วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ๊ายบาย 'ไบค์เลน'

ตั้งแต่ต้นปีที่ถนนเขียวในสนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้นักปั่นได้ไปปั่นชิลล์ๆ ในนั้น

โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีรถยนต์ตีนผีที่ไหนมาสอยท้ายให้เจ็บตัวจนบัดนี้มีทางจักรยานผุดขึ้นตามที่ต่างๆ พอสมควร และล่าสุดที่มีข่าวว่ากรุงเทพมหานครค่อนข้างเอาจริงเอาจัง (มั้ง) เรื่องทางจักรยานหรือที่เรียกกันว่า 'Bike Lane' โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพฯถึงขั้นลงมือทาสีทางจักรยานด้วยตัวเองเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณดีสำหรับชาวจักรยานให้มีความหวังว่าอีกไม่นานเราคงได้ทางจักรยานดีๆ ในเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่าไม่เหมาะสำหรับจักรยาน

กอปรกับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังรณรงค์ให้นิสิตนักศึกษาใช้จักรยานสัญจรไปมาในมหาวิทยาลัย ซึ่งภาพที่เขากำลังรณรงค์นี้ผมเคยเห็นเมื่อกว่าสิบปีก่อน ตอนนั้นม.เกษตรเต็มไปด้วยจักรยานจริงๆ แต่เมื่อโลกหมุนไปพร้อมกับกระแสนิยม รถยนต์จึงเข้ามาแทนที่...แทนที่ชนิดที่ว่าเดี๋ยวนี้ที่จอดรถในมหาวิทยาลัย (ไม่ใช่แค่ที่ม.เกษตร) ไม่พอ ตรงไหนว่างก็จอดกันไป ขนาดไม่ว่างก็ยังจอดซ้อนไปซ้อนมาเป็นขนมชั้น

เอาล่ะ..กลับมาที่ความน่าสนใจของม.เกษตรที่ตอนนี้มีทางจักรยานเขียวๆ ลากยาวไปเกือบรอบมหาวิทยาลัย เป็นสัญญาณดีว่าถ้าโครงการรณรงค์ครั้งนี้สำเร็จ กระแสที่เหมือนกำลังบูมในบ้านเราจะบูมอย่างถูกร่องถูกรอยสักที

แต่ได้ข่าวดีไม่ทันไร ไม่กี่วันนี้ในเพจจักรยานต่างๆ เผยแพร่ภาพเหล่านี้...

"รถทัวร์จอดทับทางจักรยานของกรุงเทพมหานคร, รถตุ๊กตุ๊กใช้ทางจักรยานเป็นจุดจอดรอคิวรับผู้โดยสาร, มอเตอร์ไซค์ใช้ทางจักรยานสัญจรไปมามิหนำซ้ำยังขี่ย้อนศร และที่ทำเอาชาวจักรยานหลายคนช็อกคือภาพรถทัวร์ขับบดขยี้แท่งกั้นทางจักรยานในม.เกษตรเป็นแนวยาว บางคนอธิบายว่าอาจเป็นเพราะรถทัวร์ขับหลบกิ่งไม้จึงจำใจต้องเหยียบแท่งกั้นเพื่อผ่านไปได้ แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่รับไม่ได้ต่อการกระทำอันย่ำยีหัวใจนักปั่นจนแทบจะเกิดดราม่าเล็กๆ ในนั้น

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ผมรีบรุดไปที่ม.เกษตร (อันที่จริงมีงานแถวนั้นพอดี) แล้วก็ไม่ผิดหวังที่ได้เห็นเส้นทางจักรยานสีเขียวสวยงาม สลับกับที่เป็นเส้นตีไว้พร้อมกับภาพสัญลักษณ์จักรยาน สำหรับชาวจักรยานเห็นแค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว ยิ่งมีนิสิตนักศึกษาและบุคลากรปั่นจักรยานด้วยยิ่งปลาบปลื้ม

ผมรีบปั่นจักรยานไปยังจุดเกิดเหตุตามที่มีคอมเมนท์ชี้พิกัดไว้ แต่กลับไม่พบแท่งกั้นที่ยับเยินแต่อย่างใด ถ้าผมไปไม่ผิดจุดก็คงเพราะทางมหาวิทยาลัยจัดการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ไม่เห็นภาพบาดตา แต่ก็ได้เจอภาพบาดใจ เพราะถึงแม้ทางจักรยานจะดีและมีมาตรฐานแค่ไหน สุดท้ายก็แพ้นิสัยคนไทย...

ต้องยอมรับและยกนิ้วให้ทางจักรยานของม.เกษตรจริงๆ ว่าทำได้ค่อนข้างดี ทั้งสภาพพื้นผิวและความครอบคลุม ถึงแม้จะเป็นตอนบ่ายสองโมงแต่ผมก็ปั่นได้อย่างรื่นรมย์ และร่มรื่นเพราะมีต้นไม้เขียวครึ้มปกคลุมเป็นระยะ จนกระทั่งมีเสียงแตรดังมาจากข้างหลัง สาบานว่านั่นไม่ใช่เสียงกริ่งของจักรยาน แต่มันเป็นเสียงแตรมอเตอร์ไซค์ ผมเบี่ยงหลบนิดหน่อย แล้วมอเตอร์ไซค์คันนั้นก็แซงขึ้นไป

ผมปั่นไปต่ออีกนิดหน่อยก็ต้องหยุดรถ เมื่อกี้มอเตอร์ไซค์ คราวนี้เป็นรถยนต์จอดทับทางจักรยาน ทับแบบแนบสนิท ไม่เหลือพื้นที่ให้ผมแทรกตัวผ่านไปได้เลย ผมจึงเหลือบมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีรถตามหลังมาแล้วก็ออกไปใช้ถนนสายหลักครู่หนึ่งแล้วก็เลี้ยวเขามาสู่ทางจักรยานเหมือนเดิม

แค่นั้นไม่พอ บนทางจักรยานสายนี้ยังมีสิ่งกีดขวางให้ได้หลบหลีกแก้เหงาด้วย ทั้งกรวยจราจร แผงเหล็กกั้นทาง มอเตอร์ไซค์ย้อนศร (อันนี้อันตรายที่สุด) แม้แต่คนเดินถนนก็ต้องระมัดระวังให้ดี

ผมปั่นไปปั่นมาอยู่ในม.เกษตรจนเริ่มเหนื่อย เหนื่อยกายเพียงนิดหน่อย แต่เหนื่อยใจมากกว่า อย่างที่บอกไปว่าไม่ว่าทางจักรยานจะดีและมีมาตรฐานแค่ไหน สุดท้ายก็แพ้นิสัยคนไทยอยู่ดี

อันที่จริงยังมีทางจักรยานในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ที่มีข่าวคราวว่าถูกกระทำย่ำยี แต่ผมยังไม่ได้ลองปั่นไปดู และไม่รู้ด้วยว่าวันที่ปั่นไปจะมีทางจักรยานเหลือพอให้ผมปั่นหรือเปล่า หรือกลายเป็นที่ทำการของรถทัวร์นักท่องเที่ยวและรถตุ๊กตุ๊กไปเสียก่อน

เท่าที่ได้ลองใช้บริการทางจักรยานในบ้านเรา เห็นจะมีแต่ทางจักรยานระบบปิดอย่างที่สุวรรณภูมินั่นล่ะที่ใช้ได้ผลดี และเหมาะสมกับจริตคนไทยที่ไม่ใช้จักรยานเพื่อสัญจร แต่มีไว้ปั่นเป็นวาระ ปั่นออกกำลังกาย

แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะถึงแม้นักปั่นจะใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ ทว่าถนนหนทางที่ไม่เอื้ออำนวยก็บั่นทอนจิตใจได้มากทีเดียว แม้จะมีทางจักรยานดีๆ ก็ถูกเบียดเบียนอีก เอาเป็นว่าคนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง

กระซิก..กระซิก..