BBDO YourSpace Awards

BBDO YourSpace Awards

BBDO ออฟฟิศสุดมันของคนทำงาน มีความสุขกับโต๊ะทำงานแบบไหน ออกแบบและแต่งตามใจได้เต็มที่

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักมีวิสัยทัศน์ของ 'พื้นที่ทำงาน' หรือ 'โต๊ะทำงาน' ของพนักงานในบริษัท ไปในทิศทางเดียวกัน คือต้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตา ไม่รกรุงรัง ขจัดวัสดุที่เกินความจำเป็น ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วมุ่งไปทางทำให้โต๊ะทำงานดูโล่งโปร่งตามากที่สุด เพราะเชื่อว่าเป็นรากฐานของระบบคุณภาพ

แต่ สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ประธาน และประธานกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ (Chairman & Chief Creative Officer) บริษัท บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด เห็นต่างไปจากนั้น เขาสังเกตตัวเองว่า ช่วงที่ทำงานได้ดีที่สุด คือช่วงเวลาที่อยู่ในที่ที่เขาชอบที่สุด ดังนั้นเขาจึงลองริเริ่มจัดกิจกรรม BBDO YourSpace Awards ชวนพนักงานทั้งออฟฟิศออกแบบ 'โต๊ะทำงานในฝัน' เข้าประกวดกัน

"ผมคิดว่า เวลาเรานั่งทำงาน เราจะไม่มีความสุขเวลาเรามานั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศที่เป็นกรอบ อยู่ในคอกที่กั้นพื้นที่ด้วยฉากกั้น ผมว่าออฟฟิศส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้น เมื่อก่อนผมทำงานใหม่ๆ ก็นั่งอยู่อย่างนั้น สิบห้าปีแรกก็นั่งอยู่ในกล่อง ซึ่งคิดงานไม่ออกเลย สังเกตว่าช่วงที่เราทำงานได้ดีที่สุด คือช่วงเวลาที่เราอยู่ในที่ที่เราชอบที่สุด ตัวผมเองชอบนั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว หรือไม่ก็เก้าอี้ในสวน น้องบางคนอาจชอบนั่งที่ร้านกาแฟ คือแต่ละคนมีที่โปรดไม่เหมือนกัน ชอบอยู่ในสิ่งแวดล้อม ชอบอยู่ในบรรยากาศไม่เหมือนกัน เพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุด..

กับพอดีที่ผมอ่านเจอข้อมูลจากการทำวิจัย พบว่า 72% ของชั่วโมงทำงานทั้งหมดในชีวิตเราคืออยู่ที่โต๊ะทำงาน และผลงานหรือประสิทธิภาพของงานที่ดีที่สุด มาจากสิ่งแวดล้อมที่เรานั่งทำงาน ก็เลยคิดว่า ถ้าเราทำสิ่งแวดล้อมที่เรานั่งทำงานให้ดีที่สุด หรือคนทำงานพอใจที่สุด เขาต้องได้งานที่ดีที่สุดมาให้เรา...

ก็มาคิดว่าเป็นไปได้ไหม ที่พนักงานทุกคนทำอะไรก็ได้ อยากแต่งอะไรก็แต่งไปในที่ทำงานของคุณ ให้เสรีภาพในการทำ แสดงตัวคุณออกมาเลยว่าคุณชอบอะไร หรือคุณมีความหลงใหลในอะไร ชอบทำงานอยู่ในบรรยากาศแบบไหนที่สุด ที่คุณรักที่สุด ทำเต็มที่เลยตามใจชอบ" สุทธิศักดิ์ กล่าวถึงที่มาในการริเริ่มกิจกรรมระดมสมองแปลงโฉม 'โต๊ะทำงานในฝัน' สุดบรรเจิดของชาวบีบีดีโอ

ความจริงแนวคิดการจัดกิจกรรม BBDO YourSpace Awards เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2551 การจัดประกวดในปีนี้ถือเป็นครั้งที่สอง ระยะเวลาที่ว่างเว้นไปนั่นเป็นเพราะการตกแต่งโต๊ะทำงานในครั้งแรกยังอยู่ใช้งานได้จริง

"ผมเองก็ดูว่า ถึงระยะเวลาหรือยังที่เขาจะตกแต่งโต๊ะทำงานกันใหม่ สิ่งที่ทำไว้.. ของเก่า.. พัง สึกหรอบ้างหรือยัง ถึงเวลาจะทำรอบใหม่ไหม รวมทั้งการหมุนเวียนเข้าออกของพนักงาน รวมหลายสาเหตุก็เห็นว่า ควรจัดประกวดในปีนี้" สุทธิศักดิ์ กล่าว

เกณฑ์การตัดสินพิจารณาจาก ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม และ ความประณีต

"ไม่ได้เอา 'ใช้งานได้จริง' มาเป็นเกณฑ์ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นกรอบในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เชื่อว่าที่เขาออกแบบมา เขาต้องนั่งทำงานได้ด้วย" สุทธิศักดิ์ กล่าว

ปีนี้พนักงานบีบีดีโอ 130 ชีวิต พร้อมใจกันระดมสมองแปลงโฉม 'โต๊ะทำงาน' สำหรับพนักงานซึ่งใช้พื้นที่ร่วมกัน รวมเรียกว่าประเภททีม จำนวน 20 ผลงาน และพนักงานที่มี 'ห้องทำงานส่วนตัว' จัดอยู่ในประเภทเดี่ยว จำนวน 24 ผลงาน ทุกคนใส่ความคิดสร้างสรรค์อย่างที่ตัวเองชอบกันเต็มเหนี่ยว

สุทธิศักดิ์เชิญบุคคลซึ่งทำงานสร้างสรรค์ แต่ไม่ได้อยู่ในวงการโฆษณาและไม่รู้จักพนักงานของบริษัทแต่อย่างใด จำนวน 5 คน คือ ประภาส ชลศรานนท์, ม.ล.วิฏราธร จิรประวัติ, บรรณ บริบูรณ์, ศิวารยา ณ นคร และ สู่ขวัญ บูลกุล ร่วมกันเป็น 'คณะกรรมการตัดสิน' ต่างคนต่างให้คะแนน ซึ่งผลออกมาตรงกัน

ผลงานที่คะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภททีม ได้แก่ Warehouse ซึ่งร่วมกันสร้างสรรค์โดย สิโนทัย สามสีทอง หัวหน้า Visualizer และ ณัฐวุฒิ ซุ่นทรัพย์ กราฟฟิก ดีไซเนอร์ คู่หูการทำงานซึ่งชื่นชอบการสะสมของเก่าเป็นงานอดิเรกเหมือนกัน ด้วยความที่อยากทำงานอยู่ท่ามกลางข้าวของที่ตนเองรัก ทำให้นึกถึง 'โกดัง' ซึ่งเหมาะเป็นสถานที่เก็บของสะสมของเหล่านี้อยู่แล้ว กลายมาเป็นคอนเซปต์ในการสร้างสรรค์โต๊ะทำงานในฝันดังที่เห็น

โต๊ะทำงาน หรือ 'โกดัง' ของสิโนทัยและณัฐวุฒิ เต็มไปด้วยงานไม้เหมือนโกดังจริงๆ สะดุดตาตั้งแต่กรอบขนาดใหญ่ที่เหมือนเป็นประตูเข้าพื้นที่นั่งทำงาน ลดความทึบและความแข็งด้วยการเจาะให้มีส่วนเว้า เพิ่มความงามด้วยการใช้เศษไม้ตัดเป็นท่อนสี่เหลี่ยมยาวๆ เรียงซ้อนกันแทนฉากกั้น ผนังด้านในแขวนชั้นไม้ที่แบ่งช่องเป็นสัดส่วนสำหรับวางของ ส่วนไฟเพดานที่เป็นแผงช่องสี่เหลี่ยมสัญลักษณ์ของสำนักงานก็ดัดแปลงให้ดู 'ดิบ' ขึ้น

"ชอบงานไม้ ชอบสะสมของเก่าเหมือนกัน และนั่งทำงานคู่กันพอดี เลยลงตัวที่ไอเดียนี้ ออกแบบเป็นโกดัง ที่ให้อารมณ์ไม้ๆ ตอนออกแบบก็ไม่ยุ่งยาก เพราะเดิมทีบริเวณโต๊ะทำงานมีชั้นวางของอยู่แล้ว คุยกันว่าของบ้านเราเยอะ เราต่างก็ชอบของที่เรามีที่บ้าน ผมชอบนาฬิกาปลุกแบบโบราณที่ต้องไขลาน รูปทรงไม่เหมือนนาฬิกาปลุกยุคนี้ เพื่อนชอบโคมไฟ พัดลม แบบย้อนยุค ความชอบใกล้เคียงกัน ก็ทำตามคอนเซปต์อยากนั่งทำงานในบรรยากาศแบบไหน ชอบสิ่งไหนก็เอามาวางที่ออฟฟิศเลยแล้วกัน ใช้เวลาตกแต่งเกือบเดือน ค่อยๆ เติมของสะสมเข้ามา ตกแต่งด้วยมูลี่ไม้ ที่ช่วยลดสเปซทางด้านหลัง และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับโต๊ะทำงาน แต่ไม่ทึบเหมือนการใช้พาร์ทิชั่นที่ทำให้รู้สึกอึดอัด และทำโคมไฟด้านบน โดยออกแบบให้เป็นสายไฟที่ดูระโยงระยาง เพื่อไม่ให้ดูเนี้ยบ เพราะด้วยความที่เป็นโกดัง ก็อยากให้มีความรกๆ ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ด้วย รวมทั้งทาสีในโทนเข้มเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้ข้าวของที่นำมาตกแต่งดูโดดเด่นขึ้นมา" สิโนทัย กล่าว

รางวัลที่สอง ประเภททีม ได้แก่ผลงานชื่อ The weekday creative cafe ห้องทำงานของ คัคนานต์ บุณยรังสฤษฏ์ อาร์ต ไดเร็คเตอร์ ซึ่งนั่งทำงานคู่กับ มนมัย รอดเพชร Copywriter เหมือนเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบโก้ อบอุ่น น่านั่ง เนื่องจากทั้งคู่ชอบนั่งคิดงานในร้านกาแฟเหมือนกัน

"ลองสังเกตดูวันทำงานจันทร์ถึงศุกร์ เวลาคิดงานเราชอบไปนั่งกันที่ร้านกาแฟ คิดงานออกที่ร้านกาแฟ ในเมื่อชอบบรรยากาศของร้านกาแฟ ก็เลยตัดสินใจทำห้องทำงานให้เหมือนร้านกาแฟ" คัคนานต์ เล่า

คัคนานต์และมนมัยช่วยกันถอดแบบร้านกาแฟมาไว้ในห้องทำงานแทบจะทุกรายละเอียด ตั้งแต่จัดทำเมนูกาแฟ โดยเอาชื่องานแต่ละขั้นตอนตามหน้าที่ ซึ่งมีความยาก-ง่ายเป็นลำดับ มาตั้งเป็นชื่อเมนูกาแฟ ถามว่าเมนูไหนจะได้กาแฟที่มีความเข้มสูงสุด ทั้งคู่ชี้ไปที่ชื่อเมนู Art Work เพราะพวกเขารู้สึกว่าเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด

ในห้องทำงานที่ดูยังไงก็เป็นมุมหนึ่งในร้านกาแฟ มีเครื่องชงกาแฟที่ชงกาแฟดื่มได้จริง มีชุดอโรมากลิ่นกาแฟ สร้างบรรยากาศร้านกาแฟที่หอมกลิ่นอ่อนๆ ของการชงและคั่วเมล็ดกาแฟอยู่เป็นระยะ คู่หูทำงานคู่นี้ยังช่วยกันใช้ 'สติ๊กเกอร์ลายไม้' ปิดผิวหน้าโต๊ะทำงานที่เดิมเป็นกระจกธรรมดา จนดูเหมือนโต๊ะไม้ธรรมชาติแผ่นใหญ่

การใส่ใจในรายละเอียดเหล่านั้นนับว่าน่าประทับใจแล้ว ยังไม่เท่ากับที่ทั้งคู่แปลงโฉมผนังกั้นห้องผิวเรียบธรรมดา ให้ดูเหมือน 'ผนังก่ออิฐบล็อก' สีขาวสะอาดตา ไม่ว่าแสงธรรมชาติหรือแสงจากโคมไฟตกกระทบ ก็ได้แสงเงาที่นุ่มนวลและสวยงามคนละอารมณ์

ผนังที่ดูเหมือนก่อด้วยอิฐบล็อกนี้ คัคนานต์และมนมัยช่วยกันติดกระดาษกาวเป็นตาราง ใช้ฟองน้ำซับยิปซัมผงผสมน้ำ แล้วแตะให้เกิดลายนูนตามช่องตารางที่ตีไว้ ทั้งคู่ก่ออิฐเทียมได้วันละสองแถวครึ่ง กว่าจะได้เต็มผนังก็ใช้เวลาทั้งหมดราว 20 ชั่วโมง โดยใช้เวลาทำหลังเลิกงานในแต่ละวัน เป็นงานฝีมือที่ถูกใจคณะกรรมการจนทำให้เขาคว้ารางวัลที่สอง ประเภททีม

คะแนนรวมที่มาเป็นอันดับที่สาม 'ประเภททีม' เป็นพื้นที่ทำงานของทีม Planner นำทีมโดย นำพล ฉันทธนากร Strategic Planning Director, สิริวรรณ หวังสันติ และ ฐิติพงศ์ กิตติเลิศไพศาล Strategic Planner และ วริศ นิวัฒนสกุล Account Planner ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานในคอนเซปต์ Explorer โดยใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีดำติดทับฉากใสกั้นออฟฟิศเพื่อให้ดูเป็นพื้นที่เดียวกัน ประดับกรอบรูปเกี่ยวกับการบิน ตกแต่งให้ดูมีพลังขึ้นด้วยการแขวนเครื่องบินจำลอง ปรับอารมณ์ให้น่านั่งทำงานมากขึ้นด้วยงานไม้ โดยใช้สติ๊กเกอร์ลายไม้ปิดทับโต๊ะทำงานผิวกระจก

สิริวรรณเล่าถึงคอนเซปต์ Explorer ว่าได้มาจาก 'หน้าที่การทำงาน' ของคนทำงานเป็น Planner ที่ต้องสำรวจข้อมูลใหม่ๆ ติดตามเทรนด์และคิดอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำความคิดใหม่ๆ นำเสนอลูกค้า ประกอบกับทุกคนในกลุ่มชอบเดินทางท่องเที่ยว จึงลงตัวที่คอนเซปต์นี้

"รูปที่เลือกมาส่วนใหญ่เป็นภาพโมเดลเครื่องบิน ภาพการเดินทาง ภาพประวัติศาสตร์การบิน อย่างหนึ่งคือภาพเหล่านี้ช่วยลดความใจร้อนของพวกเราลงได้ เหมือนเตือนว่างานทุกอย่างไม่ใช่ทำเดี๋ยวเดียวจะสำเร็จ ขณะที่โมเดลเครื่องบินก็เป็นสัญลักษณ์การสำรวจ สามารถบินข้ามน้ำข้ามทะเล" สิริวรรณ กล่าว

ในกลุ่มประเภทเดี่ยว ผลงานสร้างสรรค์ที่ชนะใจกรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Music Play Room ของ อดิศร อธิคมชาคร Client Service Director เขานำความสามารถและความหลงใหลส่วนตัวในดนตรี ตกแต่งห้องทำงานจนเหมือนห้องซ้อมดนตรี

อดิศรเล่าว่าเขาเล่นดนตรีเป็นครั้งแรกตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา เข้าชมรมดนตรีของโรงเรียน พอเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็รวมตัวกับเพื่อนๆ รับงานเล่นดนตรีตามผับในชื่อวง 'ตระการ' และแม้ทุกคนพ้นวัยและไม่มีเวลารับงานเล่นดนตรีอีกแล้ว เขาและเพื่อนๆ ก็ยังนัดรวมตัวเป็นครั้งคราวที่ห้องซ้อมดนตรีไม่ได้ขาด

"ตัวผมเองชอบเล่นดนตรี จะดีมากถ้าทำงานเครียดๆ แล้วในห้องทำงานมีมุมให้หลบนำเครื่องดนตรีมาเล่นได้ หรือชวนคนมาเล่นดนตรีด้วยได้ อยากให้ห้องทำงานกับห้องดนตรีมาอยู่ด้วยกัน" อดิศร ให้เหตุผล

ไม่ใช่แค่เหมือนห้องซ้อมดนตรี แต่เครื่องดนตรีทุกชิ้นในห้องเล่นได้จริง มีกีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้า ไมโครโฟน สแตนด์วางโน้ตเพลง พร้อมเล่นดนตรีได้เลย ไม่ต้องกลัวเสียงดังเล็ดลอด ทั่วทั้่งห้องกรุวัสดุซับเสียงไว้พร้อมแล้ว

แต่ถ้าเดินเข้าไปในห้องทำงานของ เวทิดา พงษ์พานิช Creative Director คุณจะพบว่าตัวเองเหมือนยืนอยู่ในเพิงพักที่ไหนสักแห่ง เวทิตานำความชอบส่วนตัวกว่า 20 ปี นั่นก็คือการเป็น 'นักดูนก' ตกแต่งห้องทำงานเดิมที่เป็นสีขาวโพลนจนเหมือนแคมป์ดูนก เธอให้ชื่อผลงานชิ้่นนี้ว่า Bird Camp นำของใช้ส่วนตัวเกี่ยวกับการดูนกมาประดับไว้ตามมุมต่างๆ โดยเฉพาะลายเส้นรูปนกชนิดต่างๆ เป็นฝีมือของเธอเอง

"ถ้ามีเวลาว่างจะไปดูนกตลอด" เวทิตา เริ่มต้นสนทนาและอธิบายถึงการตกแต่งห้องทำงานนี้ว่า ถอดแบบมาจาก 'แคมป์ดูนก' ที่เธอชอบมากที่สุด นั่นก็คือ Pangot ตำบลหนึ่งซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาหิมาลัย ในประเทศอินเดีย มีลักษณะเป็นรีสอร์ทกึ่งเต็นท์ สไตล์อินเดีย-อังกฤษ สถานที่ดูนกที่มีชื่อเสียงของแพนกอตคืออุทยานแห่งชาติ Valley of Flowers ซึ่งมีความสวยงามมากทั้งชนิดของนก ป่า และอาหารก็อร่อย

'เบิร์ด แคมป์' ทำให้เวทิตานึกถึงความงามของ แวลเล่ย์ ออฟ ฟลาวเวอร์ส และมีความสุขที่ได้นั่งทำงานในบรรยากาศแบบนี้

คณะกรรมการมอบรางวัลที่ 2 ประเภทผลงานเดี่ยว ให้ 'เวทิตา'

สุทธิศักดิ์ กล่าวถึงสิ่งที่สังเกตได้ จากการให้พนักงานออกแบบโต๊ะทำงานในฝันที่พวกเขาชอบว่า

"นอกจากทำให้พนักงานของเราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่ละคนยังสนุก มีความสุขที่จะทำงานในที่ที่เขาทำมากขึ้น เขาก็ภูมิใจในผลงานที่ได้ทำ มีความเป็นตัวตนของเขา รู้สึกผ่อนคลาย สบาย นั่งในที่่ที่เขาชอบ ผลทางอ้อมที่เห็นได้ชัดคือ ทำให้พนักงานสามัคคีกันมาก เกิดการช่วยเหลือกัน คนถนัดแนวช่าง ถูกดึงตัวมาขอความช่วยเหลือ เกิดการปฎิสัมพันธ์ ช่วยกัน เพราะเราให้ใช้เวลาสองเดือนในการแต่งห้อง ซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงาน พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นเวลาสองเดือนทุกคืน"

ที่สำคัญคือ "ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างสรรค์ เพราะเรากระตุ้นและเปิดโอกาสให้เขาแสดงตัวตนออกมา ผมได้เรียนรู้ตัวตนพนักงานมากขึ้น บุคลิกภายนอกกับความชอบส่วนตัวไม่เข้ากัน เราตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้"

ความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานที่ต่างกัน 6 ปี ยังบอกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร

"ผ่านไปหกปี ต้องยอมรับว่า พนักงานบีบีดีโอเป็นเจนวาย(Gen-Y)เยอะ คืออายุ 22-30 ปี เด็กเจนวายมีความชอบหลากหลายมากขึ้น กระจัดกระจาย เมื่อเทียบกับเจนเอ็กซ์ ซึ่งผมว่าดี ได้เห็นความหลากหลายของสิ่งที่เขาชอบเยอะขึ้น ได้เห็นการจัดเต็มมากขึ้นกว่าเดิม คิดว่าเป็นเรื่องของเจนเนอเรชั่นที่มีความกล้า เช่นใครจะนึกว่ามีคนชอบอยู่กับมนุษย์ต่างดาว ชอบอยู่ในร้านตัดผม" สุทธิศักดิ์ กล่าว

กิจกรรม BBDO YourSpace Awards ไม่ได้จัดงบประมาณให้พนักงานใช้ในการตกแต่ง โจทย์ที่กำหนดไว้คือ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และ ของที่ตนเองมี มาใช้ในการตกแต่งพื้นที่ทำงานอย่างที่ตนเองอยากนั่งทำงานในบรรยากาศที่ชอบ แต่ใครจะซื้อของเพิ่มก็ไม่ว่ากัน บริษัทฯ ไม่มีงบประมาณให้ซื้อของ แต่มีเงินรางวัลมอบให้ประเภททีม 8,000-20,000 บาท, ประเภทเดี่ยว 6,000-13,000 บาท, รางวัลชมเชย 10 รางวัลๆ ละ4,000 บาท และรางวัล Popular Vote 1 รางวัล 8,000 บาท

"ผมอยากให้ทุกบริษัทลองทำแบบนี้ด้วยซ้ำไป ถ้าประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นจากการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองชอบ" สุทธิศักดิ์กล่าวและว่า พนักงานไม่ได้มีความชอบเหมือนประธานบริษัททุกคนไป ก็อาจคิดงานไม่ได้ดีที่สุด แต่ถ้าได้ให้พนักงานสร้างสรรค์ออฟฟิศในแบบที่เขาชอบเอง ก็น่าจะดีกว่า

"แนวคิดนี้น่าจะใช้ได้ทุกองค์กร ถ้าองค์กรนั้นไม่ได้ห่วงภาพลักษณ์ขององค์กร ว่าใครมาแล้วจะเห็นออฟฟิศเป็นอย่างไร" คนโฆษณา กล่าว

ภาพห้องทำงานที่เห็นทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนชั้นที่ 18 ของอาคารอื้อจือเหลือง กรุงเทพฯ

หมายเหตุ : ชมภาพมากกว่านี้ได้ที่https://www.facebook.com/sundaybkk