ไหว้..พระบาทพลวง

ไหว้..พระบาทพลวง

ก่อนอื่นผมต้องขอชมคนที่ใช้เส้นทางสายตะวันออก โดยเฉพาะช่วงชลบุรี ไปถึงแยกเมืองแกลง ว่าท่านมีความอดทนอย่างสุดยอดมาก

เพราะถนนช่วงนี้เป็นอะไรที่เลวร้ายมาก หลุมบ่อปุปะตลอดทั้งเส้นทาง เรียกว่าเป็นทางหลวงแผ่นดินที่สุดยอดมหาแย่ในตอนนี้ แต่ท่านก็ทนใช้ถนนแบบนี้มากัน 2-3 ปี แล้ว อันนี้ต้องชมความอดทนของท่านจริงๆ


อีกหน่วยงานที่ต้องชมในกรณีเดียวกันนี้คือ กรมทางหลวง ชมที่ท่านช่างเป็นหน่วยงานที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยในความเดือดร้อนของชาวบ้าน สภาพถนนแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เกิดมานานแล้ว แต่ท่านก็นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น รับเงินเดือนไปวันๆ ถนนสายหลักที่นำพาไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางตะวันออกที่ทำเงินทำทองเข้าประเทศ ท่านก็ปล่อยให้อับอายขายหน้านักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ได้ ถนนเก่าพังไม่ซ่อม แต่ไปผลักดันการตัดถนนสายใหม่ตรง อ.บ่อทอง จนชาวบ้านเขาออกมาประท้วงกันให้วุ่นวายอยู่ขณะนี้ อันนี้ต้องชมในความไม่รู้สึกรู้สาของหน่วยงานท่านจริงๆ ท่าน รมต.คมนาคม ท่านยังสบายดีอยู่ไหมครับท่าน ท่านรู้ไหมครับว่าชาวบ้านเขาเอือมระอาหน่วยงานในสังกัดท่านยังไง


ไปรับรู้สภาพถนนแบบนี้ เพราะนั่งรถตู้โดยสารไปงานนมัสการพระบาทพลวงที่จันทบุรีนี่แหละ ซึ่งเป็นงานประจำปีเขา เรียกว่ามีทุกปี ราวๆ กลางเดือนมกราคม ไปจนถึงกลางเดือนมีนา ปี 58 นี้ก็จะไปสิ้นสุดเอาวันที่ 19 มีนาคม 58 เป็นงานประเพณีที่จัดกันมาต่อเนื่องจนรับรู้กันทั้งประเทศแล้ว คนที่รับรู้มาก่อนพอถึงช่วงนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตามาร่วมงาน บางคนมาสนใจเพราะปีนี้มีข่าวข้อขัดแย้งกันระหว่างคนสองกลุ่มที่แย่งกันจัดงานนี้ เป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ก่อนถึงวันงานงาน จนวันงานแล้วก็ยังขัดแย้งกัน ขนาดเอารถมาขวางทางขึ้น เอาดินมาเทกองขวางทางขึ้น ถึงขนาดผู้ว่าฯ จันทบุรี ต้องลงมาหย่าศึก ก่อนจะบานปลายกันไปใหญ่ คนชุมชนใกล้เคียงที่เคยร่วมใจกันจัดงานมาขัดแย้งกัน เพราะผลประโยชน์แท้ๆ เลย อะไรจะขนาดนั้น สำหรับคนที่ไม่เคยไป ผมจะเล่าสภาพให้ฟังก็แล้วกัน


ตัวรอยพระพุทธบาทที่ว่านี้ อยู่บนยอดเขาที่เป็นลานหินแกรนิตโล่ง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ คงมีการขออนุญาตใช้พื้นจากกรมอุทยานฯแล้ว เพราะมีการตัดถนนขึ้นไป มีสิ่งปลูกสร้างข้างบนด้วย ก็หวังว่าคงไม่เลยเถิดลามปามไปจนไปตั้งวัดข้างบนนะท่านอธิบดีกรมอุทยานฯ


เวลาท่านผู้อ่านไป ก็ตั้งจุดหมายปลายทางไปทางอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ จันทบุรีนั่นแหละ ช่วงงาน มีป้ายบอกทางตลอด จะเอารถไปจอดที่วัดกระทิง หรือวัดพลวงก็ได้ เขาจะมีรถปิคอัพโดยสารของคนในพื้นที่พาขึ้นไป เสียค่ารถไม่มาก แต่ใครจะเดินเขาก็ไม่ว่า มีทางเดินให้เดินกันได้ สภาพทางที่ตัดขึ้นไปเป็นทางลำลองในป่า ค่อนข้างชัน คดเคี้ยวพอควร ขึ้นไปจนสุดทางรถ ก็จะเห็นมีสิ่งปลูกสร้าง เป็นเพิงเป็นอาคาร และเป็นจุดเริ่มเดินเท้าขึ้นเนินไปเรื่อยๆ จะเป็นบันไดปูนบ้าง บางช่วงก็เป็นทางดิน ร่มรื่นเพราะป่าทางตะวันออกต้นไม้หนาแน่น


สิ่งที่สะดุดตาเลยก็คือจะมีกลีบดอกดาวเรืองที่เอามาโรยตามพื้น ตามก้อนหิน ตามต้นไม้ก็จะมีธูปเทียนปักไว้ตามโคน บนก้อนหินก็มีการเอาธูปมาดัดโค้งงอ มีการเอาเงินเหรียญไปวางไปตามก้อนหิน บางช่วงมีผ้าสีเหลืองคลุมทับอะไรบางอย่างยาวๆ มีแท่นบูชาด้านหน้า มีคนนั่งไหว้อยู่ มีป้ายบอกว่าเป็นพระนอน ผมเลยแอบเปิดผ้าดู เป็นก้อนหินแท่งยาวๆ แค่นั้นเอง ถ้าพระนอนจริงๆ คนเดินกันให้ไขว่ขนาดนี้ก็ยังนอนได้ก็เกินไปละ..!


ตามทางก็จะมีพระมานั่งพรมน้ำมนต์ ตู้รับบริจาค มีซุ้มประตูขึ้นสู่สวรรค์ เอาธนบัตรมาเย็บต่อห้อยเป็นม่านเงิน เราก็เดินลอดไป โฆษกก็ประกาศเชิญชวนให้ร่วมบริจาค จนขึ้นไปจนถึงลานรอยพระบาท ที่เป็นลานหินแกรนิตโล่ง มีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่บนลาน หินลักษณะแบบนี้ เป็นปกติของภูเขาทางตะวันออก หินโหม่งที่เขาเขียว ชลบุรี หินกูบที่สอยดาวใต้ก็ลักษณะแบบนี้ พระธาตุอินทร์แขวนที่พม่าก็แบบเดียวกัน ใกล้หินก้อนใหญ่มีกระบะกั้นบอกเป็นรอยพระพุทธบาท แต่ไม่เห็นอะไรครับ มีแต่ดอกดาวเรืองคลุมเต็มไปหมด กับคนที่ห้อมล้อมกราบไหว้ บนลานหินด้านหนึ่งมีศาลาเปิดโล่ง มีพระมานั่งรดน้ำมนต์ โฆษกก็ประกาศเชิญชวนให้บริจาคอีก บิลท์กันสุดๆ ชนิดที่ต้องควักกระเป๋าจนได้แหละน่า บนลานนี่แหละที่เรียกว่ารอยพระบาทพลวงที่ว่ากัน


แต่จะมีทางเดินไปต่อ เรียกว่าไป ” ผ้าแดง” ทางช่วงนี้จะเป็นทางเดินในป่า มีขึ้นเนินบ้างลงหุบบ้าง ระหว่างทางก็เจอสารพัด พระมานั่งให้ไหว้ตอไม้ ตอไม้ศักดิสิทธิ์ ให้เดินเวียนเทียนรอบก้อนหิน มีให้โยนเหรียญใส่บาตรพระพุทธรูป ฯลฯ จนไปสิ้นสุดทางที่เรียกว่า ผ้าแดง มันก็คือผ้าแดงธรรมดานี่แหละครับเขาเอามาพันรอบก้อนหินบ้าง พันต้นไม้บ้าง พร้อมมีคำเขียนอธิษฐาน ขอโน่น นี่ นั่น กิจกรรมที่ว่ามาทั้งหมดนั้น อย่าถามหาเหตุผล เพราะคนที่ทำๆ ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไปทำไม ที่ผ้าแดงมีคำขออันหนึ่งผมอ่านแล้วขำกลิ้ง “ขอให้อย่าเป็นคนใจร้อน ขออย่าให้เป็นคนขี้เกียจ” โถๆ...ตัวของตัวเองแท้ จะไปร้องขอจากใครกันละพ่อคุณแม่คุณเอ๊ย


รวมระยะทางจากที่รถมาส่ง เดินขึ้นมาถึงลานรอยพระบาทกิโลกว่าๆ แล้วจากรอยพระบาทมาถึงผ้าแดงราว 2 กม.


ผมเล่าสภาพให้ฟัง เผื่อจะได้ทำใจ และเข้าใจว่าศาสนาพุทธเราที่มีสงฆ์เป็นทายาทเพื่อเผยแผ่นั้น ผิดเพี้ยนจากหลักคำสอนขนาดไหน ตะแบงว่าเป็นการฝึกการให้ทานเพื่อลดกิเลสก็ว่าไป เดี๋ยวนี้วัดทั้งหลายเป็นแบบนี้กันมาก เข้าวัดไม่มีธรรมมะให้ มีแต่ตู้บริจาค ใครที่ภูมิทางธรรมแข็งแรงก็คงคิดได้ ส่วนคนทั่วไปที่ถูกใส่ข้อมูลว่าการบริจาคเงินคือการทำบุญที่อาจลบล้างกรรมได้ โดยไม่สนใจการปฏิบัติธรรม เมื่อทำผิดศีลสารพัด แค่เอาเงินมาบริจาคเท่านั้น ก็เป็นอันได้บุญ สบายใจ แล้วไปทำบาปต่อ


แต่งานประเพณีไหว้พระบาทพลวงก็ยังดีที่ให้คนได้มีเวลาได้ใช้สติตริตรอง ปีหนึ่งมีไม่ถึง 3 เดือน ไม่เหมือนบางวัดที่กำลังเป็นข่าว นั่นมอมเมาต่อเนื่อง จนเลยจากขั้นที่เรียกว่าศรัทธา ไปถึงขั้นที่เรียกว่า “หลง” แล้ว


“หลง”...คำนี้ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรซะด้วยสิ