วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่องอนาคตการบิน

สายการบินโลว์คอสต์ในปัจจุบันมีการประหยัดงบประมาณมากขึ้นตั้งแต่คิดค่าธรรมเนียมการพิมพ์บัตรขึ้นเครื่อง

อาหารบนเครื่องก็ต้องซื้อ และกลายเป็นว่าผู้โดยสารชั้นเฟิร์สท์คลาสเท่านั้นถึงจะได้รับบริการที่สะดวกสบาย จึงเกิดคำถามว่าผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินจะต้องเจอกับอะไรที่เลวร้ายมากไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่

เว็บไซต์ เดลี่ เมล มีการคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดขึ้นกับผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินไว้ดังนี้

ที่นั่งแนวตั้ง

นวัตกรรมที่แปลกประหลาดและน่าเป็นห่วงมากที่สุดในอนาคตก็คือที่นั่งแนวตั้ง ไอเดียนี้กลายเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ในปี 2010 เมื่อไมเคิล โอเลียรี่ ซีอีโอของ Ryanair บอกว่าจะนำที่นั่งแบบนี้มาใช้แต่โฆษกสายการบินปฏิเสธในเวลาต่อมา

ที่นั่งนี้มีชื่อว่า “Skyrider” ถูกคิดค้นขึ้นโดยบริษัท Aviointeriors ซึ่งผลิตที่นั่งบนเครื่องบิน และฟายรุซ รอมลี่ ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศแห่งมหาวิทยาลัย Putra Malaysia ซึ่งทำนายว่าที่นั่งกึ่งยืนจะถูกนำไปใช้ในเครื่องบินภายในห้าปี

ฟายรุซ บอกว่า เที่ยวบินในประเทศใช้เวลาบินสั้นมากๆ จนผู้โดยสารยังไม่ทันจะปลดเข็มขัดนิรภัยออก เครื่องบินก็กำลังร่อนลงจอดแล้ว เขาจึงสงสัยว่าผู้โดยสารต้องการจะลงนั่งในเที่ยวบินระยะสั้นจริงหรือ

การวิจัยของฟายรุซคาดการณ์ว่า ที่นั่งแนวตั้งจะสามารถบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ร้อยละ 21 และลดค่าตั๋วได้ถึงร้อยละ 44

ภาษีคนอ้วน

น้ำหนักตัวทุกๆ กิโลกรัมของผู้โดยสารล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันมีบางสายการบินกำหนดให้ผู้โดยสารที่มีน้ำหนักตัวมากเป็นพิเศษต้องซื้อที่นั่งพิเศษ

บารัต พี พัตตา นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชาวนอร์เวย์ นำเสนอโครงสร้างที่เป็นไปได้ของการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสารที่มีน้ำหนักตัวมากเกินปกติ ซึ่งรวมถึงการคิดตามน้ำหนักตัวและคิดเพิ่มสำหรับน้ำหนักตัวโดยรวมของผู้โดยสารกับสัมภาระของพวกเขา

ไม่มีเสื้อชูชีพ

Jazz สายการบินท้องถิ่นของ Air Canada มีการนำเสื้อชูชีพทุกชนิดออกจากเครื่องบินตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำหนักได้ 25 กิโลกรัมต่อเที่ยวบิน

สายการบินดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้นได้ก็เพราะมีกฎระเบียบระบุว่า สามารถนำอุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้มาใช้แทนเสื้อชูชีพในกรณีที่เครื่องบินอยู่ห่างจากชายฝั่งภายใน 50 ไมล์ โดยผู้โดยสารจะได้รับคำสั่งให้นั่งอยู่บนเบาะที่นั่งในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

พนักงานการบินหญิงล้วน

ปีที่แล้ว GoAir สายการบินโลว์คอสต์ของอินเดียประกาศว่า ทางสายการบินมีแผนจะจ้างงานเฉพาะลูกเรือที่เป็นผู้หญิงจำนวน 2,000 คนในอีก 7 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการประหยัดเชื้อเพลิงและประหยัดเงิน เพราะผู้หญิงมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยน้อยกว่าผู้ชาย 15 - 20 กิโลกรัม

GoAir ยังมีมาตรการลดน้ำหนักสิ่งของบนเครื่องบินอีกด้วย โดยมีการลดขนาดของนิตยสารบนเที่ยวบิน มีการบรรจุน้ำในถังน้ำดื่มไม่เต็มถัง ซึ่งวิธีเหล่านี้ช่วยประหยัดได้มาก จึงมีการคาดการณ์ว่าสายการบินอื่นๆ อาจจะเอาอย่างบ้าง

ห้องน้ำหยอดเหรียญ

สายการบินที่ได้ชื่อว่าขี้เหนียวที่สุดในโลกอย่าง Ryanair เคยประกาศแผนที่จะนำห้องน้ำหยอดเหรียญมาให้บริการบนเครื่องบิน ไอเดียนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้ผู้โดยสารใช้ห้องน้ำก่อนขึ้นเครื่องบิน เครื่องบินจะได้มีที่ ว่างสำหรับติดตั้งที่นั่งผู้โดยสารเพิ่มเมื่อลดจำนวนห้องน้ำบนเครื่องบินลง

ทุกอย่างล้วน DIY

หลังจากที่เริ่มให้ผู้โดยสารทำการเช็คอินเอง ตอนนี้บางสายการบินกำหนดให้พวกเขาต้องพิมพ์แท็กติดกระเป๋าเดินทางเองด้วย และมีการคาดหมายกันว่าอีกไม่นานผู้โดยสารจะต้องสแกนลายนิ้วมือเพื่อขึ้นเครื่องบินและหยิบอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องด้วยตัวเอง

เมื่อปีที่แล้ว สายการบิน British Airways เริ่มทดลองใช้แท็กติดกระเป๋าดิจิตอลที่ซิงค์เข้ากับแอพพลิเคชั่นของสายการบินบนสมาร์ทโฟน โดยทุกครั้งที่ผู้โดยสารใช้บริการการบิน บาร์โค้ดอิเล็กทรอนิกส์บนแท็กติดกระเป๋าจะมีการอัพเดทรหัสใหม่ที่ไม่ซ้ำกับอันเก่าให้

ในปี 2008 Air New Zealand ให้ผู้โดยสารบริการตัวเองทั้งหมดในเที่ยวบินในประเทศ ตั้งแต่เช็คอิน ติดแท็กกระเป๋าและนำกระเป๋าเดินทางไปวางบนสายพานลำเลียง

ร็อบ ไฟฟ์ ซีอีโอของ Air New Zealand กล่าวในตอนนั้นว่า มันเป็นเรื่องผิดปกติมากสำหรับพวกเขาที่จะเห็นคนยืนเข้าแถวในทุกๆ ที่ของสนามบิน การให้ผู้โดยสารบริการตัวเองจะช่วยให้ผู้โดยสารมีความยุ่งยากน้อยกว่า มีการเดินทางที่สั้นกว่าและมีประสบการณ์ที่ดีขึ้น และสำหรับสายการบินแล้วมันหมายความถึงการได้เปรียบในการแข่งขัน

บริการโทรศัพท์บนเครื่องบิน

ผู้โดยสารส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับการผ่อนคลายระเบียบของสายการบินที่ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างการบินขึ้นและลงจอดรวมถึงการให้บริการไวไฟบนเครื่องด้วย แต่สำหรับผู้โดยสารบางคนก็คงไม่อยากฟังคนนั่งข้างๆ คุยโทรศัพท์บนเครื่องบินที่บินสูง 30,000 ฟุต โดยไม่รู้จะหนีไปหลบที่ไหน

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาเสนอให้ยกเลิกกฎในปี 1991 ที่ห้ามไม่ให้มีการสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน ปัจจุบันการใช้โทรศัพท์บนเครื่องบินไม่เป็นอันตรายอีกต่อไปเนื่องจากเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือที่ทันสมัยขึ้น

................................

ที่มา เว็บไซต์เดลี่ เมล