พิธีฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงแสนรัก สำหรับคนที่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งสุดท้าย
- หนึ่งชีวิต ที่ไม่ใช่แค่หมา
"หัวใจสลาย...คิดไปต่างๆ นานาว่า เขาเอาน้องหมาของเราไปโยนให้จระเข้กินหรือเปล่านะ...นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น 3 ชั่วโมง จนคนเขามองทั้งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องมาคุกเข่าขอโทษ เราบอกว่าไม่ต้องมาขอโทษ ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยอะไรให้ทั้งนั้น เพราะมันทดแทนกันไม่ได้ อยากรู้อย่างเดียวว่า...เอาหมาของเราไปไว้ที่ไหน"
กาญจนา จินดาวัฒน์ นักแสดงมืออาชีพเล่าย้อนอดีต ครั้งที่สุนัขพันธุ์ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย วัย 10 ปี จากไปด้วยวัยที่ชรามาก เหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงค้างคาใจมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะวันที่เขาจากไป สามี (สาธิต รอดเกิด) ไม่อยู่บ้าน จึงไม่มีใครขุดหลุมฝังศพให้เหมือนดังเคย เธอจึงนำเจ้าเชปเปอร์ไปฝากไว้ที่ห้องเย็นโรงพยาบาลสัตว์ชื่อดังย่านทองหล่อ แวะเวียนไปเยี่ยมทุกวัน จนกระทั่งวันไปรับตัว ปรากฏว่าเจ้าเชปเปอร์หายไป และไม่รู้ว่าหายไปไหน
"เขาเสียตอนที่แฟนไม่อยู่ น้องเพลง(ลูกสาวคนโต)อายุไม่กี่ขวบ น้องพิณ(ลูกสาวคนเล็ก)ก็ยังเล็ก เลยไม่รู้จะทำยังไงก็เลยฝากแช่เย็นไว้ก่อน สมัยนั้นยังไม่มีที่ทำศพหมาเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนเดี๋ยวนี้ เราก็ไปเยี่ยมทุกวัน ไปดูว่าเขายังอยู่ตรงนี้ ก็ถามนะว่าต้องเสียค่าฝากเท่าไหร่ เขาก็บอกว่าไม่ต้องๆ เพราะเราเองก็มาใช้บริการที่นี่เป็นประจำ ซึ่งเราก็ขนสมบัติเขา มีหมอน ที่นอน ของเล่น ใส่ถุงดำห่อไปด้วย เพราะฉะนั้นศพของหมาเราจะไม่เหมือนกับตัวอื่นอยู่แล้ว คนอื่นๆ หมาเขาตายก็ทิ้งไว้ให้โรงพยาบาลจัดการ ทุกเช้าจะมีคนมาเก็บไป ปรากฏว่าพอวันที่แฟนกลับมา เราไปรับศพ แปลกใจที่เขาหายไปนานมากผิดปกติ สุดท้ายมาบอกว่าน้องหมาพี่หายไป ถามไปถามมาบอกว่าเด็กคงไม่รู้เลยให้เขาเก็บเอาไป เรามาทุกวัน ทุกคนในโรงพยาบาลก็เห็น ตอนนั้นเสียใจมาก เกาะเสาร้องไห้"
เธอพูดกับเจ้าของโรงพยาบาลว่า คุณควรเคารพศพทุกศพ อย่ามองว่าเป็นแค่หมาตัวหนึ่งไม่มีค่าอะไร เพราะมันก็คือ 1 ชีวิต เพราะสำหรับเธอไม่ใช่แค่หมาตัวหนึ่ง เขามีค่ามาก เขาคือเพื่อน และเธอก็รักเขาเหมือนลูก
"ซึ่งเราอาจจะรักมากยิ่งกว่าที่คุณรักลูกคุณด้วยซ้ำ ยอมรับว่าตอนนั้นพูดแรงมาก และบอกอีกนะว่า คุณควรให้เกียรติสัตว์ทุกตัวที่คุณได้ดูแล รักษามัน เพราะสัตว์ทุกตัวมีเจ้าของ ต่อให้ไม่มีเจ้าของเป็นหมาข้างถนน แต่มีคนอุ้มมาให้คุณรักษา คุณก็ควรให้เกียรติชีวิตเขา เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณเอาไปกินไปใช้ เอาไปเลี้ยงลูก อยู่อย่างสุขสบาย ก็เพราะมาจากชีวิตของสัตว์เหล่านั้น คุณน่าจะมีจรรยาบรรณสักนิดที่จะรับผิดชอบ ชีวิตคุณอาจจะมีค่าน้อยกว่าหมาตัวนี้ก็ได้ เราพูดแรงมากไม่ได้ด่าหยาบคาย แต่เปรียบเทียบรุนแรงไปหน่อย พูดไปร้องไห้ไปเพราะเราเสียใจมาก"
กาญจนา ร้องไห้ทุกวันเหมือนคนหัวใจสลาย พอถึงเวลากลางคืนเธอก็จะไปนอนลูบไล้ตรงจุดที่เชปเปอร์นอนเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น เอาของเล่นที่เขาโปรดมานั่งดูแล้วร้องไห้ จนกระทั่งสามีของเธอบอกว่า ถ้ายังไม่หายเป็นแบบนี้ คงต้องพาไปปรึกษาจิตแพทย์
"จุดนี้ทำให้เราได้ความรู้จากพระอาจารย์ที่นับถือ ท่านว่าชีวิตของสัตว์เดรัจฉานเมื่อตายไปก็จะไปอยู่ในโลกที่สอง ก็คือโลกของจิตวิญญาณ 1 เดือน ต่างจากมนุษย์ จิตวิญญาณจะอยู่นานกว่าคือ 100 วัน จากนั้นประตูที่จะรอเปลี่ยนภพภูมิก็จะเปิด แล้วมียมฑูตมารับตัวไป หากเรายังเศร้าโศกเหมือนกับดึงวิญญาณเขาไว้ เขาก็จะไปไหนไม่ได้ แทนที่ประตูเปิดแล้วเขาจะไปก็ไปไม่ได้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ประตูจะเปิดอีกครั้ง วิญญาณเขาก็จะเคว้งคว้างติดอยู่ เพราะตอนนั้นเรายังจุดธูป เรียกเขาให้มากินข้าวทุกวัน บอกเจ้าที่เจ้าทางให้เปิดทางให้ พระอาจารย์บอกว่า ให้เราตั้งจิตว่าจะสวดมนต์ให้เขากี่วัน แล้วก็สวดมนต์อุทิศไปให้ ตอนนั้นตั้งใจสวดมนต์ชินบัญชร 3 วัน ตั้งจิตบอกเขาว่าถ้าไปดีแล้วให้ช่วยมาบอกด้วยเราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง วันหนึ่งเราก็ฝันเห็นเขามาวิ่งเล่นในบ้าน แล้วมาหยุดยืนมองหน้าแล้วไปวิ่งเล่นต่ออย่างมีความสุข แฟนบอกว่าเขาคงมาบอกแหละว่าไปดีแล้ว "
นอกจากสวดมนต์แล้วเพื่อความสบายใจ เธอนำรูปถ่ายของเจ้าเชปเปอร์ไปทำพิธีที่วัดมักกะสัน ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานฑูตอังกฤษ วัดนี้จึงเป็นสถานที่ทำพิธีศพของสัตว์เลี้ยงของเจ้าหน้าที่สถานฑูตเมื่อนานมาแล้ว มีช่องเมรุเล็กๆ ใกล้กับช่องฌาปนกิจคน เธอนำรูปไปทำพิธี เผารูป แล้วกรวดน้ำไปให้ แม้ไร้ร่างที่แท้จริง ทว่าก็สามารถปัดเป่าความทุกข์ในใจไปได้เปาะหนึ่ง
- เพื่อนเรา เผาหรือฝัง
วิถีเดิมแต่นานมาเวลาเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงเสียชีวิตจากไป เพียงแค่เดินไปในสวนหลังบ้าน ใช้จอบขุดดิน ทำหลุมขนาดพอเหมาะ แล้วทิ้งร่างเพื่อนรักลงไป ก่อนกลบดินฝัง ทว่าชีวิตคนในเมือง บ้านทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยวไม่มีดินฝังศพเพื่อนรัก ปัจจุบันมีทางออก เนื่องจากมีบริการ Pet Taxi รับส่งสัตว์เลี้ยงไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัด จะเผาหรือจะฝัง จะมีพระสวด ทอดผ้าบังสกุล โรยดอกไม้ วางดอกไม้จันทน์ ถวายสังฆทาน กรวดน้ำ หรือไม่มี ลอยอังคารหรือไม่ ชีวิตเลือกได้หลายประการ
นภัทร ปรีชากรกิตติ ประชาสัมพันธ์ค่ายเพลงเลิฟอีส เลี้ยงเจ้า "เต้าหู้" สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลสีขาว ต่อมามีสมาชิกเพิ่มเป็นพันธุ์ค๊อกเกอร์ นาม "ไข่ตุ๋น" เธอว่าชีวิตที่อยู่คนเดียวไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไปเพราะมีเจ้าสองตัวนี้รอกลับบ้านทุกวัน
"พอปี 2543 มีคนให้สุนัขพันธุ์โกล์เดนท์ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เคยอยากเลี้ยงมาก ชื่อ "ข้าวต้ม" คิดว่าจะเลี้ยงแค่ 3 ตัวนี้พอแล้ว วันหนึ่งกลับมาบ้าน ข้างบ้านบอกว่าหมาเราไปตะกุยมุ้งลวดบ้านเขาให้มารับไปด้วย เราไปดูในบ้านหมาเราก็อยู่ครบทุกตัวนั่นหมาใครไม่รู้ ข้างบ้านบอกว่าไหนๆ ก็ไหนๆ มันคงหลงมาเอาไปอยู่ด้วยเลยสิ เป็นพันธุ์พุดเดิ้ลผสมเทอร์เรีย ก็เลยตั้งชื่อให้ว่า "ก๋วยเตี๋ยว" สรุปเลี้ยงทั้งหมด 4 ตัว ทีนี้บ้านทาวน์เฮาส์ก็เลยแคบ ตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยวเพื่อหมาโดยเฉพาะ ให้เขาได้มีที่วิ่งเล่น ตัวแรกที่จากเราไปคือเต้าหู้ ด้วยวัย 16 ปี แก่มากเดินไม่ได้มองไม่เห็นหูก็ไม่ได้ยิน อายุหมาให้เอา 7 คูณ ก็จะแก่เท่ากับอายุคน ตัวนั้นจ้างยามให้เอาไปฝังหน้าหมู่บ้าน ให้ไป 300 บาท "
สองปีถัดมาขณะนั่งประชุมงานอยู่ที่บริษัท Love is ทางโรงพยาบาลโทรมาบอกว่า "ไข่ตุ๋น" ตายแล้ว ช่วงหลังๆ ไข่ตุ๋นเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเพราะมีหลายโรคเช่นไต อัมพฤกษ์ สุดท้ายอัมพาต เพราะชรามากแล้ว ล่าสุดเป็นลมชักจนต้องนำไปฝากโรงพยาบาลช่วยดูแล
"หมอบอกว่าอาการแบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ได้อีกไม่นาน เขานอนโรงพยาบาลได้ 7 วัน เราก็ไปเยี่ยมเขาทุกวัน ก็บอกว่าไข่ตุ๋นเอ๊ยถ้าอยู่ไม่ไหวจริงๆ ก็ไปเถอะนะ จะได้ไม่ต้องทรมาน ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น ขอบคุณนะที่อยู่ด้วยกัน เขาก็มองมาเหมือนเขารู้ พอรุ่งเช้าเราก็ไปทำงาน เที่ยงๆ หมอก็โทรมาว่าเขาเสียแล้ว คราวนี้เราคงไม่ได้ฝังเอง เพราะตัวเขาใหญ่กว่าเต้าหู้ ก็เลยติดต่อเพื่อนฝูงว่าจะทำยังไงดี ศึกษาหาข้อมูลแต่ละวัดว่าเขาคิดราคายังไง จนเจอสองสามีภรรยาที่เขารับจัดงานศพหมาทั่วราชอาณาจักรให้เขามารับตัวที่โรงพยาบาล"
เธอเลือกวิธีฝังเพราะคิดว่าไม่เกิดมลภาวะ อยากฝังเพื่อนรักให้ร่างเขากลับคืนสู่พื้นดิน อย่างน้อยมีประโยชน์ได้เป็นปุ๋ย ทางโรงพยาบาลนำศพไข่ตุ๋นใส่กล่อง เธอขอเปิดดูหน้าครั้งสุดท้ายก่อนติดต่อบริษัทจัดทำฌาปนกิจแบบเดลิเวอร์รี่ แล้วพวกเขาก็รายงานมาผ่านภาพถ่ายหลุมฝังศพ ไข่ตุ๋นพร้อมช่อดอกกล้วยไม้ อีกภาพขณะที่กลบดินห่มตัวเผยให้เห็นส่วนหัวของเจ้าไข่ตุ๋น
"เขาก็รายงานกลับมาว่าฝังแล้วนะวัดแถวๆ นนทบุรี ฝังใต้ต้นมะขามร่มรื่น ราคา 1,600 บาท แต่ถ้าเราจะเลือกเผาเขาจะคิดบวกค่าน้ำมันเผา 2,000 บาท ถ้ามีพระสวดด้วยราคา 3,000 บาท เราเลือกวิธีฝังเพราะไม่ทำให้เกิดมลพิษ ตอนที่อยู่ต่างจังหวัด(เพชรบุรี) มีที่ดินกว้างกว่ากรุงเทพฯ เราก็ขุดหลุมฝังเอง พออยู่กรุงเทพไม่มีที่ฝังก็ต้องใช้บริการตรงนี้ ก่อนเลือกก็ติดต่อสอบถามราคาไปหลายที่ เพราะบางที่ก็แพงมาก บางที่คิดราคาตามน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งแพง "
ปัจจุบันเธอเลี้ยงดูก๋วยเตี๋ยวซึ่งเป็นโรคตับ ตาเป็นต้อกระจกมองไม่เห็น หูไม่ได้ยิน และ ข้าวต้ม เป็นโรคหัวใจ ตาเริ่มฝ้าฟาง ทั้งคู่อายุ 14 ปี เป็นภารกิจที่เธอต้องดูแลก่อนออกไปทำงานและหลังเลิกงาน ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำป้อนยาเพื่อนรักทั้งสอง เธอว่าเราต้องดูแลเขาจนถึงวาระสุดท้าย เสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ต่อให้เขาเป็นโรคเรื้อน ไม่น่ารักเหมือนก่อนก็ต้องให้ความรักกับเขาดูแลเขา ไม่โยนภาระให้ใคร ทุกวันนี้ทุ่มเทความรักและเวลาให้กับสองตัวที่เหลือจนกว่าเขาจะสิ้นอายุขัย จากนั้นคงขอพักไม่เลี้ยงอีกแล้ว เพราะเลี้ยงแล้วก็ผูกพัน จากกันก็ต้องมานั่งเสียใจ
กาญจนา จินดาวัฒน์ เพิ่งสูญเสียเพื่อนรักไปอีก 1 ตัว นามว่า "มิลเลียน" ลูกของเจ้าเชปเปอร์ สุนัขพันธุ์ ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย จึงมองหาสถานที่ฌาปนกิจ เธอว่ามีหลายวัดที่น่าสนใจ ในที่สุดก็เลยตัดสินใจไปทำพิธีที่วัดยาง พระอารามหลวง ในซอยอ่อนนุช
"เลือกที่นี่เพราะวัดเขาทำเป็นเรื่องเป็นราวมาก มีเมรุเผาศพแยกต่างหาก ค่าเผาไม่แพง เขาจะมีพระมาสวดให้ 1 องค์ ค่าน้ำมันเผา 1,000 บาท ค่าสวดแล้วแต่จะให้ ค่าเก็บกระดูกก็แล้วแต่จะให้ ประทับใจมาก เพราะเจ้าหน้าที่เขาสุภาพมาก เตาเผาเขาอย่างดีมีรีโมทด้วยนะ จุดไฟฟู่เหมือนคนเลย ใช้เวลาเผาประมาณ 2 ชั่วโมง เสร็จแล้วเขาก็เอาผ้าขาวมาวาง เก็บเถ้ากระดูกให้ มีน้ำอบไทย มีดอกไม้ให้เราโปรย เราก็ลอยลงคลองพระโขนงไปเลย"
สำหรับนักแสดงผู้มากด้วยฝีมือคนนี้เธอยังมีสัตว์เลี้ยงอีก 4 ตัวที่ต้องดูแล จากแรกเริ่มไม่คิดจะเลี้ยงสัตว์ ทว่าลูกสาวคนแรกอยากได้เป็นของขวัญวันเกิดจึงซื้อให้ เพราะต้องการจะให้ลูกรู้จักคำว่าแบ่งปันความรัก ขณะนั้นน้องสาวคนเล็กยังอยู่ในท้องแม่
"เพราะตอนนั้นเขาติดเราแจ อยากให้เขาแยกจากแม่ไปดูแลน้องหมาที่เขารัก เพราะเขาเป็นคนต้องการเลี้ยงพันธุ์นี้เอง ระบุพันธุ์มาเลยนะ ต้องพันธุ์นี้เท่านั้น เราคิดว่าก็ดีเหมือนกันเขาจะได้รู้จักให้ความรัก ได้เบี่ยงเบนความสนใจ เขาจะได้ไม่อิจฉาน้องด้วย ซึ่งก็ได้ผลนะ ทีนี้ลูกเราโตแล้วหมายังไม่โต ก็ต้องดูแลกันต่อไป หมดจากนี้คิดว่าจะไม่เลี้ยงแล้วนะ เพราะเลี้ยงแล้วเราก็รัก ผูกพัน พอจากกันก็ต้องมานั่งเสียใจ "
พระครูสารกิจไพศาล แห่งวัดยาง พระอารามหลวง ซอยอ่อนนุช เล่าว่า ที่วัดแห่งนี้มีการฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงมานานกว่า 10 ปีแล้ว เนื่องจากที่วัดมีสุนัขอาศัยอยู่มาก เมื่อเจ็บป่วยล้มตายก็ต้องมีการนำไปเผา โดยมีเตาเผาแยกต่างหาก พอนานวันญาติโยมนำสัตว์เลี้ยงมาฝากเผา ก็เลยคิดว่าน่าจะทำให้เป็นกิจลักษณะไปเลย
"ก็เลยกลายเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งเป็นราคาขึ้นมาให้ดูดี มีโทรทัศน์มาขอถ่ายทำข่าวอาตมาก็ชี้ให้ไปถ่ายวัดอื่น อย่างวัดคลองเตยใน เขาก็มีเหมือนกัน เพียงแต่วัดเราทำมานานแล้วไม่อยากดัง บางคนก็มาถวายทำบุญถวายสังฆทานให้สุนัข ทำบุญครบรอบ 1 ปี อยากให้อาตมาเป็นคนทำพิธีก็ต้องจองคิวกันก่อน ถ้าจะมาทำพิธีฌาปนกิจให้สัตว์เลี้ยง ก็เลือกเอาว่าจะบังสกุลก่อนแล้วสวดหรืออะไร แล้วแต่เจ้าภาพตามกำลังทรัพย์ บางรายหมาเป็นมะเร็งกำลังจะตายก็อุ้มมาที่วัดถวายสังฆทานก็มี
ไม่ใช่เฉพาะหมานะโยม งู หนู กระต่าย นก เม่น ปลาเงินปลาทอง ปลาหมอสี มาทำพิธีฌาปนกิจกันที่นี่ สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดก็มีวัวควาย ไม่ว่าจะตัวเล็กตัวใหญ่ถ้าฌาปนกิจก็ต้องเริ่มต้นที่ 1,000 บาท เป็นค่าน้ำมันเตา วันหนึ่งๆ ก็ทยอยมาทำพิธีกัน บางวัน 3-4 ราย แต่บางวันก็ไม่มีนะ ถ้าใครจะมาทำพิธีฌาปนกิจก็ต้องมาระหว่างเวลาเก้าโมงครึ่งถึงทุ่มหนึ่ง
พอทำพิธีแล้วเราก็ต้องเทศน์ให้กำลังใจญาติโยม บรรยายให้เขาซาบซึ้ง เป็นการช่วยบำบัดทางด้านจิตใจให้ญาติโยมไม่ต้องเสียใจมาก"





