ไม่รอลงอาญา!คุก'แม็กก้า'ดาราตลกค้ายาไอซ์

ไม่รอลงอาญา!คุก'แม็กก้า'ดาราตลกค้ายาไอซ์

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก3ปี9เดือนปรับ3แสน "แม็กก้า" อดีตตลกคณะชวนชื่น ค้ายาไอซ์ปี56 สารภาพลดโทษโดยไม่รอลงอาญา

ศาลอาญา มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อย.3637/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายกนกพงศ์ อนุรักษ์จรรยง หรือ แม็กก้า ชวนชื่น อายุ 34 ปี อดีตนักแสดงตลกชื่อดังคณะชวนชื่น เป็นจำเลย ในความผิดฐาน มียาไอซ์ ที่เป็นเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7 , 8 , 15 วรรคแรก , 66 , 100/1 , 102 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2539

ตามฟ้องโจทก์วันที่ 31 พ.ค.56 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 21-22 มี.ค.2556 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยมียาไอซ์ ที่เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ลักษณะเป็นผลึกใสจำนวน 3 ถุง คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1.326 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยได้จำหน่ายยาเสพติดดังกล่าวให้สายลับ ที่ล่อซื้อไปในราคา 5,700 บาท ซึ่งจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากเจ้าพนักงานจับกุมตัวจำเลยได้เสียก่อน จำเลยจึงไม่สามารถส่งมอบยาเสพติดให้กับสายลับผู้ล่อซื้อได้ เหตุเกิดที่แขวง - เขตห้วยขวาง กทม. ขณะที่เจ้าพนักงาน จับกุมจำเลยได้ พร้อมยึดยาไอซ์ โทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง ใช้ในการสื่อสารติดต่อซื้อขายยาเสพติด ชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงให้สืบเสาะประวัติประกอบการพิพากษา

ศาลพิเคราะห์คำรับสารภาพแล้ว รับฟังข้อเท็จจริงได้ตามฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2556 เวลากลางวัน จำเลยได้จำหน่ายยาเสพติดให้กับสายลับที่ล่อซื้อไปในราคา 5,700 บาท ขณะที่ระหว่างการพิจารณาจำเลย แถลงว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายอื่นได้พร้อมของกลาง ซึ่งศาลไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า ภายหลังถูกจับกุมจำเลยได้แจ้งข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ในการปราบปรามยาเสพติดกับเจ้าพนักงาน ที่นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาอีกคนเพิ่มเติมได้ ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวสอดคล้องกับบันทึกการจับกุม การกระทำของจำเลย ดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ในการปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติด กรณีมีสมควรลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่ กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) , 66 วรรคสอง ประกอบมาตรา 100/2 และ พ.ร.บ.มาตราการในปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 ฐานมียาไอซ์ เมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่าย ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่เนื่องจาก พ.ร.บ. มาตราการในปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดพยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดสำเร็จ ดังนั้นจึงให้ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นบทลงโทษหนักสุดเพียงบทเดียว จึงให้จำคุกจำเลย เป็นเวลา 3 ปี 9 เดือน และปรับ 300,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้เป็นเวลา 1 ปี 10 เดือน 15 วัน และปรับ 150,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยให้กักขังไว้แต่ไม่เกิน 1 ปี และริบของกลางยาไอซ์และโทรศัพท์มือถือไอโฟน

ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายกนกพงศ์ หรือ แม๊กก้า ไว้ในการควบคุม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวต่อไป