วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่องเที่ยวหวั่น'อีโบล่า'กระทบธุรกิจ

ท่องเที่ยวห่วงปัญหาอีโบล่าลามกระทบไทย วอนท่าอากาศยานทุกแห่งคัดกรองเข้มข้น หวั่นซ้ำรอยโรคซาร์สระบาด

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการนำเที่ยวตลาดต่างชาติ (อินบาวด์) กำลังติดตามข่าวสารการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่าซึ่งมีศูนย์กลางที่ทวีปแอฟริกาอย่างใกล้ชิด โดยยอมรับว่าค่อนข้างเป็นห่วงและกังวล เพราะเป็นปัจจัยที่จะมีผลกระทบรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรงหากเป็นพื้นที่มีการพบการติดเชื้อ แม้จะมีผู้ป่วยเพียงรายเดียวก็ตาม

ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อประมาณปี 2546 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยก็เคยได้รับผลกระทบหนักมาแล้ว กับการระบาดของโรคซาร์สที่มีศูนย์กลางโดยตรงที่ทวีปเอเชีย ทำให้เกิดความเสียหายในเชิงรายได้พอสมควร เพราะนักท่องเที่ยวที่หวาดระแวงก็จะหลีกเลี่ยงหรืองดเดินทางเข้ามาในช่วงเวลาค่อนข้างยาว แต่ในครั้งนี้ อีกสาเหตุที่ทำให้ยิ่งกังวลเพราะอีโบล่าเป็นโรคติดต่อที่ยังหาวิธีรักษาไม่ได้ ดังนั้น หากมีกรณีเกิดขึ้นในพื้นที่ใด ก็ย่อมก่อความวิตกทั้งในส่วนของนักท่องเทียว และประชากรในประเทศนั้นๆ เองด้วย

ดังนั้น ในขณะที่ไทยและทวีปเอเชียยังไม่เกิดการระบาดดังกล่าว จึงต้องการให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงวางมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวแบบเข้มข้น โดยทำการตรวจตราอย่างละเอียดในทุกด่านขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และอื่นๆ ซึ่งเป็นพอร์ตนานาชาติ และต้องดำเนินการด้วยความละเอียด ไม่ใช่เฉพาะการตรวจตราจากผู้เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาเท่านั้น เพราะมีโอกาสเช่นกันว่านักท่องเที่ยวอาจจะมีการเดินทางผ่านประเทศที่ 2 ก่อนจะมาถึงจุดหมายสุดท้ายที่ไทย จึงควรป้องกันไว้ดีกว่ามาแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินมาตรการดังกล่าว ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปภายใน โดยไม่ต้องทำการประกาศหรือประชาสัมพันธ์มากนัก เนื่องจากหวั่นว่าจะส่งผลในทางตรงกันข้าม ทำให้ต่างชาติเกิดความเข้าใจผิดว่าไทยกำลังกีดกันหรือหวั่นวิตกเกินเหตุจำเป็น และอาจนำไปสู่ความหวาดระแวงในการวางแผนมาเที่ยวมากไป

ด้านนายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า เนื่องจากธุรกิจโรงแรมเกี่ยวเนื่องกับการให้บริการผู้คนซึ่งเดินทางมาจากประเทศต้นทางที่หลากหลาย ดังนั้นจึงเตรียมมาตรการในเชิงป้องกันและเฝ้าระวังไว้พร้อมแล้ว โดยมีบทเรียนในเชิงปฏิบัติมาจากอดีตที่เคยมีการระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนก ซึ่งทำให้ทุกโรงแรมในเครือต้องเข้าประสานทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และเพิ่มระบบสุขอนามัยต่างๆ มากขึ้น รวมถึงการให้การอบรมพนักงานในการเฝ้าสังเกตแขกที่มาเข้าพัก ซึ่งจะเป็นการช่วยตรวจตราและคัดกรองระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มองว่าผลกระทบจากอีโบล่ายังไม่เกิดขึ้นกับธุรกิจในไทยโดยตรง และในกรณีของโรคระบาดดังกล่าวยังอาจจะสร้างความกังวลน้อยกว่าโรคซาร์ส ซึ่งเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายกว่า แต่เพื่อความปลอดภัยทางโรงแรมก็ได้เตรียมเรื่องของเจลฆ่าเชื้อโรคเพื่อบริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศให้มีการใช้เหมือนที่ผ่านมา