อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม วางแนวทุ่นกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองอนุรักษ์พะยูน เนื่องในวันทะเลโลก
นายมาโนช วงศ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้ทำการวางเขตแนวทุ่น เพื่อเป็นเขตอนุรักษ์คุ้มครองพะยูน โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนพื้นที่ร่องน้ำควนตุ้งกู บริเวณอ่าวหยงหลำ กับโซนบริเวณพื้นที่หัวแหลม เกาะมุก รวมจำนวน 20 ทุ่น กินเนื้อที่กว่า 7 กิโลเมตร หรือประมาณ 700 ไร่
โดยกำหนดจากฐานข้อมูลที่จัดเก็บได้ จากการติดสัญญาณดาวเทียมพะยูนจำนวน 3 ตัว เมื่อเดือนธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าบริเวณดังกล่าว มีแหล่งหญ้าทะเลขึ้นปกคลุมเป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งอาศัย หากิน และหลับนอนของพะยูน ทั้งนี้ ห้ามมีการทำประมง ด้วยเครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อพะยูน และยังจำกัดความเร็วของเรือประมงที่สัญจรไปมาในบริเวณร่องน้ำดังกล่าวด้วย ไม่ให้เกิน 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เพื่อกันพื้นที่ให้เป็นแหล่งอาศัยหากินของพะยูนในทะเลตรังต่อไป แต่หลังจากมีการดำเนินการติดตั้งทุ่นในบริเวณดังกล่าว กลับพบว่า เชือกที่ใข้สำหรับผูดยึดโยงแนวทุ่นขาดทำให้ทุ่นหลุดลอยไปตามกระสื่อคลื่น ซึ่งเมื่อลงไปเก็บเชือกมาตรวจสอบดู พบว่า สาเหตุที่เชือกขาด น่าจะเป็นเพราะมีคนแอบตัด เพราะถ้าไม่มีคนแอบตัดเชือกดังกล่าวจะขาดด้วยตัวเองไม่ได้
นายมาโนช กล่าวว่า การกำหนดเขตแนวทุ่นดังกล่าว นอกจากมีพื้นที่ให้พะยูนซึ่งป็นสัตว์ทะเลหายากที่คนตรังรักและหวงแหนได้มีการคุ้มครองถิ่นที่อยู่ให้แล้ว ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ เช่น โลมา และเต่าทะเลอีกเป็นจำนวนมาก สามารถจะพัฒนาส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว และคุ้มครองแหล่งหญ้าทะเลให้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนให้แก่ชางประมงได้ทำมาหากินต่อไปอย่างยั่งยืน สำหรับทะเลตรังขณะนี้มีพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศประมาณ 125 – 135 ตัว นอกจากนั้นทะเลตรัง เขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง -ปากแม่น้ำตรัง ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Ramsar Site) ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2545
ดังนั้น เนื่องในวันทะเลโลก อยากให้ทุกคนช่วยกัน ระดมความคิดเห็น และร่วมกันลงมืออนุรักษ์พะยูนอย่างจริงจัง ป้องกันไม่ให้มีการตายที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์อีกต่อไป ให้ทุกคนใช้ประโยชน์จากพะยูนและหญ้าทะเลอย่างเกิดประโยชน์และคุ้มค่า เพื่อรักษาแหล่งหญ้าทะเล พะยูน และสัตว์ทะเลหากยากทุกชนิดให้อยู่คู่กับทะเลตรังตลอดไป


