ไม่ยักแดงที่หมันแดง

ไม่ยักแดงที่หมันแดง

มีท่านผู้อ่านส่งข้อความไปต่อว่าผมว่าเวลาเขาตามไปเที่ยวตามที่ๆ เขียนบอก ไม่เห็นว่าจะสวยหรือเจออย่างที่ผมเจอเลย

ต้องเรียนกับท่านผู้อ่านว่าจริงๆ แล้วแต่ละแห่งที่เอามาเขียนบอกเล่า เชิญชวนนั้น ส่วนใหญ่ไปมาเกิน 1 ครั้งทั้งนั้น บางทีไปแล้วรูปไม่ได้ดั่งใจก็อาจจะต้องไปอีก บางครั้งก็ต้องนั่งรอแสงรอแดด ส่วนข้อมูลนั้นมั่นใจได้ว่าเป็นข้อมูลจริงไม่ใช่ชมมันท่าเดียว อันไหนดีผมบอกดี อันไหนควรแก้ไขผมก็ว่าไปตามเนื้อผ้า เมื่อมีข้อกังขาผมไปถามจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ข้อมูลที่ถูกต้อง

และขอเชิญชวนท่านผู้อ่านไว้ก่อนว่า ในบทความท่องเที่ยวผมบางทีด้วยข้อจำกัดทางเนื้อที่ ท่านอยากจะไปตามรอย แต่สงสัยเรื่องการเดินทาง ที่พัก ช่วงเวลาของการเดินทางที่ยังสงสัย ไปฝากคำถามถึงผมได้ที่ www.facebook.com/ตะวันยิ้มแฉ่ง หรือจะเข้าไปดูรูปสวยๆ ที่ตกหล่นก็ได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกันที่ผมอยากชวนท่านผู้อ่านเข้าไปดูดินแดนที่แดงมานานมาก ...เพราะที่นี่ชื่อ 'หมันแดง'

น้ำตกหมันแดง ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านั้น เขาว่ามีถึง 32 ชั้น (ซึ่งก็คงจะจริงเพราะเล่นตกจากยอดเขาลงไปถึงที่ราบข้างล่าง) แต่ให้เที่ยวแค่ชั้น 1-9 แค่นั้น ลำพังแค่นี้คนก็ยังไปกันแค่ชั้น 5 เท่านั้น ถ้าแยกส่วนออกมาทีละอย่าง ผมว่าก็ไม่เท่าไหร่ นับตั้งแต่ตัวน้ำตกที่แม้จะมีหลายชั้น ตกลดหลั่นกันลงมาเรื่อยๆ ก็จริง แต่น้ำตกแต่ละชั้นไม่สูง รูปทรงน้ำตกก็งั้นๆ (อันที่จริงมีชั้นสูงเหมือนกัน แต่หน้าน้ำตกรกไปด้วยกิ่งไม้ ต้นไม้ ถ่ายรูปมาไม่ได้เลย) ส่วนดอกลิ้นมังกรหน้าน้ำตกนั้นจะว่ามากก็มากอยู่ แต่ผมเคยเจอดงลิ้นมังกรสีส้ม ออกดอกเป็นพรืดบนภูคิ้งที่ภูเขียวมาแล้ว มาเห็นกระหย่อมกระแหย่มแค่นี้ เด็กๆ

แต่ผมต้องย้ำคำว่า แต่...ตรงนี้นานๆ เพราะพอธรรมชาติเอาไอ้นั่นนิด ไอ้นี้หน่อยมาจับวาง ได้ที่ได้ทาง ได้จังหวะและตำแหน่งจนลงตัว ท่านผู้อ่านเคยเห็นสวนน้ำตกเล็กๆ ที่เขาทำจำลองแล้วเอาไปตกแต่งในตึกไหมครับ เราอยากได้น้ำตกหรือสวนป่าหน้าน้ำตกอย่างไรก็บอกร้านเขาจะเอาต้นไม้ ดอกไม้อะไรมีให้ดั่งใจเราหมด ที่หมันแดงนี่มันก็แบบนั้นเลยเป็นเหมือนน้ำตกในจินตนาการ สายน้ำที่ลดหลั่นตกลงมาในร่องเขาที่มีภูเขาสูงขนาบทั้งสองข้างนั้นแลดูร่มรื่น น้ำที่ไหลลงมาไม่มีสีขุ่นปน ใสสะอาด ปริมาณน้ำไม่มากจนเกินไป เวลาถ่ายรูปไม่ต้องกลัวละอองน้ำฟุ้งจนกล้องชื้นแบบหลายๆ ที่ ก้อนหินที่ธรรมชาตินำมาตกแต่งริมธารน้ำนานๆ ถึงจะโดนแดด ตะไคร่น้ำจึงขึ้นจนดูเขียวไปหมด ยิ่งในราวๆ เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ดอกกล้วยไม้ดินที่ชื่อว่าลิ้นมังกรจะออกดอกบนก้อนหินริมลำธารหน้าน้ำตกหมันแดง จนดู “สะพรั่ง” โดยเฉพาะในชั้นที่ 5

เจ้าลิ้นมังกรที่ว่านี่เป็นกล้วยไม้ครับ อยู่ในสกุลฮาเบนาเรีย เป็นญาติกับพวกว่านนางอั๊ว อั๊วปากฝอย ที่เราเห็นแถวเขาใหญ่ในช่วงต้นๆ ฝนเพียบ ส่วนพวกนางอั๊วเหลือง อั๊วแก้มช้ำ เรามักเห็นในหน้าฝนทางภูวัว ภูลังกา ย่านนครพนม-บึงกาฬโน่น พวกนี้ขึ้นบนลานหินได้ อาศัยดินเพียงเล็กน้อย ขอเพียงความชื้นของฤดูฝนเพียงน้อยนิดก็ขึ้นต้นแทงยอดออกดอกสวยได้แล้ว พวกนี้ถ้าอยู่กลางแจ้งใบจะน้อย แต่พวกที่อยู่ในที่ร่มๆ แบบที่หมันแดงนี่ใบพรึ่บเลย

ลิ้นมังกรนี้มีชื่อสกุลบอกยี่ห้อเลย จึงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Habenaria rhodocheila Hance บางที่ก็เรียกสังหิน ปัดแดง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเรียกลิ้นมังกร อย่างที่เราคุ้นกันและมักเจอบ่อยๆ คือ สีแดง สีส้มก็จะรองลงมา แล้วก็เป็นสีชมพู นานๆ จะเจอสักทีคือลิ้นมังกรสีเหลือง ชนิดนี้ไม่ค่อยเห็น ส่วนจะมีสีอื่นอีกไหมนี่ผมไม่รู้เลยครับ เห็นแค่สี่สีนี้เท่านั้น สำหรับที่น้ำตกหมันแดงนี่ เป็นสีชมพู ดอกใหญ่ กลีบใหญ่ และดกใบ เมื่อสีชมพูอิ่มของลิ้นมังกรริมธารน้ำมาตัดกับสีเขียวของตะไคร่ริมธาร บรรยากาศเย็นฉ่ำ ไปเห็นแล้วไม่อยากกลับเชียว มันสวยจริงๆ

ดงลิ้นมังกรหน้าน้ำตกหมันแดงชั้นที่ 5 นี้เปิดเผยตัวเอง อวดความงดงามมานานนับสิบๆ ปี แต่ใช่ว่าใครไปภูหินร่องกล้าแล้วจะได้ไปทุกคน เพราะคนที่จะไปน้ำตกหมันแดงต้องตั้งใจไปจริงๆ มันเดินเท้าเข้าป่าไป ถ้าไปจากทางหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ภรก 7 (ทางไปภูทับเบิก) ก็จะเดินผ่านป่าดงดิบ ดูเห็ดป่าทรงแปลกๆ ดูดอกไม้ดิน ดูเถาวัลย์ ต้นไม้แปลกๆ อะไรไปเรื่อย ก็เพลินดี ครั้นพอหลุดจากป่าดงดิบก็เข้าเขตทุ่งโล่งที่เป็นไร่ซาก คือพื้นที่ที่เคยถูกถางมาก่อน(น่าจะเป็นสมัย ผกค.ยังอยู่บนนี้) แล้วจึงเป็นช่วงที่เดินลงหุบเขาที่เลียบไปกับลำธารน้ำ ป่าไผ่และดงกล้วยป่า เจอน้ำตกชั้นนั้นชั้นนี้ลงไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 5 จุดหมายปลายทาง แต่ทางเดินตอนลงไปตามชั้นน้ำตกนี่บอกเลยครับว่าเดินยาก ลื่น เลอะเทอะ ทางชัน ที่สำคัญ...ทาก ซึ่งจะต้องเจอตั้งแต่เดินเข้าป่านั่นแหละ

ยิ่งหน้าฝนที่ชื้นๆ แบบนี้ ทากตัวเป้งๆ สันหลังเขียวๆ ที่เรียกว่า ทากตอง ไต่ขึ้นมายันคอขึ้นหัว กัดซอกหูก็มี ใครตัดใจแล้วว่าจะไปน้ำตกหมันแดงสักครั้ง เตรียมตัวไปสู้กับทากได้เลย เตรียมข้าวกลางวัน น้ำดื่ม ยาทากันทาก แต่งตัวแบบไปเดินป่า รองเท้าแตะอย่าเชียว ระยะทางเด็กๆ เดินไม่เกิน 4 กม. (ไปกลับก็ราวๆ 8 กม. )ใช้เวลาไป-กลับ 1 วันพอดี เดินพอได้เหงื่อครับ ไม่ไกลมาก แต่เดินชันมากแค่นั้นเอง

เพราะมีอุปสรรคจากธรรมชาติที่กรองคนให้พอเหมาะพอดีกับที่ธรรมชาติจะรองรับได้ ถึงแม้หมันแดงจะเป็นที่รู้จักมาเป็นสิบๆ ปีจนถึงบัดนี้ แต่สภาพน้ำตกหมันแดง ก็เหมือนเพิ่งเคยมีคนลงไปถึงเมื่อไม่นาน ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเมื่อมีคนลงไปเห็นครั้งแรกไม่ผิดเพี้ยน

สำหรับความงามของหมันแดงนั้น ถ้าตั้งใจ ก็จะได้พบเห็นครับ