background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

โปรดรับรักฉัน...นารูโกะ

โปรดรับรักฉัน...นารูโกะ

ที่เซนได (ทางทิศเหนือของโตเกียว) ผมต้องรีบตื่นนอนแต่เช้ามืด

เดินฝ่าอากาศหนาวเพื่อมาขึ้นรถไฟชินคันเซนเที่ยวแรกๆ เพื่อจะเดินทางยังเมืองโคริยามา จังหวัดมิยากิ แล้วจึงต่อรถไฟสายท้องถิ่น เดินทางต่อไปยังหุบเขานารูโกะอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเดินทางโดยรถไฟเที่ยวนี้ ตั๋ว JR Pass ที่นักท่องเที่ยวนิยมกันนั้นครอบคลุมทั้งหมด ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่อย่างใด

รถไฟสายท้องถิ่นที่แล่นระหว่างโคริยามาไปยังนารูโกะนั้นก็เหมือนรถไฟบ้านเรา เพียงแต่ของเขาสะอาดกว่ามาก และตรงเวลาชนิดที่ถ้าคุณอ่านป้ายสายรถไฟไม่ออก แต่เพียงดูรถไฟที่เทียบชานชาลา ถ้าเวลาตรงกัน ก็ไม่มีผิดสายเด็ดขาด

ชนบทของญี่ปุ่นนั้นดูสงบไม่ค่อยพลุกพล่านอาจจะเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วจึงเห็นแต่ซังข้าวในไร่นาเช่นกัน เด็กนักเรียนปั่นจักรยานออกมาจากบ้าน แล้วจอดไว้ที่สถานีรถไฟ ก่อนจะต่อรถไฟไปเรียนหนังสือในเมือง การเดินทางของญี่ปุ่น เขาใช้รถไฟเกือบ 70% ระบบขนส่งโดยรถไฟเขาจึงพัฒนามาก ในเมืองใหญ่ๆ แม้กระทั่งโตเกียว รถจึงน้อย เพราะคนเดินทางโดยรถไฟทั้งหมด

เมืองนารูโกะ เป็นเมืองเล็กๆ มีที่ราบชายน้ำอยู่นิดเดียวท่ามกลางภูเขาสูงที่ล้อมรอบ บ้านเรือนจึงสร้างบนเนินเชิงเขาเป็นส่วนใหญ่ ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นเมืองแห่งออนเซ็น หรือประเพณีแช่น้ำอุ่นที่แทบจะเป็นวิถีชีวิตปกติของคนญี่ปุ่น ที่ใดเป็นแหล่งออนเซนที่นั่นจะเป็นเมืองพักผ่อนไปโดยปริยาย แต่จุดมุ่งหมายของผมไม่ใช่การไปออนเซน แต่เพื่อไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งในช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน หุบผาและโตรกธารของนารูกะจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เปลี่ยนสีเพื่อทิ้งใบ ลดการคายน้ำที่จะเริ่มหาน้ำได้ยากเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลถัดไปที่จะมาถึงในอีกไม่ช้า

ในฤดูท่องเที่ยวจะมีรถบัสท้องถิ่นมาจอดรอข้างสถานีรถไฟนารูโกะออนเซ็น เสียค่าโดยสารคนละ 320 เยน รถจะพาแล่นขึ้นไปบนภูเขาสูง เพียงเริ่มขึ้นเขาก็จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่อลังการ เขาจะมีจุดจอดรถ 3 จุด เราจะขึ้นลงจุดไหนก็ได้ เดินเที่ยว แล้วมารอขึ้นรถในคันต่อๆ ไปที่เวียนๆ กันมา ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวในญี่ปุ่น หลายๆ แห่งก็เป็นแบบนี้ ซื้อตั๋วเหมาทีเดียว ชอบใจก็ลง พอใจก็มาขึ้นรถต่อ ไม่ว่าจะเป็นนิกโก เซนได เกียวโต คาวากูจิโกะ ฯลฯ ระบบการเดินทางท่องเที่ยวเขามาตรฐานมาก ระหว่างเดินทางผมพบนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง ทักทายกันตามประสาคนเดินทาง เขาทักผมโดยคิดว่าเป็นคนไต้หวัน พอรู้ว่าเป็นคนไทยก็ถามเหตุการณ์บ้านเมือง ผมก็ตอบแบบนายกฯตอบตอนประชุมอาเซมที่พม่าไม่ผิดว่า “มีความเรียบร้อยแล้ว กำลังเข้าสู่บรรยากาศที่ดี” ผมก็ถามเหตุการณ์ในฮ่องกงเขาเช่นกัน มิตรภาพของคนเดินทางเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย

สำหรับนารูโกะ ดูเหมือนจุดที่ฮิตของเขาคือ ย่านสะพานนารูโกะ ซึ่งเป็นสะพานข้ามหุบเขาสูงที่มีลำธารอยู่ข้างล่าง ที่นี่เป็นแหล่งบรรจบกันของธารน้ำสองสาย หนึ่งในนั้นคือ ธารนารูโกะ พอรวมกันก็จะไหลลงจากภูเขาเข้าสู่เมืองนารูโกะออนเซ็นที่อยู่ไม่ไกล ป่าของเขาที่ผลัดใบ ส่วนหนึ่งคล้ายต้นไม้ในป่าเบญจพรรณในบ้านเรา แต่อีกส่วนก็เป็นพวกเมเปิล 5 แฉก ต้นไม้แทบทุกชนิดในหุบเขาแห่งนี้ดูเหมือนจะพร้อมใจกันผลัดใบในช่วงนี้พอดี จึงแลดูเหมือนทั้งภูดอยถูกจิตรกรเอาสีมาปาดป้าย แต้ม จุ่ม ระบายสีสันไปบนผืนผ้าใบตื่นตะลึงและชื่นชมในธรรมชาติอย่างมาก

ที่นี่มีจุดไฮไลท์คือ ขบวนรถไฟที่จะแล่นโผล่ออกมาจากอุโมงค์ท่ามกลางป่าเปลี่ยนสี มุมถ่ายรูปผมมีแล้วแต่ที่ไม่รู้คือรถไฟจะมากี่โมง ถามคนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่เดินผ่านมา สื่อสารกันได้ว่าเขาไม่รู้เวลา เขาเดินผ่านเลยไปสักครู่ ก็ย้อนกลับมาอีกแล้วเขาโทรศัพท์สอบถามที่สถานีรถไฟให้ 10.10 น. รถไฟจะออกจากอุโมงค์พอดี ...การเอาใจใส่นักท่องเที่ยว การยอมเป็นธุระให้นักท่องเที่ยวคือสิ่งที่ผมเจอตลอด 8 วันที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าผมประทับใจแน่

เขาจะมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 2 สาย สายหนึ่งเป็นทางเดินเลียบลำธารเบื้องล่าง แต่ตอนผมไปเขาปิดซ่อม เลยเหลือเส้นทางด้านบนที่เดินผ่านป่าและเลาะขอบภูเขา ระยะทางหมูๆ ราวๆ 3 กม. แต่เชื่อไหมว่า 70% เป็นคนสูงอายุทั้งนั้นที่ไปเดินเที่ยว บางคนต้องใช้โต๊ะพยุงเดิน เรียกว่าแทบจะเดินไม่ไหว แต่ก็ไปเดินกัน ผมไม่เห็นเขาเรียกร้องสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงเหมือนบ้านเรา ผู้คนจึงสุขภาพแข็งแรง

นึกถึงบ้านเรา ผมประทับใจมากกับป่าเต็งรังในช่วงกำลังเปลี่ยนสี ผมเคยตระเวนถ่ายภาพป่าเต็งรังบ้านเราในช่วงนั้นด้วยความหลงใหลเพราะสวยงามไม่ต่างกัน ก็ได้แต่เสียดายที่ไม่มีการทำการตลาดในเรื่องนี้ หรืออาจจะไม่มีเงินทอนจากต้นไม้ก็ได้ สู้จัดงานอีเวนต์ประเพณีต่างๆ แบบนั้น เงินทอนก้อนใหญ่กว่ากันเยอะ

ในเมืองมีรูปตุ๊กตาสาวน้อยนารูโกะตกแต่งแทบทุกมุมมอง เป็นที่กั้นรั้วจราจร เป็นเสาประตู ตกแต่งสวนข้างทาง ฯลฯ สาวน้อยผมเปีย แก้มแดง นุ่งชุดกิโมโนน่านัก จึงเตะตาและต้องใจนักท่องเที่ยวพเนจรอย่างผมยิ่งนัก

แม้ความสวยงามของธรรมชาติ การจัดการที่เป็นระบบ ล้วนสร้างความประทับใจ แต่อะไรไม่เท่าน้ำใจของคนที่นั่น นี่ก็จะเข้าฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่อีกแล้ว นึกถึงรถเมล์แดงเชียงใหม่เมื่อไหร่ก็ได้แต่ขนหัวลุกและสยองขวัญ กับการขูดรีดค่าโดยสารที่ไม่เป็นมาตรฐาน ขนาดผมเป็นคนไทยยังโดนจนระอาใจ ถ้าต่างชาติมาจะโดนขนาดไหน ผมไปญี่ปุ่นยังประทับใจในสิ่งที่พบ ถ้าเขามาเชียงใหม่แล้วเจอแบบที่ผมว่า คิดว่าเขาจะประทับใจไหม

เห็นหลายๆ อย่างในนารูโกะ แล้วรักเธอจนหมดใจ ก็ได้แต่ถามเธอว่า...รับรักจากฉันได้ไหม นารูโกะ