Signor Sassi Bangkok (Siam Paragon)

Signor Sassi Bangkok (Siam Paragon)

ย้ายทำเลใหม่เพื่อความสะดวกในการเดินทางของนักชิม วัตถุดิบ-รสชาติเต็มคำเต็มอารมณ์อิตาเลียนเหมือนเดิม

เดินเล่นสบายๆ สำรวจร้านอาหารบริเวณชั้น G สยามพารากอน นักชิมคงสะดุดตากับชื่อ ซินยอร์ ซาสซี่ (Signor Sassi) สุดยอดตำนานร้านอาหารอิตาเลียนเลื่องชื่อในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่เปิดตัวในเมืองไทยครั้งแรกเมื่อสองปีก่อนบนชั้นที่ 37 ของโรงแรมอนันตรา กรุงเทพฯ สาทร

สอบถามได้ความว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักชิมในการเดินทางมายังร้าน จึงได้ย้าย ซินยอร์ ซาสซี่ กรุงเทพฯ (Signor Sassi Bangkok) ร้านเดิมมาเปิดบริการยังทำเลใหม่เปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ด้วยบรรยากาศใหม่ในคอนเซปต์ 'ครัวเปิด' กลางร้าน มองเห็นทุกขั้นตอนจัดเตรียมอาหาร ตัวร้านตกแต่งเรียบง่าย ทันสมัย โทนสีอบอุ่น จัดแบ่งที่นั่งเป็นสองโซน คือชั้นล่าง มีโต๊ะนั่งสบายๆ และมุมแบบกึ่งส่วนตัว กับที่นั่งบนชั้นสอง ซึ่งเหมือนระเบียง เหมาะสำหรับจัดปาร์ตี้ส่วนตัวประมาณ 20 คน

ถึงจะย้ายร้านมายังทำเลใหม่ แต่มาตรฐานและรสชาติอาหารยังคงคุณภาพอารมณ์เดียวกับร้านต้นแบบในกรุงลอนดอน วัตถุดิบและเครื่องปรุงหลักกว่า 90% นำเข้าจากแหล่งที่คัดสรรแล้ว

เมนูยอดนิยม สปาเกตตี ล็อบสเตอร์ ที่ได้รับความชื่นชมจากนักวิจารณ์อาหารชั้นนำยังคงอยู่ในเมนูเหมือนเดิม แต่ปรับราคาลง โดยมี 2 ขนาดให้เลือก คือล็อบสเตอร์แบบครึ่งตัว ราคา 850 บาท เหมาะสำหรับสองคนที่นิยมสั่งเมนูอื่นๆ มาแบ่งกันชิม และล็อบสเตอร์เต็มตัว 1,650 บาท เชฟยังคงเลือกใช้ล็อบสเตอร์คุณภาพจากแคนาดาซึ่งนำเข้ามาแบบยังว่ายน้ำได้ และซอสมะเขือเทศสูตรเฉพาะของทางร้าน

เมนูเรียกน้ำย่อยสุดคลาสสิก Burrata Piccante Sassi (450 บาท) ชีสนมควายจากตอนใต้ของอิตาลี ชีสสดเนื้อนิ่ม-ครีมมี่ เสิร์ฟกับมะเขือม่วงนำเข้าย่างเกลือคลุกเคล้าเครื่องเทศ น้ำมันมะกอก พริก กระเทียม

อีกหนึ่งจานสวยทั้งรูปและรส Tagliolini con Granchio (420 บาท) ผัดซอสครีมที่ประกอบด้วยหอมใหญ่ กระเทียม พริกชี้ฟ้า น้ำแซฟฟรอน เพื่อเอาสีและกลิ่น แล้วจึงนำพาสต้าไข่เส้นบาง-เล็ก และเนื้อปูก้อนคัดพิเศษ ลงคลุกเคล้า แต่งจานด้วยกระดองปูสวยงาม

อิตาเลียนคลาสสิกอีกหนึ่งเมนู Risotto Signor Sassi (520 บาท) เมนูนี้รวมสุดยอดวัตถุดิบอิตาลี คือข้าวอิตาเลียนเม็ดเล็กจากเมือง Arborio เคล้ากับเห็ดพอร์ชินิแห้ง หอมใหญ่สับ ไวน์ขาว ครีมซอส พาร์เมซาน และพริกไทย จากนั้นห่อด้วยพาร์มาแฮม

เมนูปลา เชฟแนะนำให้ลอง Salmon in Peppercorn Cream and Dill Sauce (550 บาท) แซลมอนนอร์เวย์ชิ้นโต นาบในกระทะให้สีสวยแล้วนำไปอบจนสุกได้ที่ ผิวนอกกรอบ เนื้อในนุ่มชุ่มฉ่ำ วางในครีมซอส โรยพริกไทยอิตาเลียนสีชมพูและเนื้อกุ้งแช่เบียร์จากฝรั่งเศส

มาถึงจานคนรักเนื้อ Beef Medallions (1,150 บาท) เนื้อวัวคุณภาพจากออสเตรเลีย น้ำหนัก 180 กรัม ห่อด้วยพาร์มาแฮม ทำให้สุกด้วยวิธี sear และอบ เสิร์ฟกับครีมซอสทรัฟเฟิลเกรวี่ ได้รสเค็มของพาร์มาแฮมให้กับเท็กซ์เจอร์เวลาเคี้ยวเนื้อ ตัดรสให้เบาลงด้วยความหอม-มันของซอสทรัฟเฟิลเกรวี่

ของหวานประจำร้านก็ทำให้ผู้หญิงยิ้มออก Panna Cotta (240 บาท) รสนุ่มนวล เสิร์ฟกับผลไม้สดตระกูลเบอร์รีและซอสสตรอว์เบอร์รีเคี่ยว ให้ความสดชื่น, Creme Brulee (260 บาท) ตัดรสหวานด้วยมะนาวฝานและขนมปังบิสคอตติพิสตาชิโอ ส่วนสุภาพบุรุษก็มี Tiramisu Amaretto (280 บาท) ทิรามิสุที่เติมความเข้มข้นด้วยมาสคาโปนชีสและเอสเพรสโซชอร์ต

สำหรับเมนูใหม่ที่เชฟตั้งใจสร้างสรรค์ให้เฉพาะซินยอร์ ซาสซี่ กรุงเทพฯ สาขาสยามพารากอน ประมาณ 20 เมนู จะเริ่มนำเสนอตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป

ซินยอร์ ซาสซี่ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามและสำรองโต๊ะโทร.0 2610 9891