แห่ซื้อเสื้อเหลือง'วันพ่อ'

แห่ซื้อเสื้อเหลือง'วันพ่อ'

ประชาชนแห่ซื้อเสื้อเหลืองเพื่อใส่ในวันพ่อแห่งชาติ พ่อค้าร้านขายเสื้อเผยขายดี ราคาไม่แพง

เข้าสู่เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ทางรัฐบาลขอความร่วมมือให้ส่วนราชการและประชาชนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็น สีประจำวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดเดือน ร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้าหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนการจำหน่ายเสื้อผ้า

โดยนำเสื้อสีเหลืองออกมาจัดวางตกแต่งให้ประชาชนได้เลือกชมและซื้อกันอย่างเต็มที่ ทั้งร้านที่จำหน่ายเสื้อยืด ไปจนถึงเสื้อผ้าที่เน้นคุณภาพและรูปลักษณ์สวยงาม อย่างเช่นที่ร้านกฤษณาบูติค ในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ปกติจำหน่ายเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าพื้นเมืองเช่นผ้าไหมและผ้าฝ้าย ที่มีหลากหลายสีให้เลือก แต่หลังจากรัฐบาลรณรงค์ให้ประชาชนและข้าราชการแต่งกายด้วยเสื้อเหลือง จึงเร่งออกแบบและผลิตเสื้อผ้าที่เป็นโทนสีเหลืองทั้งหมดให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

นายกมล อมรศรีรัตนชัย เจ้าของร้าน บอกว่า การณรงค์สวมเสื้อเหลืองได้รับการตอบรับจากประชาชนชัดเจน แต่ ทางร้านมีเวลาเตรียมการวางแผนการผลิตน้อยมาก ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น ทำให้ผลิตชุดทั้งเรื่องของรูปแบบและปริมาณไม่ทันอย่างที่ต้องการ คาดว่าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้จะมีไม่พอขาย เพราะวัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย เป็นวัตถุดิบพื้นเมือง มาจากชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือ ผ้าแต่ละผืนเป็นงานฝีมือชาวบ้านต้องใช้เวลาในการย้อมสีและการทอนานกว่าผ้าที่ผลิตขึ้นจากเครื่องจักรและใช้สีเคมี ประกอบกับผู้ผลิตและออกแบบทั่วประเทศต่างก็เร่งสั่งผลิตวัตถุดิบผ้าไหมและผ้าฝ้ายที่เป็นสีเหลืองเช่นกัน ทำให้สินค้าถึงขั้นขาดตลาด ส่งผลต่อการตัดเย็บที่มีจำนวนน้อยกว่าที่ต้องการด้วย โดยเสื้อพื้นเมืองสีเหลืองที่เห็นอยู่ในร้าน คือสินค้าทั้งหมดที่ผลิตได้ในตอนนี้ หากจำหน่ายหมดก็ไม่สามารถผลิตขึ้นใหม่ให้ทันในเดือนธันวาคมนี้แล้ว

สำหรับเสื้อผ้าที่ผลิตขายในร้าน ออกแบบแยกชิ้นกัน เป็นเสื้อโทนสีเหลือง กระโปรงสีทั่วไปที่สวมใส่เข้ากันได้ นอกจากนี้ยังมีแบบที่เป็นชุดแซก ใช้วัตถุดิบเป็นผ้าไหมแท้ ผ้าฝ้าย และปีนี้ต้องนำผ้าไหมเทียมเข้ามาชดเชยผ้าไหมแท้ที่ผลิตไม่ทันด้วย แต่ทางร้านจะบอกลูกค้าอย่างชัดเจนว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนทำจากผ้าไหมแท้หรือไหมเทียม ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกัน ราคาต่ำสุด ประมาณ 700 - 900 บาท สูงสุดไม่ถึง 2,000 บาท เป็นผ้าไหมแท้ โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งกายเป็นแฟชั่นแบบไทยๆ มีรสนิยมสูง ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและประชาชนบางกลุ่ม

นอกจากนี้ยังชื่นชมการรณรงค์ เพราะช่วยส่งเสริมการผลิตผ้าพื้นเมืองได้ดีมาก โดยเฉพาะผ้าไหมและผ้าฝ้าย ที่ไม่สามารถผลิตได้ทัน จึงอยากแนะนำว่าครั้งต่อไปอยากให้เริ่มรณรงค์ให้เร็วกว่านี้ ว่าต้องการเน้นให้สวมใส่สีใด เช่น สีเหลือง หรือสีชมพู เพราะปีที่ผ่านมารณรงค์สวมสีชมพู การผลิตปรับตัวไม่ทัน แม้จะมีช่างออกแบบช่างตัดเย็บแต่วัตถุดิบผ้าพื้นเมืองมีไม่เพียงพอ

ส่วนร้านจำหน่ายเสื้อในกลุ่มเสื้อยืดสีเหลืองก็คึกคักไม่แพ้กัน โดยนางวิภารัตน์ งามมุข เจ้าของร้านจำหน่ายเสื้อผ้าหน้าตลาดโต้รุ่งเทศบาลเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่า ช่วงนี้มียอดขายเสื้อสีเหลืองเพิ่มขึ้นเกินกว่าเท่าตัว เสื้อที่สั่งมาจำหน่ายก็ไม่พอขาย และสินค้าที่สั่งมาขายก็หายาก ส่วนใหญ่ลูกค้าถามหาและเลือกซื้อเสื้อยืดแบบมีปกที่สวมใส่เป็นทางการได้และต้องมีตราสัญลักษณ์ ภปร. หรือสัญลักษณ์แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองลงมาจะเป็นเสื้อสีเหลืองในแบบอื่นๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เน้นเนื้อผ้าแต่จะเน้นที่เป็นสีเหลืองและมีตราสัญลักษณ์ ส่วนราคามีการปรับขึ้น เช่นเสื้อยืดแบบมีปก จากเดิมราคาตัวละ 199 บาท ปัจจุบันจำหน่ายราคาตัวละ 230 - 250 บาท ส่วนเสื้อยืดคอกลมจากเดิมขายตัวละ 99 บาท ขึ้นเป็นตัวละ 159 เป็นราคาต่ำสุด ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นไปตามราคาขายส่งที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ค้าส่งให้เหตุผลเรื่องความต้องการของตลาดที่สูงขึ้น และต้นทุนค่าแรง ค่าล่วงเวลาที่มากขึ้น