ใครไประนองจากแยกปฐมพรก็จะผ่านคอคอดกระแล้วจึงจะถึงบ้านบางแก้ว ตรงที่มีสะพานข้ามแม่น้ำละอุ่น ส่วนตัวอำเภอละอุ่นนั้นจะเข้าไปข้างในอีกนับกิโลเมตร ใครผ่านมาผ่านไปก็เข้าใจว่าบางแก้วนี้คือละอุ่น แต่จริงๆ เป็นปากทางไปละอุ่น


ไปค้นดูประวัติของเมืองระนอง มีการบอกเล่าว่า เดิมสะพานที่ข้ามแม่น้ำละอุ่นนี้ไม่มี ถนนเพชรเกษมมาสุดแค่ตรงนี้ ถ้าจะไปเมืองระนองจะต้องมาต่อเรือที่นี่ ไปอีกไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงเมืองระนอง


ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นขึ้นฝั่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ในหลายๆจุด สำหรับย่านนี้ ญี่ปุ่นขึ้นที่ชุมพร แล้วขอผ่านทางจะไปพม่า เพียงวันเดียว ญี่ปุ่นก็มาตั้งค่ายใหญ่ที่บางแก้ว แล้วบุกทะลวงไปยึดเมืองเกาะสองฝั่งพม่าได้โดยง่าย แต่เส้นทางคมนาคมเดิม ไม่ค่อยสะดวกในการขนย้ายยุทโธปกรณ์ทางทหาร ญี่ปุ่นจึงสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อจากชุมพร มาทางตะวันตกของประเทศไทย ผ่านคอคอดกระ มาสิ้นสุดที่ริมแม่น้ำละอุ่นที่บางแก้ว เรียกว่าสถานีเขาฝาชี โดยใช้แรงงานจากเชลยสงครามจากมลายู มาช่วยกันก่อสร้าง ระยะทาง 90 กม. ใช้เวลา 6 เดือนก็แล้วเสร็จ ย่านคอคอดกระ ละอุ่น บางแก้ว เขาฝาชี จึงมีค่ายทหารญี่ปุ่นกระจายกันไปทั้งเส้นทาง ทั้งตามเกาะต่างๆ ในย่านนี้ก็มีหลุมมีถ้ำที่ญี่ปุ่นขุดไว้สังเกตการณ์หลายแห่ง


พอช่วงปลายๆ สงครามก็ถูกทิ้งระเบิดจนทางรถไฟเสียหาย พอแพ้สงครามก็ต้องเลิกใช้ ทางรถไฟสายชุมพร-เขาฝาชี จึงปิดฉากลง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยสงครามที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่กระจายกัน


ซากสงครามในสมัยนั้น ปัจจุบันยังหลงเหลืออยู่หลายอย่าง นับตั้งแต่อุโมงค์บัญชาการ ที่ขุดเข้าไปในดินวกเวียนไปมา ภายในมีห้องโถงกว้างสามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ ปัจจุบันก็ยังปรากฏอยู่ บนเกาะขวางก็มีอุโมงค์ใต้ดินเช่นกัน แนวรางรถไฟถูกซ่อนตัวในป่ายางพารา ท่อเติมน้ำสำหรับรถไฟ (สมัยนั้นเป็นรถจักรไอน้ำ) ก็ยังอยู่ อุโมงค์หลบภัยที่สร้างไว้ใต้รางรถไฟ เป็นอุโมงค์คอนกรีตหนา ป้องกันการโจมตีทางอากาศได้เป็นอย่างดี ค่ายทหารญี่ปุ่นก็ถูกป่ายางพาราปกคลุมอยู่เช่นกัน แต่ยังคงมีฐานส้วมที่เป็นคอนกรีต สภาพสมบูรณ์เหลืออยู่หลายแห่ง รวมทั้งซากเรือในแม่น้ำละอุ่น ที่เดี๋ยวนี้มีดินมาทับถม มีต้นไม้ขึ้น กลายเป็นเกาะย่อมๆ กลางแม่น้ำไปแล้ว เศษซากรางรถไฟที่ถูกรื้อออกไปไม่หมด มีชาวบ้านเก็บรักษาไว้บางส่วน ทั้งมีดดาบซามูไร เศษซากปีกเครื่องบิน หม้อหุงข้าวสนาม กล้องส่องวัดระยะทางที่ทำจากทองเหลือง และแม้กระทั่งปืนพกสั้นที่ถูกดูแลรักษาและยังใช้งานได้ ก็อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของชาวบ้านย่านนี้


ส่วนหัวรถจักรที่ถูกนำมาจอดไว้ที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำละอุ่นที่บางแก้วนั้น แม้จะไม่ใช่หัวรถจักรที่ใช้ในที่นี่เมื่อสมัยนั้นจริงๆ แต่ก็ทำให้พอนึกสภาพออกว่าหัวรถจักรไอน้ำที่เคยมาฉุดลากโบกี้ขนส่งจากชุมพรมาระนองนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร และทางรถไฟสายนี้นี่เองที่เป็นต้นธารของขบวนการ ”ไทยถีบ” เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็มีหลายส่วนที่เปลี่ยนสภาพไปจนไม่ทิ้งร่องรอย เช่น ฐานปืนใหญ่ บนยอดเขาฝาชีหรือค่ายใหญ่ของกองทหารญี่ปุ่นที่เชิงเขา ก็ไม่เหลืออะไรให้ดูแล้ว การได้มาพูดคุยกับผู้คนที่ร่วมสมัยเมื่อครั้งที่ทหารญี่ปุ่นเดินเพ่นพ่านย่านนี้ ทำให้ภาพของสงครามที่ประเทศเราเป็นส่วนหนึ่งนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น (ท่านผู้อ่านอยากตามรอยสงครามที่คอคอดกระ-ละอุ่น ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนกันบ้าง ให้โทรสอบถาม ททท.ชุมพร ซึ่งดูแลระนองด้วย โทร 0 7750 1831-2 เขาจะให้ข้อมูลเอง)


ชุมชนบางแก้ว เป็นชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำละอุ่น ชาวบ้านทำประมง ในขณะที่พื้นที่ของละอุ่นจะทำสวนผลไม้กันมาก มังคุดจากละอุ่น คนไทยแทบจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส เพราะมีการส่งออกแบบผูกสวนประจำกันรายปี แต่ในช่วงผลไม้ใต้ออกสู่ตลาด เราอาจจะเห็นสารพันผลไม้ราคาถูกแต่คุณภาพดีหลายชนิดออกมาวางขายริมถนน ส่วนในย่านตัวเมืองละอุ่นนั้นยังคงมีร่องรอยของชุมชนเหมืองแร่เมื่อครั้งเฟื่องฟูปรากฏให้เห็นหลายแห่ง เรียกว่าคนหาโลเกชั่นถ่ายหนังแนวนี้มาที่นี่ไม่ผิดหวัง


ผมเห็นสภาพของบ้านเรือนริมน้ำละอุ่นที่บางแก้วที่สงบ เงียบ แลดูมีความสุข ก็นึกถึงปาย นึกถึงเชียงคาน ว่าในอดีตสถานที่เหล่านั้นก็คล้ายๆ ชุมชนบางแก้วริมแม่น้ำละอุ่นในวันนี้ ทุกวันนี้การท่องเที่ยวอาจจะเข้าไปในแทบทุกหย่อมหญ้า แต่ยังยกเว้นที่นี่ ทว่าในอนาคตไม่อาจรับประกันได้ว่า บรรยากาศริมแม่น้ำติดทะเลอันดามันแห่งนี้จะเป็นเช่นไร


ปลายทางการเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะหวนระลึกถึงซากสงครามที่แทบไม่ถูกเอ่ยถึงแล้ว ยังเป็นการบอกกล่าวว่า ถ้ามีโอกาสให้รีบไปดู ไปซึมซับบรรยากาศดีๆ แบบนี้ไว้ เพราะอะไรก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น สำหรับละอุ่นวันนี้


ยังมีดีให้ได้ดู รีบไปดูก่อนที่จะไม่เหลือ...