ม่อนทูเล...ของดีที่เมืองตาก

ม่อนทูเล...ของดีที่เมืองตาก

ใครที่เคยใช้ถนนเลียบตะวันตกจากแม่สอดขึ้นไปแม่สะเรียง ที่ผมเขียนถึงหลายครั้งว่าสวยงามและยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก

หากสองฝั่งถนนสายนี้ยังคงเก็บความเป็นธรรมชาติ ความเป็นชนบทไว้แบบนี้ บรรดารีสอร์ท ที่พักที่รูปลักษณ์แปลกแยก ยังไม่เข้าไปทำลายบรรยากาศสองฝั่งทาง ถนนเส้นนี้จะเป็นเส้นทางที่น่าขับรถเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย ธรรมชาติสองฝั่งทางยังขายได้ อีกไม่นาน ถนนที่กำลังตัดสร้างกันใหม่จะถูกลบออกไปจากความทรงจำของคนเดินทาง เพราะก่อนหน้านี้ถนนช่วงท่าสองยาง-สบเมยนั้นทางแย่มากเป็นหลุมเป็นบ่อ รถเก๋งเผลอเข้าไปก็ช่วงล่างพังหมด แต่อย่างที่บอกปลายปี 58 นี้ วิ่งได้ฉิว


ช่วงจากบ้านท่าสองยาง เขต จ.ตากไปบ้านแม่เงา ก่อนข้ามเข้าเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เส้นทางจะขึ้นเขาสูงบางมุมจะเห็นหุบเขากว้างในฤดูหนาวมีทะเลหมอกขาวโพลน ขอบหุบฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาสูงตระหง่าน เป็นลักษณะของภูเขาหญ้า คือดูโล่ง เตียน หน้าผาโดดเด่น ภูเขาลูกนี้เชื่อมต่อกับภูลูกอื่นเป็นขอบคูขนาดใหญ่ นี่แหละคือ...ม่อนทูเล สำหรับคนที่หลงรักภูเขา เธอช่างน่าค้นหายิ่งนัก


ภูเขาสูง เมื่ออยากรู้จัก ก็ต้องเดินเท้า ผมคงไม่ทุรนทุรายจะต้องเรียกร้องให้ใครสร้างกระเช้าขึ้นไป เพียงเพื่อขอขึ้นไปดูบนยอดเขาก่อนตายสักครั้ง เหมือนเหตุผลปัญญาอ่อนที่คนบางพื้นที่เรียกร้องขอสร้างกระเช้าขึ้นภู เมื่อม่อนทูเลสวยและคนอยากจะขึ้น อบต.ท่าสองยางเขาวิสัยทัศน์สุดยอด มองการณ์ไกล และเก็บธรรมชาติไว้กินนานๆ เขาเลยจัดเดินป่าพิชิตม่อนทูเล โดยการให้ชาวบ้านที่เป็นกะเหรี่ยงในพื้นที่นั่นแหละมาเป็นลูกหาบ ส่วน อบต. ก็เป็นคนจัดการ วางแผนการใช้พื้นที่ ควบคุมการขึ้นไปใช้พื้นที่ด้านบน เช่น การจุดไฟในการตั้งแคมป์ การใช้น้ำ การทิ้งขยะด้านบน


แบบนี้จะได้ประโยชน์หลายอย่างคือ อบต.ก็ได้ทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียงว่ามีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ในพื้นที่ ส่วนชาวบ้านที่เป็นชาวเขาในพื้นที่ ซึ่งทำนาแค่พอได้ข้าวกิน เก็บของป่าเล็กๆ น้อยๆ ถ้าไม่มีงานบางคนอาจถูกชวนไปตัดไม้ ล่าสัตว์ พอมาเป็นลูกหาบก็มีรายได้เสริม งานที่ผิดกฎหมายก็ละได้ เลิกได้ อบต.ท่าสองยางเขาจะจัดการหมดเลย อาหาร เต็นท์นอน ลูกหาบ แบกทุกอย่างที่คุณต้องการ เขามีชาวบ้านแบกให้ ซึ่งแบกของแค่นี้สบายมาก เขาแบกข้าวไร่มากกว่านี้อีก ขอให้มีงานให้เขาทำ นักท่องเที่ยวมาเดินตัวเปล่า หิ้วน้ำขวดเดียวเท่านั้น เดินป่าที่จะง่ายกว่านี้ไม่มีแล้ว


เส้นทางนั้น เขาจะเริ่มเดินเท้าที่บ้านแม่จาง ซึ่งเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงจนๆ มีไม่กี่หลังคาเรือน ชาวบ้านทำนา หมดหน้านาก็หาของป่า รับจ้างทั่วไป ผมถึงบอกไงครับว่าชาวบ้านจน ที่บ้านแม่จางนี้จะเห็นม่อนทูเลตระหง่านจากท้ายหมู่บ้าน ท่านอย่าเพิ่งถอดใจ ภูเขาให้สูงชันขนาดไหน ก็เตี้ยกว่าหัวเข่าเราทุกที่ เชื่อผม ค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ พอหลุดทุ่งนา ท้ายบ้านก็จะเข้าเขตป่าเชิงเขา ซึ่งจะเป็นป่าเบญจพรรณผสมป่าดิบแล้ง ให้ร่มเงาตลอดเส้นทาง ทางจะไปเริ่มชันเป็นทางขึ้นเขาชันก็เมื่อเลยร่องห้วยที่กินข้าวกลางวันนั่นแหละ ซึ่งเห็นทางชันท่านผู้อ่านอย่าไปกลัวครับ ค่อยๆ เดินไปทีละก้าว สองก้าว เหนื่อยก็พัก ยิ่งสูงก็จะยิ่งมองได้กว้าง ยิ่งเห็นทิวทัศน์ไกลๆ แล้วจะขึ้นไปถึงบนยอดไม่รู้ตัว


ถ้าเริ่มเดินเท้าราว 9 โมงเช้า ท่านผู้อ่านจะขึ้นถึงบนยอดราวๆ บ่ายสามโมงกว่าๆ ไม่ว่าภูเขาจะสูงเท่าไหร่ก็ตาม ไม่ว่าระยะทางจะกี่กิโลไม่ต้องไปสนใจมัน รู้แต่ว่าใช้เวลาเดินราวๆ นี้ ขึ้นไปถึงท่านก็ถ่ายรูปภูเขาหญ้าบนเนิน ที่จะมองเห็นแอ่งหุบเขาเบื้องหน้า หุบนี้ดูพระอาทิตย์ตกได้สวยงามมาก เช้าๆ ดูทะเลหมอก ส่วนทุ่งหญ้านี้จะเป็นสีเหลืองทองราว ธ.ค. เรื่อยไปจนถึง ก.พ. แต่ถ้าเป็นฤดูฝนก็จะเขียวขจี สวยงามไปอีกแบบ เสียดายว่าหน้าฝนเขาไม่พาขึ้น เพราะลำบากไปและลูกหาบก็ติดทำไร่ทำนากัน แล้วยังมองเห็นยอดม่อนปุยหลวง ม่อนคลุย ต่อเชื่อมกัน ซึ่งเขาจะมีโปรแกรมเดินป่าไปได้ ถ้า 1 คืน ก็มาม่อนทูเลอย่างเดียว ถ้าเดิน 2 คืนก็ไปถึงม่อนปุยหลวง - ม่อนคลุย โน่นเลย บนนี้จะมีลำธารน้ำดื่มกิน อาบได้ ยิ่งช่วงหน้าฝนละสบายเลย ไม่มีอดน้ำเหมือนเชียงดาว


ความโดดเด่นของที่นี่คือ ยอดเขาที่สวยงาม งามทั้งตัวเองที่ส่วนหนึ่งเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติไม่ใช่ทุ่งหญ้าที่ใครมาตัดป่า หญ้าจึงไม่ใช่หญ้าคา แต่เป็นหญ้าแบบเดียวกับที่ชาวเขาเอาไปสานกำไลขายเราบนดอยอ่างขางนั่นแหละ หญ้าแบบนี้เวลามันเหลืองจึงดูสวย เป็นทุ่งทอง ยิ่งพอโดนลมโยกจะพลิ้วราวทะเลหญ้า ทิวทัศน์เบื้องหน้าที่ยอดเขานี้สูงกว่าเพื่อนในย่านนี้ จึงดูทิวทัศน์ได้กว้าง โดยเฉพาะช่วงเช้า แอ่งนี้จะเป็นทะเลหมอกที่หนาทึบ ไปเมื่อไหร่ไม่มีผิดหวัง ไม่เหมือนห้วยน้ำดัง อันนั้นต้องลุ้นเอาว่าเช้าไหนหมอกจะสวย แต่ที่นี่ แน่นอนจริงๆ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม เรื่อยไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม ไปเถอะไม่มีผิดหวัง เจอทะเลหมอก 100 % และบอกเลยว่า ทะเลหมอกที่นี่สวยไม่แพ้ที่ไหน ช่วงพฤศจิกายนชาวบ้านเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วด้วย มาเป็นลูกหาบได้สบาย ฤดูท่องเที่ยวปีนี้ไปไม่ทัน ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เลือกวันไปเลยครับ


เดินป่าขึ้นภูเขาสูงบางคนนึกว่าลำบาก ที่นี่จะลบทิ้งความคิดนั้นเลย แต่จะสนุก ยิ่งถ้าเราเดินเอาความมานะ เอาแรงกายพาใจขึ้นไปจนถึงยอด และเมื่อธรรมชาติกำนัลความสวยงาม ที่ไม่มีการปรุงแต่งเป็นของรางวัลแด่ผู้ที่มีความมานะ เราจะยิ่งประทับใจ และมองว่าการเดินป่ามันก็ไม่ได้ยากเย็น ไม่เฉพาะคนหนุ่มสาวที่เดินได้ ใครสนใจโทรสอบถาม จองวันไว้ก่อนได้เลย เขาจะได้จัดหาลูกหาบไว้รอ ที่ อบต.ท่าสองยาง โทร 08 9268 0116, 08 5705 4459, 08 0029 4249 แล้วใครไปก็ติดเสื้อผ้าที่เหลือใช้(สภาพดี) ยารักษาโรคไปด้วยครับ ไว้แจกจ่ายชาวบ้านยากจน


ผมเห็น อบต.ท่าสองยางทำงานและพยายามหารายได้ให้ชาวบ้านจากทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นตัวเอง และมองการณ์ไกล ไม่รีบขายธรรมชาติ โกยเงินแล้วทิ้งความเสื่อมโทรมไว้ภายหลัง แบบนี้ต้องชื่นชม


ม่อนทูเล...จำชื่อไว้ แล้วช่วงปลายปีไปพิชิตซะ มีของดีก็เอามาบอกกันแล้วครับ