เมืองเล็กๆ ที่เรามักมองผ่าน ถ้าเราได้ลองหยุดแวะ...อาจจะได้พบความทรงจำใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาล
"เมืองเล็กๆ ที่เรามักมองผ่าน ถ้าเราได้ลองหยุดแวะ แล้วค่อยๆ ใช้เวลาค้นหา คุณอาจจะได้พบความทรงจำใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาล...ลองเปิดตา เปิดใจ หยุดใช้เวลากับเมืองเล็กๆ ดูสักครั้ง แล้วเมืองทางผ่านจะไม่ใช่แค่ทางผ่านอีกต่อไป"
นี่ไม่ใช่แค่ประโยคเท่ๆ ที่ชวนให้ใครเคลิบเคลิ้มจนต้องออกไปเดินทางท่องเที่ยว แต่มันคือความจริงที่กลั่นออกมาจากประสบการณ์โดยตรงของนักแสดงหนุ่ม อนันดา เอฟเวอริ่งแฮม ที่ใช้ช่วงเวลาในวันว่างเดินทางไปพบ สัมผัส และตกหลุมรักเมืองเล็กๆ เหล่านั้นด้วยตัวเอง ตามโครงการใหม่ล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นั่นคือ เมืองต้องห้าม...พลาด โดยคัดสรรเมืองน่ารักๆ จากทั่วประเทศ 12 แห่ง มาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
“โครงการเมืองต้องห้าม...พลาด เกิดจากแนวคิดหลักคือนำจุดเด่นของจังหวัดต่างๆ อีกหลายจังหวัดที่คนไทยยังไม่เคยรับรู้ หรือไม่เคยรู้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจ โดยอาจถูกมองข้าม แต่แท้จริงเป็นเมืองที่มีศักยภาพ มีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่แพ้จังหวัดท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ซึ่งมั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะเกิดมุมมองและได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้หลงรักประเทศไทยมากขึ้น จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้ท่องเที่ยว “เมืองต้องห้าม...พลาด” ซึ่ง ททท. ได้คัดสรร 12 จังหวัด ที่ไม่อยากให้พลาด เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และประการสำคัญสามารถขานรับนโยบายด้านกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558 ของรัฐบาลอีกด้วย” กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าว
นักเดินทางตัวยงอาจจะยังงงๆ ว่ามีที่ไหนบ้างที่อยู่ในหมุดของเมืองต้องห้าม...พลาด 12 แห่ง ที่คัดเลือกมาจาก 5 ภูมิภาค มาเฉลยกันเลยดีกว่า สำหรับภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยกให้เลย 3 จังหวัด คือลำปาง: เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา, เพชรบูรณ์ : ภูดอกไม้สายหมอก และ น่าน : กระซิบรักเสมอดาว ส่วนภาคอีสานต้องแวะไปทำความรู้จักกัน 2 จังหวัด นั่นคือ บุรีรัมย์ : เมืองปราสาทสองยุค และ เลย : เย็นสุด...สุขที่เลย
ใกล้เข้ามาที่ภาคกลาง ติดรายชื่อเมืองต้องห้าม...พลาด มา 2 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม : เมืองสายน้ำสามเวลา และ ราชบุรี : ชุมชนคนอาร์ต ขยับมาที่ภาคตะวันออก ตราด : เมืองเกาะในฝัน และ จันทบุรี : สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ เป็น 2 จังหวัดที่ถูกเลือกว่าเหมาะกับโครงการนี้ที่สุด ปิดท้ายกับภาคใต้ที่คัดมาให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางไปกันแบบยาวๆ มี 3 จังหวัดด้วยกัน คือ ตรัง : ยุทธจักรความอร่อย, ชุมพร : หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ และ นครศรีธรรมราช : นครสองธรรม
สำหรับเมืองต้องห้าม...พลาด ที่ ททท. คัดสรรมานั้นมีจุดเด่นที่หลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
ธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ความสำเร็จจากโครงการ Dream Destinations ทำให้ ททท.ต้องคิดต่อยอดถึงการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ โดยดึงเอาศักยภาพของเมืองที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นทางผ่านนั้นออกมา พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไป
"ทุกครั้งที่การท่องเที่ยวเข้าไปโปรโมทที่ไหน เราก็มักจะตกเป็นจำเลยอยู่เสมอ เพราะนักท่องเที่ยวก็จะแห่เข้าไปทำให้การท่องเที่ยวพัง ครั้งนี้เราก็เลยต้องวางแผนกันอย่างรัดกุม คือต้องพร้อมจริงๆ จึงจะโปรโมท อย่าง 12 เมืองนี้ ถ้าให้ผมแนะนำ ช่วงเวลาที่สวยจริงๆ คือวันธรรมดา เพราะอย่างที่รู้ๆ กัน วันเสาร์-อาทิตย์ คนเยอะ พอคนเยอะก็อึดอัด อะไรก็แย่งกันไปหมด นักท่องเที่ยวก็อาจจะผิดหวังได้ ไปวันธรรมดาแล้วก็อย่าไปแค่ผ่าน ไปศึกษา ไปเรียนรู้ ไปดู ไปสัมผัส ว่า 12 จังหวัดเขามีอะไรบ้าง แล้วคุณจะหลงรักเมืองไทย"
แน่นอนว่า หนึ่งหนุ่มที่เลือกเดินทางไปใช้ชีวิตในช่วงวันเวลาที่เหมาะสมท่ามกลางอารมย์สุนทรีย์ในสถานที่ที่น่ารักเบิกบาน แล้วนำกลับมาถ่ายทอดให้คนรอบข้างฟังอย่างสนใจ อนันดา เอฟเวอริ่งแฮม ยอมรับว่า เขาตกหลุมรักเมืองไทยเข้าอย่างจัง
"ทุกเส้นทางเป็นสิ่งใหม่หมดสำหรับผม ไม่เคยนึกว่าจะมีแบบนี้ อย่างภูทับเบิก ผมทึ่งมาก ผมตกใจมาก คิดว่าอยู่ดอยแม่สลอง" หนุ่มอนันดา บอกอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เปิดโอกาสให้เขาได้เข้าไปพบเจอความแปลกใหม่ จนต้องหอบความประทับใจนั้นกลับมาเป็นภาพถ่ายจนนำกลับมาจัดนิทรรศการเล็กๆ ของตัวเองที่ชื่อ My Journey
"ครั้งที่ไปเชียงคาน ต้องบอกว่าปลื้มมาก คือด้วยความที่ผมเป็นลูกครึ่งลาว ผมเข้าไปครั้งแรกผมนึกว่าผมอยู่หลวงพระบาง มันคล้ายมาก ตอนผมเข้าไปคุยกับเขา เขาจะพูดเหมือนกับญาติผมเลย พูดไม่ต่างจากหลวงพระบาง มันทำให้ผมรู้สึกประทับใจจนวางแผนไว้ว่าปีใหม่จะขับมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวอีกครั้ง ขึ้นไปที่พิษณุโลก เลาะมาเขาค้อเพชรบูรณ์ แล้วต่อขึ้นไปที่เลย เชียงคาน"
นี่เป็นแค่เรื่องราวเล็กๆ จากนักแสดงหนุ่มคนนี้ ถ้าทุกคนออกไปสัมผัสเองก็อาจจะได้รับรู้ว่าเมืองไทยมีแง่มุมดีๆ ที่แตกต่าง ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดหวังว่า ถ้าโครงการนี้ประสบผลสำเร็จ ก็จะช่วยสร้างกระแสการรับรู้ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้นักเดินทางเกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยปีละไม่ต่ำกว่า 136 ล้านคน/ครั้ง
"นอกจากสถานที่ที่มีเสน่ห์มาก เรายังมียิ้มสยามที่หาได้จากคนในเมืองต่างๆ เหล่านี้ นี่เป็นเสน่ห์ กรุงเทพฯ อาจจะหายาก แต่ต่างจังหวัดยังมี ผมยืนยัน" อนันดา บอกพร้อมแจกยิ้มแบบ "ยิ้มสยาม"
ขนาดนักแสดงหนุ่มที่ไม่ใช่ชาวไทยเต็มตัวยังอดประทับใจกับเสน่ห์ในเมืองเล็กๆ ของไทยไม่ได้ แล้วทำไมคนไทยแท้ๆ อย่างเราจะไม่ออกไป ออกไปสัมผัส ออกไปรู้จัก แล้วคุณจะหลงรักประเทศไทย





