โจรทุบกระจกรถนักธุรกิจหนุ่มแสนล้าน พ่วงรถ "บี มาติกา" ดาราสาว คืนเดียวกวาดทรัพย์กว่าครึ่งล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.วุฒินันท์ พรรณภักดี พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายทุบกระจกก่อนขโมยทรัพย์สินของมีค่าหลายรายการ ที่บริเวณริมถนนสารสินใกล้แยกสารสินตัดหลังสวน เยื้อง ธนาคารธนชาต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสายตรวจ และฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณริมถนนดังกล่าวใกล้พื้นที่ก่อสร้าง พบรถยนต์ ยี่ห้อจากัวร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน พว 77 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นซีคลาส สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กธ 3663 กรุงเทพมหานคร ที่กระจกรถทั้งสองคัน ทางฝั่งซ้ายถูกทุบจนแตกละเอียด และมีร่องรอยใช้ของแข็งงัดแงะบริเวณขอบกระจก โดยมีนาย กรกฤช จุฬางกูร อายุ 37 ปี นักบริหารรุ่นใหม่ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด หรือ SAB และบริษัท ซัมมิท โอโตซีท จำกัด (SAS) ในเครือกลุ่มซัมมิท กรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของคนไทยรายใหญ่ที่สุด มูลค่าธุรกิจกว่าแสนล้านบาท นางสาวประวีนา ฟูเฟื่องมงคลกิจ อายุ29 ปี และนางสาวมาติกา หรือ “บี มาติกา” อรรถกรศิริโพธิ์ อายุ 29 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ยืนรอให้การกับตำรวจอยู่
นอกจากนี้จากการตรวจสอบทรัพย์สินของ นางสาวมาติกา หรือ“บี มาติกา” ดาราสาว ที่สูญหายมี กระเป๋า ชาแนล ไซด์ 8 สีแดง ราคา 80,000 บาท กระเป๋าสตางค์ ยี่ห้อ ชาแนล สีดำ ราคา25,000 บาท แว่นตา ยี่ห้อ ดิออร์ กันแดด ราคา 16,500 บาท เงินสดสกุลเยน ของประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นเงินไทย 20,000 บาท เงินสดไทย 15,000 บาท บัตรเครดิต และเอกสารสำคัญอีกหลายรายการ ส่วนทรัพย์สินของ นางสาวประวีนา เพื่อนของดาราสาย มีรายการดังนี้ กระเป๋ายี่ห้อ แอร์เมส สีดำ ราคา 300,000 บาท ตุ้มหู ยี่ห้อ ชาแนล 1 คู่ ราคา 12,000 บาท กระเป๋าสตางค์ ยี่ห้อ ชาแนล ลายฟองน้ำ สสีแดง ราคาประมาณ 30,000 บาท เงินสด 4,000 บาท บัตรเครดิต และเอกสารสำคัญ หลายรายการ ส่วนทรัพย์สินของ นายกรกฤช ไม่มีอะไรสูญหายมีเพียงแต่ กระจกรถถูกทุบเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบปากคำทราบว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.30 น. ที่ผ่านมา นาย กรกฤช นักธุรกิจหนุ่ม นางสาวประวีนา และนางสาวมาติกา ดาราสาว ได้ขับรถทั้งสองคันตามกันมาจอดบริเวณถนนสารสินใกล้แยกสารสินตัดหลังสวน เยื้อง ธนาคารธนชาต ซึ่งใกล้พื้นที่ก่อสร้างและมีพื้นที่เปรี่ยว เนื่องจากบริเวณริมถนนมีรถจอดเต็ม หลังจากนั้นทั้งสามไปเที่ยวที่สถานบันเทิงย่านหลังสวน เมื่อเลิกจากร้านเวลาประมาณ 22.30 น. มีกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันโทรศัพท์มาบอกว่ารถยนต์ทั้ง สองคัน ถูกทุบกระจก ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และพยานแวดล้อมอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนงานก่อสร้างใกล้ที่เกิดเหตุ รวมทั้งรอผลจากทางกองพิสูจน์หลักฐาน หลังจากนี้ประสานตำรวจ ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุ แต่ทว่าติดวันหยุดราชการทำให้บริษัทห้างร้านใกล้เคียงปิดทำการ รวมทั้งต้องรอการประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ มีพฤติการณ์คล้ายกับที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนในพื้นที่ สน.ลุมพินี และสน.บางรัก ที่ใช้ไขควงทุบที่ขอบกระจกงัด ก่อนขโมยของมีค่าไป ซึ่งทางตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน มีความเป็นมืออาชีพ และเคยต้องโทษแล้วออกมาก่อเหตุซ้ำ อย่างไรก็ดีทางตำรวจจะทำการเรียก





