วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่อง‘ลุ่มแม่น้ำงอน’เยือนโครงการหลวง

เพิ่งผ่านฤดูหนาวกันมาหมาดๆ แต่นักท่องเที่ยวก็ยังคงเดินทางขึ้นเหนือไปสัมผัสกับอากาศหนาว

ด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครเพราะร่มรื่นไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีวิถีวัฒนธรรมรวมถึงสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่น่าศึกษาเรียนรู้มากมาย

       ช่วงเวลาของการเดินทางเพื่อไปยังจุดหมายในฝันมีแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องแสงเป็นประกายตามจังหวะที่รถแล่นผ่านสองฟากฝั่งริมทางพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศแบบธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศในรถนั้นเหมือนมีมนต์ยิ่งทำให้ต้องออกค้นหา

       จุดเริ่มต้นของการเดินทางท่องเที่ยวศึกษาเส้นทางสายประวัติศาสตร์ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สร้างโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1(ฝาง) เมื่อปี พ.ศ.2515 ให้ทำหน้าที่แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือเกษตรและยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอนและดอยข่างขางโครงการหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1(ฝาง) มีพื้นที่ราว 20 ไร่ อาทิ โรงงานแปรรูป บ่อบำบัดน้ำเสีย โรงเล่าเรื่อง สถานีอนามัยพระราชทาน สวนลิ้นจี่ สวนสมุนไพรห้องอ่านหนังสือการเรียนรู้ของชุมชนในการอยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมด้วยการฟื้นฟู รักษา ตลอดจนอนุรักษ์หน้าดินและป่าไม้ การอนุรักษ์น้ำและการสร้างฝาย การปลูกพืชทดแทนและการผลิตไฟฟ้าของโรงงานไฟฟ้าบ้านยาง

       ปิดท้ายด้วยกิจกรรมของวันนี้โดยการเก็บผลสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดพร้อมกับสัมผัสบรรยากาศที่เย็นเยือกๆที่สวน นายฐานันท์ ประยูรพัฒนะ อายุ 39 ปี เจ้าของสวนสตรอว์เบอร์รี่ในชุมชนบ้านยาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่              

นายฐานันท์ เล่าว่า ตนปลูกสตรอว์เบอร์รี่ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ปีแล้ว ผลผลิตแต่ละปีก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ และหลายปัจจัยเกื้อหนุน

       “เมื่อก่อนปลูกส้มกับลิ้นจี่อยู่หลายปีจนมาล้มตายเพราะโรคกันหมดทำให้เกษตรต่างหมดเนื้อหมดตัวต้องเปลี่ยนอาชีพมาปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งโครงการหลวงสนับสนุน”

         หลังจากมาปลูกสตรอว์เบอร์รี่ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอนาคตคิดว่าจะสตรอว์เบอร์รี่ปลอดสารพิษทั้งหมด ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ไม่รู้จะขอบคุณพระองค์อย่างไร เพราะทรงพระราชกรุณาส่งเสริมให้เกษตรกรอย่างผมให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งตนเองครอบครัวและชุมชน

        ในเวลาเดียวกันหลังจากเดินทางท่องเที่ยวจนเหนื่อยล้าท้องก็เริ่มที่จะหิวเราก็รับประทานอาหารพื้นบ้านในแบบยูนนาน อาทิ สุกี้ยูนนาน เขาหยก  เต้าหู้ทรงเครื่องยูนนาน พร้อมกับชมการแสดงพื้นบ้านทำให้เพลินกับการรับประทานเป็นอย่างยิ่งในค่ำคืนนี้

         แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาปลุกให้ตื่นมาสัมผัสกับบรรยากาศที่สดชื่นแบบธรรมชาติพร้อมกับจิบกาแฟไปเพลินๆในวันที่ 2 เดินชมวิถีชีวิตของคนบ้านแม่งอนการเรียนรู้จากชุมชนโดยรอบบ้านยางที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตในด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ อาหาร ความเชื่อ การหาเลี้ยงชีพด้วยการค้า และการเกษตรตลอดจนอาคารสถาปัตยกรรมแสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชนบ้านยาง

       ขณะเดียวกันก็ได้พูดคุยกับ อุษา แซ่ม้า ชาวยูนาน ที่มีชื่อเสียงในด้านการแปรรูป และถนอมอาหารซึ่ง“บะหมี่ไข่” จึงเป็นอีกสินค้าที่นักท่องเที่ยวมักซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ เพราะเป็นบะหมี่โบราณหากินไม่ได้จากที่อื่น ด้วยความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เส้นหมี่ผลิตจึงเลือกใช้แป้งที่ดีที่สุด ผ่านขั้นตอนกรรมวิธีการนวดแป้งแบบยูนานดั้งเดิม โดยจะเห็นอาหารประเภทเส้นในงานมงคลไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหรืองานบุญต่างๆ โดยเฉพาะชาวจีน เกาหลีและญี่ปุ่น จะกินบะหมี่ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ ซึ่งหมายถึง ความยั่นยืนยาวนาน หรือ อายุยืน การซื้อเป็นของฝาก และการกินบะหมี่ในงานมงคล

       ปิดท้ายการเดินทริปท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำงอนด้วยการกราบไหว้สักการะวัดพระแก้ว  ซึ่งพระอุโบสถของวัดเป็นพระวิหารทรงเชียงแสน ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย เรียกว่า พระเจ้าล้านทองนอกจากนี้ยังมีหอพระหยก เป็นอาคารทรงล้านนา ภายในประดิษฐานพระหยกเชียงแสน มีโฮงหลวงแสงแก้ว พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญของวัด ศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่สมัยเพื่อความเป็นสิริมงคล

        นอกจากเป็นสถานการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีเสน่ห์มากรวมทั้งให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยของพ่อหลวง เรายังมียิ้มสยามที่หาได้จากคนในเมืองต่างๆเหล่านี้ นี่เป็นเสน่ห์ที่อาจจะหายากแต่ที่เชียงรายยังมี "ยิ้มสยาม" แล้วคุณจะหลงรักเชียงราย จนคุณต้องกลับมาสัมผัสกับความหนาวใหม่อีกครั้ง