วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เที่ยวญี่ปุนแบบสบายๆ

ถึงแม้ญี่ปุ่นจะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวอย่างมากมายในแต่ละปี

ทางการญี่ปุ่นก็ไม่ยอมหยุดปรับปรุงประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นไปอีก ตัวเลขนักท่องเที่ยวของญี่ปุ่นในปี 2556 คือ 10.36 ล้านคน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยอดเกิน 10 ล้านคน รัฐบาลญี่ปุ่นหวังว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะถึง 20 ล้านคนในปี 2560 เมื่อโตเกียวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิคและพาราลิมปิค ทั้งนี้ รายงานการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและเดินทางของปี 2556 แสดงว่า ญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 14 จาก 140 ประเทศทั่วโลก แต่ภาษายังเป็นอุปสรรคในการติดต่อกับนักท่องเที่ยว

เมื่อเร็วๆ นี้ หนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุญ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โตเกียวรายงานว่า ทางการโตเกียวจัดให้มีไกด์ท้องถิ่นเพื่อช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านกินซ่าที่มีชื่อเสียงของโตเกียว ไกด์กลุ่มนี้มีทั้งชายและหญิง พวกเขาจะใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีเหลืองซึ่งมีข้อความภาษาอังกฤษและภาษาจีนด้านหลังว่า “ต้องการความช่วยเหลือไหม” พวกเขาจะรวมตัวกันอยู่บนทางเท้าใกล้กับห้างสรรพสินค้าและร้านแบรนด์ดังๆ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและนักช้อปทั้งหลาย

เมื่อไกด์เหล่านี้เจอนักท่องเที่ยวที่เหมือนจะหลงทางหรืองุนงง พวกเขาจะรีบเข้าไปถามว่า “มีอะไรให้ช่วยไหม” ไกด์พวกนี้เป็นสมาชิกของกลุ่มโอเซ็กไก ซึ่งเป็นองค์กรอาสาสมัครที่ตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว อาสาสมัครพวกนี้จะผลัดกันไปที่ที่เป็นสถานที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยว เช่น กินซ่า อาซากุซะ และซูกิจิ เฉลี่ยคนละ 1 ครั้งต่อเดือนเพื่อช่วยนักท่องเที่ยวหรือทำตัวเป็นล่าม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถูกขอร้องให้ทำเช่นนั้น

กลุ่มนี้ประกอบด้วยนักศึกษาประมาณ 40 คน และผู้ใหญ่ที่สามารถใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น อังกฤษหรือสเปนได้ดี บางทีพวกเขาออกไปนอกกรุงโตเกียว เช่นเกียวโต บางคนออกไปไกลถึงกำแพงเมืองจีนเลยทีเดียว

ยูกะ โทยามา อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยวาเซดะ เธอเล่าว่า ครั้งหนึ่งเธอกับเพื่อนไกด์อีก 3 คนช่วยพาหนุ่มฟินแลนด์ 2 คนไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อขึ้นรถเมล์ 2 ชั้นเพื่อชมเมือง เมื่อถึงป้ายรถเมล์ที่ต้องการ หนุ่มฟินแลนด์ขอบคุณไกด์อาสาสมัครด้วยการกอดทีละคน โทยามากล่าวว่า เธอรู้สึกอบอุ่นและดีใจที่สามารถช่วยพวกเขาได้

กลุ่มอาสาสมัครนี้ตั้งขึ้นโดย ฮิเดกิ คินาอิ อายุ 53 ปี เขาเกิดในโอซาก้าและในตอนเด็ก เขาได้เข้าชมงานเอ็กซ์โปที่มีการจัดแสดง “ศาลาแอฟริกา” เขารู้สึกประทับใจมากและเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวแอฟริกาให้ได้ ความฝันของเขาเป็นจริงหลังจากเข้ามหาวิทยาลัยปีแรก แต่ในขณะเดินทางในแทนซาเนีย เขาไม่สบายอย่างมาก วันนั้นเขาจะเดินทางไปเมืองๆ หนึ่งทั้งๆ ที่ไม่สบาย มีคนแอฟริกันที่ต้องการโดยสารรถคันเดียวกับเขามากมาย เขาคิดว่า เขาคงไม่มีแรงแย่งขึ้นรถได้ แต่ผู้คนรอบๆ ช่วยเขาให้ขึ้นไปบนรถ คนเก็บค่าโดยสารก็สละที่นั่งให้เขา เขาประทับใจมากและเป็นที่มาขององค์กรอาสาสมัครเพื่อช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ไกด์อาสานี้เคยช่วยครอบครัวชาวอเมริกันที่หาล็อกเกอร์ที่พวกเขาฝากของไว้ที่สถานีรถไฟเจอาร์ไม่เจอ ไกด์กลุ่มนี้ช่วยหาจนเจอ แต่กุญแจก็เปิดล็อกเกอร์ไม่ออก ครอบครัวนี้กลัวมากว่าจะขึ้นรถไฟขบวนต่อไปไม่ทัน แต่ในที่สุดพวกเขาก็ไปขึ้นรถทันเวลาพร้อมด้วยสัมภาระที่ต้องการ พวกเขาแลกอีเมลล์กันและครอบครัวนี้สัญญาว่า ถ้าไกด์กลุ่มนี้ไปนิวยอร์คก็จะให้พักที่บ้านของพวกเขา

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังปรับปรุงการให้ wi-fi ฟรีแก่นักท่องเที่ยวเพราะทราบดีว่า คนยุคนี้เป็นสาวกของโซเชียลเน็ตเวิร์คโดยเฉพาะเฟซบุค และชอบการเซลฟี่ การโพสต์เรื่องและภาพจะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศด้วย การปรับปรุงนี้เกิดขึ้นหลังจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติบ่นว่า แหล่งท่องเที่ยวหรือร้านค้าในญี่ปุ่นไม่ค่อยมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรีเหมือนในสหรัฐฯ และยุโรปเหตุผลอีกข้อคือ ถ้าเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน โซเชียลเน็ตเวิร์คน่าจะช่วยแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ดีกว่าโทรศัพท์

การสำรวจของหน่วยงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในปี 2554 พบว่า 36.7 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 6 เมืองใหญ่ของญี่ปุ่นระบุว่า การไม่มี wi-fi ฟรีใช้เป็นปัญหามากสำหรับพวกเขา

ดังนั้น สมาคมร้านร้านค้าบนถนนนากามิเซะใกล้วัดเซนโซจิเริ่มเปิดให้บริการ wi-fi ฟรีเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ก็ได้ในบางพื้นที่เท่านั้นในขณะที่นักท่องเที่ยวบ่นว่าเมนูก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทางสมาคมก็ได้ปรับปรุงโดยจัดให้เมนูมี 11 ภาษา เช่น อังกฤษ จีน เกาหลี ฝรั่งเศสและเยอรมัน

นักท่องเที่ยวจากนิวซีแลนด์รายหนึ่งบอกว่า การหาข้อมูลต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางในต่างประเทศ ดังนั้น อินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจากแคนาดากล่าวว่า เขาต้องการคอนเฟิร์มเที่ยวบินขากลับทางออนไลน์ ดังนั้น การมี wi-fi ช่วยเขาอย่างมาก