หนึ่งเดียวที่นี่ 'แท็กซี่' รุ่นเดอะ

หนึ่งเดียวที่นี่ 'แท็กซี่' รุ่นเดอะ

ไม่ว่าจะหางปลา ตาหวาน หรือจะเหล่าเพื่อนเบนซ์คันงามรุ่นคลาสสิกที่เคยคุ้นตาในฐานะ 'แท็กซี่เบนซ์' ณ ชายแดนใต้

แม้รถจะเก่า คนขับจะแก่ แต่ก็ยังเป็นตำนานที่มี 'ลมหายใจ'

พลันที่แสงแรกโผล่พ้นขอบฟ้า สาดส่องผ่านช่องตึกตระหง่านกลางเมืองหาดใหญ่ เป็นสัญญานบอกเวลา "เริ่มงาน" ให้ชายแก่ผมสีดอกเลาที่ในมือมีผ้าขนหนูผืนเก่ากวัดแกว่งซ้ายที ขวาทีอยู่หน้ารถยุโรปหรูคันโตที่มีสัญลักษณ์รูปดาวสามแฉกจอดส่งแสงเงาวับรับแสงอรุณรุ่ง ณ มุมหนึ่งข้างถนนสาย 2 กลางเมืองหาดใหญ่

...ป้ายข้อความที่ฉากหลัง บอกให้รู้ว่าที่นี่ คือ "คิวรถแท็กซี่เบนซ์สามัคคี"

รถหรู บุกใต้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ คันงามหลายรุ่นจอดเรียงรายให้เลือกใช้บริการได้ตามใจชอบ แต่ที่ฮิตติดลมบน คงต้องยกให้ขาใหญ่ "เบนซ์ตาหวาน" และ "เบนซ์หางปลา" ทั้งรุ่น 240D, 280S, 300D และ230E แห่งคิวรถ "แท็กซี่เบนซ์" ที่วิ่งบริการเส้นทางสายแรกจังหวัดชายแดนภาคใต้ "หาดใหญ่-ยะลา" ตลอดช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา และกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญมีให้เห็นได้ที่ชายแดนภาคใต้แห่งเดียวเท่านั้น

นาแว เจ๊ะหมี พลขับที่ใช้ชีวิตอยู่หลังพวงมาลัยแทกซี่เบนซ์คันงามตั้งแต่สมัยยังโสดจนวันนี้ล่วงสู่วัย 74 ปี แต่ก็ยังคงยึดอาชีพ "พลขับ" รับจ้างอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เปิดฉากเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า ณ จุดนี้ที่ "คิวรถสามัคคี" คือ เส้นทางให้บริการ "รถแท็กซี่เบนซ์" หาดใหญ่สายแรกที่วิ่งรับส่งคนไปมาระหว่าง หาดใหญ่ -ยะลา มาตั้งแต่ 30 ปีก่อน โดยมี "นิเวศน์ นิวาสสวัสดิ์" (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) เป็นผู้ก่อตั้งคิวแรก ก่อนจะขยายไปอีกอย่างน้อย 5-7 คิวครอบคลุมหาดใหญ่ในยุคที่การให้บริการเฟื่องฟูมีรถต่อคิวมากกว่า 100 คัน

จุดเริ่มต้นของการให้บริการ "รถแท็กซี่เบนซ์" เป็นความโชคดีที่มาพร้อมกับความบังเอิญที่ลงตัว ด้วยสภาพพื้นที่ชายแดนภาคใต้รอยต่อตะเข็บพรมแดนไทย-มาเลเซีย การหารถยุโรปดีๆ มาใช้สักคัน คือยอดปรารถนา เพราะด้วยข้อจำกัดของเส้นทางที่มีสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งถนนลูกรัง คดโค้งและยังสูงชันหาความราบเรียบไม่เจอ ทำให้รถยนต์สัญญาติอื่นสอบไม่ผ่านความแข็งแรง ทานทนบนถนนสายนี้ และไม่สามารถทำความเร็วได้เกิน 60กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สำหรับรถยุโรปตราดาวสามแฉกนี้ ถือเป็นข้อยกเว้น

โชเฟอร์มากประสบการณ์รายเดิม บอกว่า รถเบนซ์แม้จะมีราคาสูงก็จริง แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพ ความแข็งแกร่ง ทนทาน ปลอดภัย และโดนใจพลขับยุคนั้น คือคุณสมบัติของระบบช่วงล่างดี เกาะถนนเยี่ยม กลายเป็นจุดขายที่ครองใจผู้ใช้บริการเกินครึ่ง ส่วนอีกครึ่งที่เหลือคือความสะดวกในการนำเข้ามาจากประเทศ "มาเลเซีย" ซึ่งนำเข้ามาได้ในราคาไม่แพงนัก แถมชิ้นส่วน จำพวกอะไหล่ ก็หาได้ไม่ยากในฝั่งเพื่อนบ้าน เมื่อทุกอย่างสอดรับกัน ประชากรรถเบนซ์ก็ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

เฟื่องฟู 'แท็กซี่เบนซ์'

จากการเริ่มต้นเช่า - เหมารถเบนซ์เพื่อการโดยสารเส้นทางปกติไปส่งตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะมาแบบกลุ่ม หรือแบบเดี่ยว เมื่อเป็นที่พึงพอใจ กระแสการเรียกร้องก็เพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดให้บริการ 'แท็กซี่เบนซ์' อย่างเป็นทางการ

เส้นทาง ยะลา -หาดใหญ่ คือคิวแรกที่วิ่งเก็บค่าบริการคนละ 15บาท ได้รับการตอบรับที่ดีมากช่วงเวลา 1 ปีมีรถแทกซี่วิ่งให้บริการมากกว่า 100 คันแม้จะวิ่งกันวันละ 5-6 เที่ยวก็ยังไม่พอความต้องการ จึงขยายคิวรถเพิ่มในเส้นทางเดียวกันในปีถัดมาอีกหลายคิว เช่น คิวรวมชัย และเกียรติชัยที่มีรถให้บริการร่วม 200 คันและแตกไลน์ธุรกิจไปยังพื้นที่เป้าหมายใหม่ๆ ครอบคลุมไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางยะลา - ปัตตานี, ยะลา - สุไหงโก-ลก, ยะลา - เบตง เป็นต้น

คนแรกที่นำรถมาวิ่งให้บริการคือ นิเวศน์ นิวาสสวัสดิ์ บนเส้นทางยะลา-หาดใหญ่ และหาดใหญ่ -ยะลา เป็นผู้ก่อตั้งคิวรถแท็กซี่เบนซ์แห่งแรกในชื่อ "คิวสามัคคี" บริเวณถนนสาย 2 กลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นคิวแรกและคิวสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน

ณ คิวสามัคคี แท็กซี่เบนซ์ รุ่นเก่าแต่เงาวับอย่างน้อย 3 คันจอดรอผู้โดยสารมาใช้บริการ พร้อมออกสตาร์ทจากสถานีต้นทางในแบบที่นาแวเรียกว่า "มาตอนไหน ไปตอนนั้น"

"แม้รถจะเก่า แถมคนขับยังแก่ แต่รับประกันความปลอดภัยส่งผู้โดยสารถึงที่หมายแน่นอน" คำยืนยันจาก อุสมาน มอน๊อง หรือ 'แบมาน' พลขับอาวุโสอารมณ์ดีที่เปล่งเสียงหัวเราะดังสร้างบรรยากาศให้ผู้ร่วมสภาเฮฮากันอย่างครื้นเครง

จากประสบการณ์กว่า 20 ปีที่ให้บริการ "แท็กซี่เบนซ์" เรื่องรถเสียระหว่างทางนั้นไม่มีบ่อย แและน้อยครั้งที่เจอ เพราะรถส่วนใหญ่ใช้อะไหล่ของแท้จึงหมดปัญหาจุกจิกกวนใจ กลายเป็นข้อดีที่สร้างความไว้วางใจทั้งผู้ให้และผู้ใช้บริการ แถมด้วยข้อเสนอพิเศษสุดๆ กับการเลือกใช้บริการที่บวกเพิ่มสำหรับกรุ๊ป VIP ที่มีห้องโดยสารเย็นฉ่ำแอร์ หรือลดระดับลงมาเปิดกระจกรับลมธรรมชาติระหว่างเดินทาง อัตราค่าบริการบวกเพิ่มคนละ5 บาทจากอัตราโดยสาร 15 บาทในยุคสมัยหนึ่ง ส่วนราคาปัจจุบันค่าโดยสารคนละ100บาท หากประสงค์ความเย็นฉ่ำ ขอขยับค่าโดยสารเพิ่มเป็น 150 บาท หรือจะให้เลือกบริการพิเศษแบบเหมาจ่าย 700 บาทพร้อมลม และ1,000บาทพร้อมแอร์ก็พร้อมเจรจาต่อรองเงื่อนไขกันได้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

"จุดเด่นแท็กซี่เบนซ์นอกจากแข็งแรงทนทานแล้ว ยังมีห้องโดยสารกว้างจึงรองรับผู้โดยสารได้มากเฉลี่ยครั้งละ 6-7 คนได้อย่างสบายๆ" แบมาน อธิบายคร่าวๆ ทำไมต้องเป็นแท็กซี่เบนซ์

หรือจะถึงทางตัน?

เวลาเปลี่ยน พฤติกรรมคนเปลี่ยน ในที่สุด "แท็กซี่เบนซ์" ก็วิ่งมาถึงทางตัน เมื่อกระแส "รถยนต์ส่วนตัว" ฟีเวอร์มาแรงแซงทุกโค้งในพื้นที่ชายแดนใต้ทำเอาลูกค้ากรุ๊ปใหญ่ที่ครองตลาดมายาวนานหายเกลี้ยง เหลือเพียงลูกค้ากลุ่มทั่วไปที่ไม่ได้ตอบโจทย์ให้สามารถประคองและยืนระยะรับผลกระทบได้นานเท่าใดนัก

และแล้ว.. ศึกหนักระลอกสองก็ถาโถมกระหน่ำซ้ำไม่ทันให้ตั้งตัวเมื่อจู่ๆ "รถตู้โดยสาร" ได้เข้ามาวิ่งให้บริการทับรอยเส้นทางเดียวกันอย่างไม่ปราณี

เครื่องที่แรงกว่า ใหม่กว่าและเร็วกว่าจึงเร่งเครื่องเบียดแซงจนรถยุคเก๋าต้องพ่ายแพ้ถูกปลดระวางในที่สุด

"แบมาน" บอกว่า วันนี้แท็กซี่เบนซ์เหลืออยู่น้อยนิด.. นับรวมกันแล้วทั้ง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 30คันยังต้องลุ้น สาเหตุสำคัญเพราะลูกค้าส่วนใหญ่หันไปใช้บริการรถตู้โดยสารหมดเหลือเพียงลูกค้าขาประจำที่อยู่ในวัยเดียวกันที่ยังนิยมใช้บริการ

นอกจากนี้เหล่า "พลขับ" ยังต้องดิ้นรนหนีการขาดทุน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่บั่นทอนกำลังใจทุกครั้งที่นับค่าแรง โดยแทบทุกคันต้องหันมาติดก๊าซแอลพีจีแทนเพื่อลดการขาดทุน โดยหาก 1วัน หรือ 1เที่ยวได้ 1พันถือว่า สุดแสนจะคุ้ม เพราะทันทีที่รถวิ่งออกจากคิวไปยังสถานีปลายทางข้อปฎิบัติที่รับรู้ร่วมกันคือยังกลับไม่ได้หากไร้ผู้โดยสารหรือสินค้าในช่วงขากลับ

"ผมวิ่งรถจากยะลาถึงหาดใหญ่วานนี้แต่ยังกลับไม่ได้เพราะไม่มีผู้โดยสารหรือแม้แต่สินค้าที่จะเป็นค่าแรงขนส่งไปยังปลายทาง เบนซ์คันงามจึงถูกเนรมิตเป็นห้องพักในยามที่ต้องค้างแรมเพื่อลุ้นต่ออีกวันจะได้กลับบ้านวันไหน" เสียงอธิบายที่แผ่วเบาจากหนุ่มใหญ่อารมณ์ดีที่พูดถึงชีวิตที่พลิกผันตลอดช่วง 5ปีที่ผ่านมา

ถึงจะส่อแววถึง 'ขาลง' แต่นั่นก็ไม่สามารถยับยั้งไม่ให้เหล่าพลขับหยุดปฎิบัติหน้าที่ที่คุ้นเคยลงได้ โดยภาวะการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นสิ่งที่เหล่า "แท็กซี่เบนซ์" ต้องพิสูจน์ตัวตนเพื่อยืนหยัดในอาชีพนี้ที่ทั้งรักและผูกพัน โดยวันนี้ เหลือพลขับไม่กี่ชีวิตที่รู้ดีว่าไม่ถนัด และยังเกินวัยจะเรียนรู้อาชีพอื่น

แม้ปากจะยืนยันว่า ไม่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหยุดนิ่ง เพราะพลขับรุ่นเดอะได้พยายามเติมสีสันด้วย 2 บริการใหม่ คือ รับจ้างเหมาไปส่งตามสถานที่นัดหมาย แค่โทรมาแจ้งขอรับบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งพวกเขาพร้อมเสมอที่จะให้บริการแก่ผู้โดยสารทุกคนที่ตีตั๋วเดินทาง ส่วนบริการที่สองคือ รับ-ส่งสินค้าในเส้นทางเดิมยะลา-หาดใหญ่ ไม่ว่าจะของหนัก ของเบา ของคาว ของหวาน ของสด ของแห้ง เพียงแค่จับยัดใส่ห้องโดยสารได้เต็มรถคราใดพร้อมวิ่งให้บริการถึงจุดหมายปลายทางไม่มีอิดออด

รถเก่า แต่เลือดใหม่

แม้ปลายทางจะริบหรี่ แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะมืดมนเสียทีเดียว เพราะรุ่นใหม่อย่าง "อุสมาน นิลพฤกษ์" หรือ "เดะมาน" พลขับน้องใหม่วัย 34 ปีที่เข้าประจำการคิวรถสามัคคีหาดใหญ่ หลังจากที่เพิ่งตัดสินใจถอยรถเบนซ์ตาหวานรุ่น 300 D สีดำเงาวับในราคาไม่ถึง 2 แสนบาทเมื่อราวปีก่อน เพื่อนำมาลงสนามบริการแท็กซี่เบนซ์เมื่อไม่นานมานี้ เขาบอกว่า.. สมัยเด็กๆ เคยมีโอกาสใช้บริการ "แท็กซี่เบนซ์" เลยเกิดเป็นความประทับใจและวาดหวังว่า วันหนึ่งจะมีโอกาสเข้าประจำการนั่งจับพวงมาลัยงามให้บริการรถหรูกับเขาบ้าง

..ไม่นานเกินรอมีโอกาสได้รับการทาบทามและชักชวนจากเพื่อนรุ่นใหญ่หนึ่งในสมาชิกกลุ่มที่ร่วมวงจิบน้ำชาให้ลองมาร่วมเส้นทางบริการสายนี้ ชนวนความฝันจึงถูกจุดขึ้นในชีวิตของหนุ่มคนนี้ที่ตอบรับอย่างเต็มใจ แม้จะมีงานบริการในฐานะพนักงานขับรถให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานีแล้วก็ตาม

"ผมเก็บหอมรอมริบได้เงินก้อนหนึ่งจนเมื่อมีคนชวนให้ทำงานที่เคยหวังไว้ในวัยเด็กจึงไม่รีรอตอบรับในทันใด และตลอด 1ปีที่ได้เข้ามาทำงานก็ไม่ผิดหวังแม้เส้นทางบริการในวันนี้จะไม่เฟื่องฟูเหมือนยุคอดีตก็ตามแต่ความทรงจำและความรู้สึกยังคงเหมือนเดิม" เดะมาน กล่าวปลื้ม และเสริมว่า งานบริการเป็นงานอิสระที่ชื่นชอบ แต่งานนี้จะไม่ดีพอหากไร้ความรับผิดชอบในอาชีพที่เลือก โดยเฉพาะหน้าที่พลขับที่ต้องดูแลชีวิตผู้โดยสารให้ไปถึงปลายทางอย่างปลอดภัย

เทคนิคหนึ่งที่ "พลขับ" รับรู้กันดีและมีโอกาสต้องทำทันใด คือการทำความรู้จักแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการพูดคุยสร้างความอุ่นใจและคุ้นเคยไม่ให้บรรยากาศการนั่งรถกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ

"ผมชอบงานบริการเป็นทุนเดิมยิ่งมีผู้โดยสารหน้าใหม่ๆ มาใช้บริการยิ่งทำให้สนุกและมีความสุขที่จะทำให้ผู้โดยสารประทับใจ เทคนิคนี้ทำให้มีลูกค้ากลุ่มเดิมกลับมาใช้บริการแบบซ้ำๆ ต่อยอดลมหาดใจไม่ให้แท็กซี่เบนซ์เอกลักษณ์ชายแดนใต้หายไปจากเส้นทางบริการ" เดะมาน กล่าว

แม้ภาพที่ปลายทางของ แท็กซี่เบนซ์ จะยังลางเลือน.. แต่ 'หนึ่งเดียว' ของไทยที่ปลายด้ามขวานนี้ก็ยังเป็นความทรงจำที่ยังมีลมหายใจ