วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Mango Tree on The River

ร้านอาหารไทยในบรรยากาศบ้านไม้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชั้นบนเป็นบาร์เครื่องดื่ม และมีดาดฟ้าสำหรับจัดปาร์ตี้ส่วนตัว

ยืนตรงนี้ คุณจะมองเห็นความงามของวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร โบสถ์ซางตาครู้ส วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร และพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ทอดตัวเรียงกันเหนือโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามเต็มตา

เพราะที่นี่คือ แม็งโก ทรี ออน เดอะ ริเวอร์ (Mango Tree on The River) ร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ที่โครงการยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ย่านปากคลองตลาด

ร้านอาหารแห่งนี้ดำเนินงานโดยบริษัทโคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ออกแบบร้านเหมือนบ้านไม้ริมน้ำสวยงามน่าจดจำ แบ่งพื้นที่เป็น 3 ชั้น ชั้นที่หนึ่งรองรับผู้มารับประทานอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น บริเวณชั้นสองเป็นส่วนบาร์เครื่องดื่ม จัดวางโซฟานั่งสบายกับโต๊ะสูงไว้ยืนกึ่งนั่งดริงค์ ชั้นสามโซนดาดฟ้าเหมาะจัดปาร์ตี้ส่วนตัว

แม็งโก ทรี ออน เดอะ ริเวอร์ ให้บริการอาหารไทย ปรุงอย่างตำรับไทย รสชาติไทย เพียงแต่บางเมนูเลือกใช้วัตถุดิบหรูหราคุณภาพดีจากต่างประเทศเพื่อความหลากหลายของเมนู เช่น ทอดมันปูอลาสกา (Alaska Crab Cake, 350 บาท) ทอดมันเนื้อปูนำเข้าจากฮอกไกโด เคล้าเครื่องเทศสไตล์แม็งโก ทรีฯ ทอดในน้ำมันรำข้าว, ผัดไทยล็อบสเตอร์ (Pad Thai Lobster 2,980 บาท) พิถีพิถันตั้งแต่เลือกใช้ล็อบสเตอร์สายพันธุ์แคนาดาจากฟาร์มเลี้ยงในทะเลที่ภูเก็ต น้ำหนัก 900-1,100 กรัม/ตัว ใช้วิธีเตรียมล็อบสเตอร์สดๆ แบบฝรั่งเศส เพื่อไม่ให้เนื้อล็อบสเตอร์กระด้างเมื่อตกใจซึ่งเป็นธรรมชาติของล็อบสเตอร์

"เราใช้วัตถุดิบคุณภาพดี ราคาแพง จึงต้องมีวิธีการปรุงที่เหมาะสมกับคุณภาพวัตถุดิบ" สุรศักดิ์ เจริญจันทร์ ผู้ช่วยเชฟ กล่าวและว่า น้ำผัดไทยปรุงสูตรตามตำรับ เลือกใช้มะขามเปียกที่สีไม่ดำจนเกินไป เคี่ยวปรุงรสและเก็บไว้สองถึงสามวันจึงนำมาใช้ผัดเส้น

จัดจานมาสวยงาม ลาบซี่โครงหมูย่าง (Grilled Pork Spare Ribs with Spicy Thai Herbs, 420 บาท/6 rack/จาน) ใช้ซี่โครงหมูอนามัย(เอสเพียว) แช่น้ำสับปะรด 40 นาทีให้เนื้อนุ่ม แล้วนำไปหมักกับรากผักชี พริกไทย 24 ชั่วโมง ต่อด้วยการอบแบบใช้ไอน้ำ 180 องศาเซลเซียส 35 นาที นำออกมาโรยเครื่องลาบ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มแจ่ว

กับข้าวยอดนิยม 'แกงเขียวหวาน' เชฟสุรศักดิ์แนะนำ เขียวหวานปลากรายไข่เค็ม (Green Curry with Fish Balls Stuffed with Salty Egg, 280 บาท) ตำพริกไทยเม็ดกับใบมะกรูด ผสมกับเนื้อปลากราย ใช้มือตีให้เนื้อปลากรายเหนียวเด้ง ปั้นเป็นก้อนกลม ยัดไส้ไข่เค็ม นำไปลวกน้ำลอยกระชายซอยดับกลิ่นคาว หากชอบแกงเขียวหวานรสเผ็ดถึงใจ แจ้งเชฟให้ทราบได้

ใครไม่อยากจัดหนัก ก็มีเมนูเบาๆ เรียกน้ำย่อย เช่น ไส้อั่ว (Sai Oua, 180 บาท) ใช้เนื้อหมู มันหมู กระดูกหมูอ่อนนิดหน่อย สับเข้าด้วยกันแล้วผสมพริกแกงภาคเหนือ ยัดลงใน 'ไส้หมู' ที่่ขูดจนใส ล้างสะอาดไร้กลิ่นคาว อบในตู้ที่รองด้วยกาบมะพร้าว รมควันให้มีกลิ่นหอม อบสุกพอเหมาะเพื่อให้ไส้อั่วยังคงนุ่มและไม่แห้งจนเกินไป

หรือจะลอง เมี่ยงคำ (Miang Kam, 190 บาท) เสิร์ฟมาในแก้วช็อตสวยงาม รับประทานง่าย ครบเครื่องเมี่ยง มะพร้าวขูดคั่ว มะนาว หอมแดง ขิง กุ้งแห้ง ถั่วลิสงเม็ดใหญ่คั่ว ห่อด้วยใบชะพลู ตักหยอดด้วยน้ำเมี่ยงคำที่ปรุงจากกะปิห่อใบตองเผา กุ้งแห้งป่น น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ พริกไทยเม็ดโขลก

อีกหนึ่งจานที่เชฟชวนชิม สลัดหมึกย่าง (Grilled Squid Salad, 260 บาท) หมึกกล้วยหมักกับรากผักชี กระเทียม ใบมะกรูด ซอสพริกศรีราชา แช่เย็นไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วจึงนำออกมาย่าง เสิร์ฟกับผักพื้นบ้าน เช่น ดอกกวางตุ้ง ใบบัวบก ดอกอัญชัน ผักสลัด(กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค กรีนคอส) มะเขือเทศ ราดเดรสซิ่งที่เคี่ยวจากน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก ใส่ตะไคร้ซอยละเอียดและพริกขี้หนู

บาร์เทนเดอร์ซึ่งดูแลเครื่องดื่มในเครือแม็งโกฯ ทั้งหมด เจษฎา ผลสุดจิตต์ (Jesse) สร้างสรรค์ค็อกเทลสูตรพิเศษให้แม็งโกฯ สาขานี้โดยเฉพาะ PT Tom-Yum (295 บาท) ดื่มด่ำกับส่วนผสมของน้ำลิ้นจี่ วอดกากลิ่นตะไคร้ น้ำมะนาว ใบมะกรูด

สาวกม็อคเทลน่าจะชอบ The River's Breezy (170 บาท) สดชื่นรับลมแม่น้ำด้วยส่วนผสมของน้ำผลไม้หลายชนิด คือ ส้ม สับปะรด แอปเปิลเขียว แตงโม กับไซรัปดอก elderflower ประดับด้วยมะตูมแห้ง

มื้อกลางวันมีรายการพิเศษ เลือกอาหารจานเมนูตามสั่ง (a la carte menu) เพิ่มเงิน 100 บาท สามารถตักอาหารจาก สลัด บาร์ ได้แบบบุฟเฟ่ต์ มีให้เลือกทั้งไส้กรอกอีสาน ไส้อั่ว ส้มตำ สลัด น้ำพริกกะปิ น้ำพริกอ่อง น้ำพริกมะขาม ขนมต้มขาว ขนมถ้วยฟู หรือเลือกตักอาหารเฉพาะที่ 'สลัดบาร์' ได้ในราคา 180++บาท/คน ทุกวัน 11.00-14.00 น.

เมื่อสั่งกับข้าวแล้ว ร้านนี้บริการ ข้าวสวย ฟรี ขอเติม 'ข้าวสวย' ได้จนอิ่มโดยไม่คิดราคาเพิ่ม

ร้าน แม็งโก ทรี ออน เดอะ ริเวอร์ เปิดบริการทุกวัน 11.00-01.00 น. โทร.0 2110 0820 โครงการยอดพิมานฯ จอดรถได้ 300 คัน ท่าเรือชื่อ 'ยอดพิมาน' ลงเรือได้จากทุกท่าเรือ อย่าลืมสอบถามบริการเรือรอบสุดท้าย

ภาพ : เอกรัตน์ ศักดิ์เพชร