วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

อุทัยธานีก็มี "มินิดอยตุง"

อุทัยธานีก็มี "มินิดอยตุง"

เมื่อเอ่ยถึงฤดูท่องเที่ยวในช่วงต้นปี หลายคนมักนึกถึงจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ

ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ฯลฯ แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้จึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ทว่า ภายใต้เศรษฐกิจแบบนี้จึงเกิดกระแสที่ว่า “เที่ยวอย่างไรให้ประหยัดและได้บรรยากาศแบบเมืองเหนือ” นั่นหมายความว่าเราต้องเลือกสถานที่เที่ยวโดนใจและต้นทุนต่ำ

แก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี น่าจะเป็น 1 ในตัวเลือกที่โดนใจคนชอบลมหนาวเพราะที่นี่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 200 กว่ากิโลเมตร การเดินทางก็แสนประหยัด คุณจะขับรถมาเองหรือมารถประจำทางก็ได้ เพราะเส้นทางคมนาคมสะดวก ส่วนที่พักราคาไม่แพงและมีหลากหลายให้เลือกตามความต้องการไม่ว่าจะมากันเป็นกลุ่มหรือจะมาเป็นครอบครัวก็ไม่ต้องแย่งกับคนอื่นให้เสียอารมณ์

ผมมาถึงตลาดกะเหรี่ยงแก่นมะกรูด ซึ่งอยู่ที่บ้านใต้ (เป็นหมู่บ้านหนึ่งในพื้นที่แก่นมะกรูด)ในยามเช้า บรรยากาศของที่นี่ไม่ต่างกับภาคเหนือทั้งทิวทัศน์และอากาศที่แสนจะเย็นสบาย ร่มรื่นและถูกโอบกอดด้วยขุนเขาอันเขียวขจี

ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ที่นี่มานาน พวกเขามีเอกลักษณ์การแต่งกาย ประเพณี ที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญทุกคนต่างมีอัธยาศัยไมตรีที่น่าประทับใจ

สินค้าพื้นเมืองถูกนำมาวางจำหน่ายนับตั้งแต่สินค้าหัตถกรรมทอมือ ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ, กระเป๋าย่ามลายผ้าทอพื้นเมือง, ผ้าพันคอ, เสื้อผ้าพื้นเมือง ซึ่งสินค้าที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นสินค้าแฮนด์เมด มีชิ้นเดียวในโลก ไม่ได้ไปซื้อจากโรงงานแล้วมาหลอกขาย เพราะที่นี่เข้มงวดเรื่องความซื่อสัตย์ต่อนักท่องเที่ยว

ผมอยู่ที่นี่ไม่กี่ชั่วโมงก็เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 73 พื้นที่ตรงนี่แหละที่จะถูกเนรมิตให้เป็น “มินิดอยตุง” เพราะมีหลายสิ่งที่คล้ายกับดอยตุงโดยเฉพาะประวัติในช่วงที่ผ่านมา เผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี เล่าให้ฟังว่า

“พื้นที่แก่นมะกรูดเดิม ชาวบ้านดำรงชีพด้วยการทำไร่เลื่อนลอย โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพด เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วพวกเขาจะเผาไร่ทั้งหมด บ่อยครั้งที่ไฟลามจนเกิดเป็นไฟป่า ผมเคยเทียบเคียงพื้นที่บ้านใต้-บ้านคลองเสลากับดอยตุงในอดีตมันคือภาพเดียวกัน ทว่า ดอยตุงในวันนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะคนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ ผมจึงน้อมนำแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการทำงาน นั่นคือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

ตอนนี้ผมเชื่อว่าพวกเราเข้าใจพี่น้องชาวไทยกะเหรี่ยง ผมจึงขอให้อุทัยธานีเข้าโครงการปิดทองหลังพระฯ ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เพราะต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวกลับสู่ความยั่งยืนเพื่อให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้”

มินิดอยตุงจึงถูกวางให้เป็นสัญลักษณ์ของแก่นมะกรูดในการขับเคลื่อนชุมชนไปสู่ความยั่งยืนทางด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและอนุรักษ์วัฒนธรรม ทำให้ที่นี่งดงามไปด้วยดอกไม้เหมืองหนาวและไร่สตรอว์เบอร์รี่ ที่จะให้นักท่องเที่ยวลองไปชิมรสชาติ ความอร่อยที่แตกต่างระหว่างสตรอว์เบอร์รี่ภาคกลางกับภาคเหนือ

แต่ขอบอกเลยสตรอว์เบอร์รี่ที่นี่ไม่มีขายนอกพื้นที่นะ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่จะซื้อกลับไปเป็นของฝากกันหมด ฉะนั้นหากมาแล้วไม่ได้ชิมถือว่าน่าเสียดายมากๆ ไม่เพียงแต่สตรอว์เบอร์รี่ พืชผักพื้นเมืองที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร ด้วยขนาดที่ใหญ่ระดับมหึมา เช่น ฟักหนัก 18 กิโลกรัม ฟักทองหนักเกือบ 10 กิโลกรัม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าที่นี่อุดมสมบูรณ์จริงๆ

ด้าน จักรกฤช ศีลาเจริญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สะท้อนมุมมองการท่องเที่ยวในแก่นมะกรูดว่า การสร้างมินิดอยตุงถือว่าเป็นการสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องชาวกะเหรี่ยงในชุมชนแก่นมะกรูดเพราะทุกคนได้มีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรม

“ในแก่นมะกรูดยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีก อาทิ เส้นทางธรรมชาติ ป่าชุมชนมอตาจ่อย, น้ำตกผาร่มเย็น, ศูนย์เรียนรู้พืชเมืองหนาว บ้านอีมาดอีทราย หรือจะเดินไปเยือนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็ยังได้”

หากคุณผู้อ่านต้องการเที่ยวแบบสบายกระเป๋าและได้บรรยากาศแบบภาคเหนือในวันหยุด อุทัยธานีคือจังหวัดที่จะตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดี