“ฮัวกากิน่า” เมืองใน (หุบ) ทะเลทราย

“ฮัวกากิน่า” เมืองใน (หุบ) ทะเลทราย

ท่ามกลางภูมิอากาศที่แห้งแล้งที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีเมืองกลางทะเลทรายแห่งหนึ่งที่อุดมไปด้วยต้นปาล์มเขียวชะอุ่ม

และทะเลสาบอันเงียบสงบที่ว่ากันว่ามีคุณสมบัติในการบำบัดโรคได้เป็นอย่างดี


เมืองที่มีมนต์ขลังแห่งนี้มีชื่อว่า ฮัวกากิน่า (Huacachina) ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งในเปรู และแน่นอนว่ามันเป็นเมืองอันดับต้นๆ ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อเมืองแห่งความปรารถนาของนักผจญภัยทั้งหลาย


ฮัวกากิน่า แดนสวรรค์ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอิคา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเปรูในทวีปอเมริกาใต้เพียง 4 กิโลเมตร


ลักษณะเด่นของเมืองนี้คือทะเลสาบกลางเมือง ซึ่งเป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มีตำนานเล่าว่า ขณะที่เจ้าหญิงอินคาแสนสวยนางหนึ่งกำลังอาบน้ำอยู่ในแอ่งน้ำ ก็มีนายพรานหนุ่มคนหนึ่งมาพบเธอเข้า เธอตกใจจึงรีบวิ่งหนีไป ส่วนสระน้ำที่เธอทิ้งไว้ข้างหลังก็กลายเป็นทะเลสาบ และเชื่อกันว่าตอนที่เธอวิ่งหนีไปเสื้อคลุมของเธอที่ลากผ่านพื้นทรายทำให้เกิดเนินทรายโดยรอบทะเลสาบ


เมืองที่มีลักษณะเหนือจริงแห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอแม้ว่ามันจะมีประชากรเพียง 96 คนที่มีรายได้จากการทำธุรกิจเล็กๆ จากทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งก็คือทรายนั่นเอง


ลูกหลานของชาวอินคาในเมืองนี้มีรายได้จากการเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างแดนที่ต้องการปีนป่ายขึ้นไปด้านบนของเนินทรายเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินก่อนที่จะร่อนลงจากเนินเขาด้วยกระดานโต้ทรายหรือรถตะลุยทะเลทรายที่เช่าจากคนพื้นเมือง


นักท่องเที่ยวไม่ต้องกลัวว่าจะหลงอยู่กลางทะเลทรายหรือถูกทิ้งไว้พร้อมกับหยดน้ำเพียงไม่กี่หยดที่เหลืออยู่ในขวด


เมื่อคุณมาถึง “โอเอซิสแห่งอเมริกา” ซึ่งเป็นหนึ่งในโอเอซิสสุดท้ายในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ คุณจะได้พบกับโรงแรมสไตล์ชนบท ร้านค้าแบบโบราณแต่มีเสน่ห์ รวมถึงห้องสมุดแห่งโอเอซิสที่ทั้งหมดตั้งอยู่รอบๆ ทะเลสาบสีฟ้า


สภาพภูมิอากาศของเมืองก็เหมือนกับทะเลทรายทั่วๆ ไปที่อากาศร้อน แดดจ้าและแห้ง มีปริมาณฝนเพียงเล็กน้อย ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวของภูมิภาคนี้


เมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเศรษฐีชาวเปรูในช่วงปี 1940 ที่นิยมมาอาบน้ำในทะเลสาบด้วยความเชื่อที่ว่าน้ำในทะเลสาบมีพลังในการรักษาโรค


เนื่องจากเจ้าของที่ดินมีการสร้างบ่อบาดาลเพื่อเข้าถึงน้ำใต้ดินประกอบกับการระเหยของน้ำในฤดูร้อนที่มีระดับอุณหภูมิสูง ทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา


มีความพยายามที่จะต่อสู้กับภาวะขาดแคลนน้ำด้วยการสูบน้ำจากเมืองอิคาเข้าไปในทะเลสาบเพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำในการบริโภค


พื้นที่แห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติโดยสถาบันวัฒนธรรมแห่งชาติ และหวังว่าทะเลทรายที่เงียบสงบแห่งนี้จะไม่กลายเป็นภาพลวงตาในทะเลทรายในท้ายที่สุด


.............................
ที่มา เว็บไซต์ เดลี่ เมล