พศ.เร่งอบรมขึ้นทะเบียนครูสอนปริยัติฯ เข้าระบบ และได้รับค่าตอบแทน
ที่วัดสามพระยา พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวในการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ประจำปี 2558 ว่า ครูสอนพระปริยัติธรรม ถือว่ามีความสำคัญมากในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ถูกต้องสู่พระสงฆ์ สามเณร เด็กและเยาวชน ซึ่งครูจะต้องเป็นผู้มีความรู้ ควบคู่ คุณธรรม ต้องเป็นผู้มีอาจาระที่งดงาม เป็นผู้เสียสละ จึงจะให้เป็นที่เคารพของลูกศิษย์ และพุทธศาสนิกชน หากได้ชื่อว่า เป็นครูแล้ว มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลกระทบต่อความเคารพศรัทธาได้ โดยเฉพาะยิ่งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยแล้ว ก็จะเกิดผลกระทบต่อศรัทธาต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา
พระพรหมดิลก กล่าวต่อไปว่า สังคมไทยปัจจุบันประชาชนขาดที่พึ่งทางใจ และหายากที่ชาวพุทธจะมีความรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย ดังนั้น การสร้างบุคลากรทางพระพุทธศาสนาให้มีความรู้ด้านการเผยแผ่ที่ถูกต้อง จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจาก พระพุทธศาสนา ไม่มีกฏหมายเป็นเครื่องบังคับให้ปฏิบัติหรือนับถือศาสนา เหมือนกับศาสนาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การที่กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ดำเนินการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม นับเป็นสิ่งที่ดีที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายบุญเลิศ โสภา ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา กล่าวว่า ผลสรุปจากการศึกษาและจัดเก็บข้อมูลปัญหาการศึกษาสงฆ์ พบว่า ครูสอนพระปริยัติธรรมที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในปัจจุบัน ยังไม่ผ่านการอบรมและไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นครูสอนจากพศ.มากกว่า10,000 รูป ดังนั้น พศ.จึงได้ประสานกับเจ้าคณะจังหวัด และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ดำเนินการคัดครูสอนพระปริยัติธรรมที่จบนักธรรมเอก สอนนักธรรม ธรรมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ไม่เป็นครูพระสอนศีลธรรมของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2แห่ง รวมถึงยังไม่ได้รับการอบรมและขึ้นทะเบียนมาอบรมเป็นเวลา 5 วัน เมื่อผ่านการอบรมแล้วจะได้รับการขึ้นทะเบียน และได้รับค่าตอบแทนการสอนปีละ 12,000 บาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พศ.สามารถดำเนินการอบรมและขึ้นทะเบียนครูสอนพระปริยัติธรรมได้เพียงปีละ 200 รูปเท่านั้น เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2557มีครูสอนพระปริยัติธรรมได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 3,500 รูป





