สโลว์ไลฟ์ใน "เรียวกัง" ที่เชียงราย

สโลว์ไลฟ์ใน "เรียวกัง" ที่เชียงราย

ทุ่งนาสีเขียวรับแดดสีทองกับบูติครีสอร์ทสไตล์ญี่ปุ่น แฝงตัวอยู่ในตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

เป็น "ที่พัก" ส่วนตัว และพื้นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลบหลีกความวุ่นวายของเมืองใหญ่ของ พร้อมพร จินดาวงศ์ เนตรหาญ หรือ คุณน้อง และโอฬาร เนตรหาญ ซึ่งสถานที่ที่เอ่ยถึงนั้นคือ เชียงราย เรียวกัง (Chiang Rai Ryokan) และเรียวกังคาเฟ่ บูติค ที่พักที่พ่วงพร้อมไว้กับร้านกาแฟแบบบ้านญี่ปุ่นดั้งเดิม

จากที่นาผืนโล่ง ราว 2 ไร่ครึ่ง พวกเขามองเห็นอะไรจึงปักโทริอิ (เสาซุ้มหน้าประตูสีแดง) และปักป้าย "เรียวกังเชียงราย" ไว้กลางทุ่งนาเช่นนี้

"เราไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย และก็เห็นว่า ที่ตรงนี้มันมีบรรยากาศและโลเกชั่นเหมือนบ้านนอก ชนบทญี่ปุ่นที่เราเคยไป พอเห็นที่ดินผืนนี้ตอนแรกก็นึกถึงเลย แต่แรกๆ คิดแค่ว่าจะทำบ้านพัก เป็นที่พักหลังรีไทร์" โอฬาร เล่า ก่อนที่น้องจะเสริมว่า

"คิดว่าจะเป็นที่พักห่างจากกรุงเทพฯ หลบความวุ่นวายได้ เพราะเราคิดว่า การเดินทางสะดวกแล้ว อาจจะไปทำงานที่กรุงเทพฯบ้าง หรืออาจจะคอนเฟอเรนซ์คอลที่นี่เลยก็ได้ สังเกตได้ว่าที่นี่อินเตอร์เน็ตแรงมาก"

"เราพยายามทำให้เหมือนเรียวกังที่สุด ไม่ว่าจะเป็นขนาดเสื่อทาทามิ นอนบนฟูกแบบฟุตอง และก็มีเสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นให้สวม อยากให้คนทีมาเที่ยวได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นไปด้วย เราเคยไปจ่ายค่าห้องพักแบบสไตล์นี้ที่ญี่ปุ่นมาแล้วราคาก็แพงกว่า แม้จะตกแต่งแบบเน้นความใกล้เคียงต้นฉบับ แต่สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการให้เข้าถึงชุมชน คือการใช้วัสดุในท้องถิ่น ยกเว้นวัสดุบางประเภทที่จำเป็นจริงๆ อย่างเช่น กระดาษ (ผนัง) กลอนประตู มือจับประตู อุปกรณ์ตกแต่งพวกรูปแขวนผนัง และป้ายข้อความตัวอักษร เป็นของเก่าที่เราไปซื้อหาจากโตเกียวมาเลย" น้องเล่าที่มาที่ไป

น้อง เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น ทูตวัฒนธรรมในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อสิบปีกว่าปีก่อน การได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น อาทิ การนุ่งกิโมโน และอีกหลายอย่าง ทำให้เธอซึมซับสิ่งนั้นมา และในวันอากาศเย็นสบาย ผู้มาเยือนจะได้เห็นเจ้าของบ้าน จัดเต็มในชุดกิโมโน หรือยูกาตะ ได้บรรยากาศเหมือนอยู่แดนอาทิตย์อุทัยเลยทีเดียว

"แรกๆ ขยันแต่ง(กิโมโน)ค่ะ แต่พอเริ่มบ่ายๆ อากาศเชียงรายน่ะ เริ่มไม่ไหว ขอเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆ ละกัน" น้องเล่าพลางหัวเราะร่วน แต่เธอการันตีว่า ในห้องพักได้จัดเตรียมชุดนอนและเสื้อคลุมแบบญี่ปุ่นให้คนเข้าพักได้ทดลองสวมใส่ในธรรมเนียมเดียวกับที่พักสไตล์เรียวกังดั้งเดิมของประเทศต้นฉบับจัดทำแน่นอน

ขณะที่เสื่อทาทามิสำหรับปูพื้นห้อง(ขนาด 8 ผืน) โอฬารบอกว่า ต้องการความทนทานการใช้งานที่ยาวนาน จึงพยายามหาในเมืองไทยจนไปได้แหล่งผลิตจากจังหวัดมหาสารคาม

"เราก็สั่งให้เขาทอให้เป็นพิเศษ คัดต้นหญ้าให้ยาวพิเศษและทำขนาดให้เท่ากับในญี่ปุ่น ช่างที่ทำเป็นช่างชาวบ้านทั่วไป แล้วเรามาฝึกสอน และฟูกฟุตอง ก็ให้ทางแม่บ้านในชุมชนเย็บให้ แต่เราอาจต้องเลือกผ้าเป็นเนื้อผ้าแบบญี่ปุ่นสั่งนำเข้ามา"

ในส่วนของอาคารที่พัก เป็นชั้นเดียว ยกพื้น หลังคาติดกันสามหลัง ถูกสร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิม ที่เป็นที่นา ซึ่งทั้งคู่ซื้อมาเมื่อปี 2555 และเริ่มเปิดบริการร้านกาแฟก่อนในปี 2557 ก่อนจะเพิ่มส่วนที่พัก เป็น 4 ห้อง

นอกจากโครงสร้างภายนอกจะเป็นลักษณะแบบญี่ปุ่นแล้ว ภายในห้องพักยังมี "อ่างแช่ออนเซน" ส่วนตัวสำหรับแต่ละห้อง ที่ริมระเบียงโรยกรวดสีขาวด้านหลัง ออนเซนอาบรับแสงจันทร์ในวันฟ้าเปิดได้ด้วย

"ออนเซนเป็นอ่างน้ำร้อนธรรมดา แต่เราจะมีผงออนเซนจากญี่ปุ่นให้"

ไลฟ์สไตล์เชื่อมไทยญี่ปุ่นที่เชียงรายดูไม่ประดักประเดิดเลย เมื่อน้องเล่าว่า "ที่เชียงรายมีสมาคมชาวญี่ปุ่นอยู่หลายร้อย หลายคนมาเป็นลูกค้า แล้วก็มาเป็นเพื่อนเรา แนะนำเรื่องนั้นๆ เรื่องนี้ว่าของจริงแบบญี่ปุ่นประมาณไหน...ดีไซน์เราเป็นห้องแบบดูเพล็กซ์ คือ มีห้องนั่งเล่น มีโต๊ะญี่ปุ่นสำหรับตั้งน้ำชาตอนกลางวัน จะเป็น tea room และพอตอนเย็นเราก็จะไปปูฟุตอง เตรียมที่นอนให้ และราคาห้องจะรวม tea set ให้หนึ่งเซ็ต"

สำหรับอาหารเช้า มีอเมริกันเบรคฟาสต์ ไทย และอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าบ้านบอกว่า จะจัดให้เป็นวาไรตี้ บางครั้งจะลองจัดให้ตามบุคลิกคนมาพักด้วย

"ที่นี่ปกติเราไม่รับเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบมาพักค่ะ แต่ถ้ามีเด็ก เราก็พยายามทำอาหารให้น่าทาน และก็ขอให้แขกเลือกอาหารมาตั้งแต่ตอนบุคกิ้ง และเลือกเวลาทานมาเลย เพราะบางอย่างจะเป็นอาหารร้อน พยายามสร้างสรรค์ให้มีหลายแบบ หน้าหนาวเราอาจจะมีงานชงชา อยากให้คนญี่ปุ่นมาแต่งชุดครบและทำพิธีชงชาแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งหน้าร้อนมันแต่งไม่ไหว" น้องเล่า

การลงทุนที่เรียวกังเชียงรายของทั้งคู่ เป็นทั้งการลงเงินและลงแรงเองด้วย โดยแบ่งหน้าที่กันตามความถนัด น้องดูแลห้องพัก รวมถึงปูเตียงเอง ส่วนโอฬารจะดูแลร้านกาแฟ และทำขนมปังเองด้วย

"เราอยากทำอะไรที่มันแปลก เพราะเรารู้ว่าทำธุรกิจถ้าไม่ทำให้มัน uniqueness ก็คงอยู่ยาก" น้อง บอก

ฟ้ายามบ่ายของปลายฤดูฝน ทำให้เห็นทุ่งข้าวสีเขียวขจี แสงสีทองอมส้มทแยงจากขอบฟ้าไล้บนยอดข้าว แปลงที่นาตัดทรงสี่เหลี่ยมคางหมู เป็นฉากสวยงามให้คนมาเยือนนั่งจิบชาเขียวมัทฉะกับขนมปังโฮมเมดได้ชื่นชม

"ที่นี่เหมาะกับคนชอบสโลว์ไลฟ์นะ ชอบแสงสีคงอยู่ไม่ไหว กลางคืนได้ยินเสียงแมลง ตอนเช้าได้ยินเสียงนก และก็ได้ยินเสียงตามสายจาก(กิจกรรมในหมู่บ้าน)ชุมชนด้วย ออกมาเช้าหน่อยจะได้เห็นชาวบ้านปั่นจักรยานออกไปทำนา ได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตที่นี่เลย" น้อง เล่าปิดท้าย

...............

ที่ตั้ง : 134 หมู่ 4 ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

ราคา : เริ่มต้น 4,500 บาท(ภาษี 7 เปอร์เซ็นต์)

จุดเด่น : อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นที่สุด

ติดต่อ : โทรศัพท์ 08 1868 3010 เว็บไซต์ www.chiangrairyokan.com