วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ้านนาต้นจั่น ปั่นน้อย อร่อยแน่

หากพูดถึงสุโขทัยแล้วนึกถึงอะไร?

คำถามประเภทนี้มักถูกถามถึงเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ดินแดน 'รุ่งอรุณแห่งความสุข' คำว่ารุ่งอรุณแห่งความสุขแปลตรงตัวจากชื่อจังหวัดสุโขทัย (สุข+อุทัย) แล้วอะไรล่ะที่นึกถึงและควรทำ? ...นั่นไงบอกแล้วว่าต้องถูกถาม

ไม่รู้ว่าคำตอบของแต่ละคนคืออะไร แต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดลำดับไว้ให้เสร็จสรรพ ได้ 10 สิ่งที่ต้องทำในสุโขทัย คือ 1.กราบพระอจนะ 2.ไหว้พ่อขุนรามคำแหง 3.บนพระแม่ย่า 4.กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย 5.นั่งรถคอกหมู 6.ปั้นสังคโลก 7.ซื้อเงิน-ทองโบราณ ศรีสัชนาลัย 8.ชิมขนมผิง แง้มประตูขายกงไกรลาศ 9.ปั่นจักรยานชมอุทยานประวัติศาสตร์ และ 10.ชมพระอาทิตย์ตก ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

จากรายการทั้งหมดที่ว่า เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่มาสุโขทัยล้วนเคยทำกันเกือบหมดแล้ว สำหรับผมทำหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะข้ามไปเลย...

บางทีของขึ้นชื่อก็ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงแต่ว่าสิ่งเหล่านั้นถูกแต่งหน้าทาปากให้แขกไปใครมาได้ชื่นชม หากมองสิ่งรอบๆ หรือองค์ประกอบอื่นๆ ก็ยังมีอีกหลายอย่างให้ชื่นตาชื่นใจ เหมือนกับชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ซุกตัวอยู่ภายใต้สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 10 ดังที่กล่าวไปข้างต้น

จุดเริ่มต้นครั้งนี้ขยับออกจากกรุงเทพฯไปที่สุโขทัย ไม่ใช่สุโขทัยแบบที่คุ้นเคย แต่เป็นมุมเล็กๆ ของสุโขทัย ที่นั่นคือ 'บ้านนาต้นจั่น' หมู่บ้านเล็กๆ ใน ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย ที่ททท.กำลังส่งเสริมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแบบเขียวๆ ชิลล์ๆ เป็นเส้นทางจักรยานที่นักปั่นจะได้ลัดเลาะไปสู่ทุ่งนาเขียวขจี ไปพบปะชาวบ้านที่ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ไปรู้จักวิถีชีวิตและภูมิปัญญา และแน่นอนไปลิ้มรสผลไม้และอาหารพื้นถิ่นสุดแสนอร่อย แค่นี้ก็แทบอดใจไม่ไหวต้องลองให้สองล้อพาไปซึมซับทุกอย่างที่บ้านนาต้นจั่นยินดีมอบให้

เช้าตรู่กลางฤดูฝน ผมเริ่มเหยียบบันไดจักรยานให้ทั้งสองล้อเคลื่อนออกจากโรงเรียนบ้านนาต้นจั่น วันนั้นเป็นวันธรรมดา เด็กนักเรียนจึงเต็มไปหมด แต่ไม่มีวี่แววว่าเด็กๆ จะมองผมอย่างประหลาดใจเลย นั่นอาจเพราะที่ชุมชนแห่งนี้มีผู้ใช้จักรยานมากมายจนเป็นเรื่องชินตา

ครั้งนี้ผมไม่ได้ออกทริปเดี่ยวเหมือนทุกครั้ง แต่ติดสอยห้อยตามทริปทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวจักรยานของททท. จะเรียกว่าเป็นกลุ่มแรกๆ (นอกจากชาวบ้าน) ที่ได้ปั่นชมความสดใหม่ของชุมชนนี้ก็ไม่ผิดนัก ปั่นออกมาไม่ไกลผมก็ได้ยินเสียงหนึ่งทำให้ต้องรีบลงจากอาน

"แต้ก..แต้ก..แต้ก.." เสียงคล้ายอะไรกระทบกัน ถ้าเสียงนั้นมาจากจักรยานนั่นหมายความว่าทริปนี้ผมคงต้องลำบากแล้ว แต่พอเหลียวมองไปที่บ้านหลังหนึ่งก็ร้องอ๋อ...

ภาพหญิงสาวชาวบ้านกำลังกระทบกี่ทอผ้าไหมพื้นบ้าน ส่งสัญญาณว่าต่อจากนี้ผมคงได้ดื่มด่ำความงามของภูมิปัญญาคนที่นี่แล้ว

เส้นทางในบ้านนาต้นจั่นมีหลากหลาย แต่ไม่ลำบากถึงขั้นต้องหา Mountain Bike (เสือภูเขา) สุดแกร่งมาปั่น แต่ก็ไม่ได้ราบเรียบถึงขั้นปั่น Road Bike (เสือหมอบ) ได้ แค่จักรยานแม่บ้านทั่วๆ ไปก็เพลิดเพลินได้แล้ว ทั้งทางลาดยางเรียบๆ ทางดินนุ่มๆ ก็ไม่โหดร้ายเกินไปนัก แต่ขออย่างเดียวคือต้องปั่นชิดซ้าย เพราะถึงที่นี่จะไม่มีรถยนต์ขวักไขว่แต่คือชุมชน มีผู้คนสัญจรไปมา เมื่อนักปั่นเข้าไปแล้วก็ควรรักษาน้ำจิตน้ำใจเจ้าถิ่นด้วย

หลังจากเห็นการทอผ้าไหมแสนละเอียดอ่อน ผมก็ต้องจอดจักรยานอีกครั้งด้วยเรื่องผ้าเหมือนเดิม แต่คราวนี้ชวนประหลาดใจมากกว่าการทอผ้าเพราะนี่คือภูมิปัญญา 'ทำผ้าหมักโคลน' ปกติผ้ากับโคลนซึ่งถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรกดูจะเป็นเรื่องตรงกันข้าม แต่ที่บ้านนาต้นจั่นเอาสองสิ่งมารวมกัน โดยนำผ้ามาหมักในน้ำโคลน ได้ทั้งเนื้อผ้านุ่มและสีสวยงามเป็นเอกลักษณ์...

ว่ากันว่า "ผ้าเลือกเจ้าของ" คำพูดนี้ผมเคยได้ยินจากใครสักคนที่จังหวัดอุทัยธานี แต่วันนี้ที่สุโขทัยผมคงยังไม่ใช่สำหรับผ้าหมักโคลน แม้จะสวยงามแค่ไหนแต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้กลับมาสักผืน

ผมปั่นออกมาอีกนิดเดียวไม่ทันเมื่อยขา สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือบ้านหลังเล็กๆ ดูแล้วไม่แปลกตาอะไร แต่ที่สะดุดตาคือป้ายบอกให้รู้ว่าที่นี่คือบ้านของ 'ตำนานแห่งบ้านนาต้นจั่น' ที่นี่คือบ้านของตาวงษ์ นักแกะสลักไม้ตัวยง ถึงแม้วันนี้ตาวงษ์จะอายุมากและป่วยไข้ตามวิสัยผู้สูงอายุ แต่ผมโชคดีที่ได้พบตาวงษ์ที่ออกมานั่งต้อนรับแขกเหรื่อพร้อมกับตุ๊กตาบาร์โหนฝีมือตำนานคนนี้ นอกจากความคิดสร้างสรรค์ที่ตาวงษ์ใส่ในผลงานทุกชิ้น เอกลักษณ์อันน่าชื่นชมคือใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด

ร่ำลาตาวงษ์เสร็จสรรพ เส้นทางเริ่มไกลขึ้นนิดหน่อย อาจเพราะจุดหมายต่อไปนั้นจะควรค่าแก่การเสียเหงื่อ...

ในความรู้ความเข้าใจของผมไม่เคยรู้เลยว่าที่สุโขทัยมีผลไม้มาก แต่กองผลไม้ที่เจ้าของสวนนำมาจัดเรียงไว้ก็คือคำตอบชั้นดี ทั้งทุเรียน เงาะ ลองกอง มะละกอ ลำไย ถึงจุดนี้ผมไม่มีคำอธิบายใดๆ นอกจากคำว่า "อร่อย!"

ไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินคำว่า "กินผลไม้ล้างปาก" กันหรือเปล่า แต่นาทีนี้ผมทำสลับขั้ว เพราะหลังจากล้างปากด้วยผลไม้แล้วปั่นออกจากสวนไม่นานนัก ก็ถึงเวลาปากคาวอีกครั้งด้วย 'ข้าวเปิ๊บ' อาหารท้องถิ่นต้นตำรับของที่นี่ หน้าตาคล้ายก๋วยเตี๋ยว มีเส้น ผัก ห่อรวมกันคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อใส่น้ำซุป (คล้ายก๋วยเตี๋ยวปากหม้อที่ฉะเชิงเทรา) เคี้ยวอร่อยลิ้น ซดลื่นคอ

สำหรับนักปั่นที่หลงใหลความ Slow Life และไม่คิดว่าต้องปั่นหนักหรือมาโชว์ความเป็นขาแรง ที่บ้านนาต้นจั่นคือจุดหมายหนึ่งที่ผมแนะนำ