สำรวจ'รัก ร้าง หย่า เลิก'ของ'คนบันเทิง'

สำรวจ'รัก ร้าง หย่า เลิก'ของ'คนบันเทิง'

สำรวจ "รัก ร้าง หย่า เลิก" เอิกเกริกของ "คนบันเทิง"

"ความลับของมาดาม"

ตลอดปีที่ผ่านมา เชื่อว่าไม่มีกระแสข่าว “รักร้าว” ครั้งไหนในวงการบันเทิง จะสร้างความฮือฮา และเจ็บปวดระคนกันได้เท่ากับเรื่องราวของอดีตมาดามปากน้ำ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ นางเอกสาวระดับแถวหน้าของเมืองไทยกับ “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายก อบจ.สมุทรปราการ หรือที่รู้จักกันดีในนามนักการเมืองท้องถิ่นหนุ่มใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพลย่านปากน้ำ

"เจนี่เป็นคนน่ารัก เป็นคนที่ผมคิดว่า ผมคงหลับอยู่ด้วยทุกคืนได้อย่างมีความสุข”

"คนอาจจะมองพี่เอ๋เป็นอีกภาพหนึ่ง แต่สำหรับเจนี่แล้ว พี่เอ๋เป็นคนที่อบอุ่น ใจเย็น ทำทุกอย่างรอบคอบ ชีวิตต่อจากนี้ไปก็ต้องดูไปอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร ขอบคุณพี่เอ๋มากๆ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา”

ถ้อยแถลงของทั้งคู่ ถึงความประทับใจที่มีให้กันและกัน ในวันจดทะเบียนสมรส เมื่อ 8 สิงหาคม 2556 ยังคงเป็นประโยคที่ดังก้องอยู่ในความทรงจำของสักขีพยาน และกองทัพสื่อมวลชนมหาศาล ในงานวิวาห์อันแสนเรียบง่าย ทว่าทรงพลัง ซึ่งถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า “เจนี่ และ เอ๋” พร้อมจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ท่ามกลางกระแสสังคมถาโถมอย่างรุนแรง

ช่วงเวลาความสุขแสนสั้น ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 11 เดือน กับวิถีชีวิตของอดีต “มาดาม” สมุทรปราการ การเริ่มต้นความรักที่เจนี่รู้ดีว่ามีขวากหนาม และเสียงซุบซิบระคนก่นด่าอยู่เต็มรายทางว่ายากแล้ว การจะเอา “ชีวิต” และ “หัวใจ” ให้หลุดพ้นจาก “ความรัก” ครั้งนั้นยิ่งยากกว่า

ก่อนจะถึงวันจรดปากกาในใบ “หย่า” ไม่นาน มีกระแสลือสะพัดออกมาผ่านโลกสังคมออนไลน์ว่า นางเอกสาวชื่อดังได้แยกกันอยู่กับนักการเมืองท้องถิ่น เป็นเวลากว่า 5 เดือน ด้วยสาเหตุที่ยังคลุมเครือ รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่า นางเอกสาวถูกทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ยังมีประเด็น “เปิดโปงกิ๊ก” โดยมีการแคปรูปโปรแกรมแชท “ไลน์” และภาพของพริตตี้สาววัยใส ที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็น “กิ๊ก” ของนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังหลุดออกมา

หลังจากนั้นไม่นานมี “ภาพ” ของหญิงสาวเส้นเลือดฝอยในตาข้างซ้ายแตก มีสภาพร่างกายเขียวช้ำอย่างหนัก ดูละม้ายคล้ายเจนี่ ได้ถูกเผยแพร่ออกไป พร้อมกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และแรงสงสารชีวิตของ “อดีตมาดาม” ที่หลายคนปักใจเชื่อไปแล้วว่า อาจไม่สวยงาม เหมือน “ภาพ” ที่เคยวาดฝันเอาไว้

จนมีการวิเคราะห์ว่า หรือนี่จะเป็นความ “ตั้งใจ” เปิดเผยเรื่องราวบางส่วนในชีวิตแต่งงานอันขมขื่น ของนางเอกสาวชื่อดัง เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองให้หลุดพ้นจาก “อิทธิพล” บางอย่าง ก่อนจะเกิดคำถามที่ยังเป็นข้อสงสัย จวบจนถึงปัจจุบันนี้ว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของการ “หย่าร้าง” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอาจถูกทำร้ายร่างกาย หรือความไม่ซื่อสัตย์ต่อสถานะความเป็นสามีภรรยา แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

29 กรกฎาคม 2557 คือวันคืน “อิสรภาพ” ของเจนี่อีกครั้ง เธอจดทะเบียนหย่า โดยมีทนาย ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เป็นสักขีพยาน กลางดึกในคืนวันเดียวกันนั้น นางเอกสาวชื่อดังได้ขึ้นโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัวชื่อ Janienineeleven ด้วยข้อความว่า “ขอโทษเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ต้องเดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ทุกๆ คน ขอโทษพี่ๆ สื่อมวลชนที่ไม่พร้อมและไม่เข้มแข็งพอสำหรับการพูดคุยและขอขอบคุณทุกๆ คนที่หยิบยื่นกำลังใจและความหวังดีมาให้เจนี่ มันมีค่าสำหรับเจนี่มากๆ จริงๆ ค่ะ ขอบคุณจากใจจริงๆ”

“จับมือฉันไว้ แล้วคอยดูกันว่าพรุ่งนี้เราจะลืมตาตื่นมาที่ใด อะไรที่มันแย่ ทั้งที่เตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว บางครั้งก็เป็นแค่คู่นอนชั่วข้ามคืน ฉันคงต้องแย่แน่ๆ เลย เพราะกามเทพขอธนูของเขาคืนแล้ว มาเมาน้ำตาด้วยกันเถอะ”

นี่คือเนื้อหาส่วนหนึ่งของเพลง “Lost Stars” จากภาพยนตร์เรื่อง “Begin Again” ที่เธอเลือกโพสต์คลิปเพลงนี้ ลงไปเสมือนรหัสลับ ที่ซุกซ่อนนัยอะไรบางอย่างไว้ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยทิ้งความเจ็บปวดไว้เบื้องหลัง ให้เป็น “ความลับ” ในชีวิตของอดีตมาดามสมุทรปราการต่อไป

"12 ปี แห่งความหลัง"

กว่า 12 ปี ของการใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยา ก่อนจะลงท้ายด้วย “ทะเบียนหย่า” ของ “อ่ำ” อัมรินทร์ นิติพล กับ “จอย” อัจฉรียา อังคสุวรรณศิริ ที่ตัดสินใจหันหลังให้กันไป ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 แต่เพิ่งมาเป็นข่าวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่อยากให้กระแสสังคมมากระทบกับความรู้สึกของลูกสาวอย่าง “แอลลี่” อชิรญา นิติพน วัย 10 ขวบ ส่วนสาเหตุในการหย่าร้าง มาจากปัญหาสะสม ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เจอหน้าแล้วทะเลาะกันทุกวัน “ตอนนี้ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกว่าเดิม ไปหาจอยที่บ้าน ไปคุยกันดูว่าจะทำอะไรแบบนี้ดีมั้ย มีการปรึกษากันตลอดเหมือนเดิม ความรู้สึกดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ” อ่ำเปิดใจภายหลังการหย่า

พร้อมบอกต่อว่า ไม่อยากให้ครอบครัวต้องมาแบกรับภาระหนี้สิน กว่า 7 ล้านบาท ที่หลังจากหย่าขาด อ่ำตัดสินใจขายบ้านเพื่อปลดหนี้ และนำเงินที่เหลือมาเป็นทุนการศึกษาให้ลูก แต่ทั้งสองยังคงสถานะเพี่อนที่ดี และทำหน้าที่ “พ่อแม่” ของ “แอลลี่” ไปตลอดชีวิต

"รักแท้...แพ้กิ๊ก"

งานวิวาห์สุดแนวของคู่รัก “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ “แอมมี่ เดอะ บอททอม บลูส์” กับ “ไอด้า" ไอรดา ศิริวุฒิ ดีเจ นางแบบ และพิธีกรสาว เกิดขึ้นอย่างชื่นมื่น พร้อมการยืดอกรับตามแบบฉบับหนุ่มสาวสมัยใหม่ว่า “ท้องก่อนแต่ง” ในขณะที่ ไอด้ามีอายุครรภ์กว่า 5 เดือน แต่การมีลูกครั้งนี้ ทำให้ไอด้าต้องต่อสู้กับหลายโรครุมเร้าทั้งไทรอยด์เป็นพิษ ธาลัสซีเมีย และโลหิตจาง ที่อาจจะส่งผลกระทบถึงลูกในท้อง แต่ทั้งสองคนจับมือดูแลกัน จนไอด้าคลอดลูกสาวสุดน่ารักอย่าง “น้องลัลลาเบล” ออกมาอย่างปลอดภัย

ชีวิตคู่ดำเนินต่อไป ด้วยภาพครอบครัวที่น่ารัก แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อสถานะ สามี ภรรยาสั่นคลอน เพราะ “แอมมี่” นอกใจ รวมถึงมีกรณีฟาดฟัน ปะฉะดะหญิงสาวไฮโซที่ถูกครหาว่าเป็นกิ๊ก เพราะโดนภรรยาอย่างไอด้า จัดยาแรงปราบ “กิ๊ก” ด้วยการโพสต์รูปชุดชั้นในลงอินสตาแกรม เรื่องราวลุกลามบานปลายจนสุดท้าย ความสัมพันธ์ครอบครัวขาดสะบั้น

ก่อนที่แอมมี่จะออกมาขอโทษทุกฝ่าย พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์กับไอด้าว่า ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน “เรามีเป้าหมายเดียวกันคือดูแลลูกสาวให้ดีที่สุด ส่วนอนาคตจะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหมก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต”

"รักคงยังไม่พอ"

รักแท้ แพ้อาถรรพณ์เลข 7 ของ “พีค” ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ และ “เต๋อ” ฉันทวิชช์ ธนะเสวี กลายเป็นกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ แต่ที่น่าประหลาดใจไปมากกว่านั้น คงเป็นเพราะ พีค และ เต๋อ กลายเป็นอดีตคู่รัก ที่ประชาชนเอาใจช่วย และส่งแรงเชียร์ให้กลับมา “รัก” กันมากที่สุดคู่หนึ่ง

“มันเป็นเรื่องที่สะสมมาพักหนึ่ง มันเป็นเรื่องของความรู้สึก คือถ้าจะถามเรื่องความรัก เรารักกันมากๆ แต่มันก็มีสิ่งที่ไปด้วยกันไม่ได้หลายๆ อย่าง เราก็ตกลงกันว่าขอถอยออกมาเป็นพี่น้องกันไปก่อน แต่เราก็ยังรักกันเหมือนเดิม” คำสารภาพจากใจของเต๋อ พร้อมน้ำตาที่คลอเต็มสองตาลูกผู้ชาย

ไม่ต่างจากพีค ขณะแถลงข่าวให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา “ตลอดเวลาที่คบกันมา 7 ปีมันดีมาก เราเป็นแฟนที่รักกัน แต่การจะก้าวข้ามผ่านไปถึงวันแต่งงาน ไม่ได้มีแค่ความรักอย่างเดียว ต้องมีความเข้าใจกัน คงไม่มีใครอยากแต่งงานแล้วต้องแยกกัน เราเลยมานั่งคุยกันและได้ตัดสินใจว่าหยุดไว้เพราะถ้าฝืนคบกันต่อไป เราไม่อยากเกลียดกัน”

สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ประชาชนที่รับสารจากความรู้สึกของ “คู่รัก” คู่นี้มากที่สุด คือคนสองคนมีความ “รัก” ให้กันเต็มหัวใจ แต่สุดท้ายต้องยอมรับความจริงว่า “รักอย่างเดียว คงยังไม่พอ”