"หนังสั้นก็เป็นชีวิตในอีกรูปแบบ ภายใต้มายาคติว่าด้วยการบอกเล่า ถึงทัศนคติของคนทำสู่การรับรู้ของคนดู "
เทศกาลภาพยนตร์สั้นนานาชาติ E-San Short film ลุ่มน้ำโขง 2013 ครั้งที่ 8 ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ "คนทำหนัง" จากไทย ลาว และเวียดนาม ได้ร่วมเวทีประชันผลงาน ซึ่งหนังสั้นที่ชนะใจกรรมการ ประเภท นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ก็คือ "บุญปัน" สามารถตีโจทย์ "คิดฮอด" ได้ คว้ารับรางวัลชนะเลิศพร้อมเงิน 1 แสนบาท
หนังสั้น "บุญปัน" เป็นผลงานการกำกับฯของ "อี๊ด" ศิริวรรณ ปากเมย จากมหาสารคาม ซึ่งมีเนื้อหาความผูกพันระหว่างพี่น้อง สัญญา-ความคิดถึง และแม่น้ำโขง
กรรมการ อย่าง ภานุมาส ดีสัตถา ผู้กำกับภาพยนตร์น้ำตาลแดง บอก "บุญปันสามารถถ่ายทอดอารมย์ได้ดี ดูทีแรกน้ำตาซึม.."
ไม่ต่างอะไรกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ และผู้อำนวยการผลิตภาพยนตร์ค่ายสหมงคลฟิล์ม มองว่า "เราเอาโจทย์มาวัดแล้ว พูดตรงๆ ถ้าประเภทประชาชนทั่วไป ต้องให้เรื่องนี้"
ส่วนความคิดเห็นของกรรมการที่เป็นนักวิชาการด้านศิลปะ อย่าง รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ จากคณะศิลปกรรมฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แสดงความเห็นว่า "หนังโอเค แต่ต้องดูว่าทางผู้จัดต้องการอะไร บางสนามต้องการหนังอาร์ตๆ ไม่มีขนบเลย แต่ในเวทีนี้ เน้นตอบโจทย์ว่า คิดถึง กับแม่น้ำโขง บังเอิญหนังไปถ่ายที่หลวงพระบาง ได้เรื่องลุ่มน้ำโขง และความคิดถึง แต่ก็มีหนังที่ดีเรื่องอื่นๆ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ หนังบางเรื่องดูแล้วสะเทือนใจมากกว่า แต่มันไม่ตอบโจทย์"
สำหรับมุมมองของ "อี๊ด ศิริวรรณ" ผู้กำกับฯ "บุญปัน" เธอเป็นศิษย์เก่านิเทศฯ มหาวิทยาลัยมหารสารคาม (มมส) อธิบายให้ฟังถึงที่มาที่ไปก่อนจะมาเป็นหนังว่า หลังลาออกจากงานที่ กทม. เธออยากไปเที่ยว ลาว…กับเพื่อนๆ และอาจารย์ พอดีเห็นว่ามีโครงการหนังจาก อาจารย์ปรีชา สาคร ประจวบเหมาะ "ชอบชื่อโจทย์ คิดฮอด" ก็เลยเข้าทาง
"ประสบการณ์เกี่ยวกับหนัง สมัยก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ก็เคยลองผิดลองถูก ถ่ายหนังสั้นเองคนเดียว ทำทุกอย่าง ไปติดต่อสถานที่เอง หานักแสดงเอง กำกับ ถ่ายเอง มั่วรั่วไป (เพราะชอบมาก รู้สึกว่ามันส์เท่ดีค่ะ) .. เข้ามหาวิทยาลัยก็จะมีวิชาเลือกเอก ก็ไม่ต้องคิดมาก "ก็เลือกวิชาภาพยนตร์" ระหว่างเรียนก็มีรวมกลุ่มกับเพื่อน ทำส่งประกวด มีทั้งหนังสั้นเชิงสารคดี, หนังสั้นสร้างจากเรื่องสั้นรางวัลซีไรต์, หนังสั้นแบบขายของ อย่างแฮปปี้ไม่ใช่เล่น Award, หนังสั้นเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น, ทั้งระดับภาค,ระดับประเทศ, ระดับนานาชาติ (อย่าง film Expo Asiam 2010) งานนี้เข้ารอบ 30 ทีมสุดท้ายทั่วโลก ก็ถือว่าสมกับความตั้งใจ ถึงจะไม่ได้รางวัลก็ตาม"
ผู้กำกับฯบุญปัน มองกระแสการทำหนังสั้นว่า ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 แบบ
1.ส่งเสริมการตลาด กระตุ้น สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่หน่วยงานองค์กร ทำในเชิงประชาสัมพันธ์ โจทย์หนังก็เลยค่อนข้างตายตัว
ส่วนแบบที่ 2 จะเป็นการจัดโครงการเพื่อตอบโจทย์ผลงานด้านวิชาการ เป็นการของบประมาณ หาเงินทุนสนับสนุน คิดต้นเรื่อง ให้สอดคล้องกับความต้องการในแง่ของคอนเน็คชั่น เผื่อว่างานต่อๆ ไป จะมีโอกาสร่วมงานกันอีก
และ 3. เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระหรือเอกชน มุ่งเน้นเนื้อหาเฉพาะเจาะจง เพื่อเผยแพร่ผลงานอย่างมีคุณค่า เพื่อการสร้างสรรค์สังคม เช่น หน่วยงานที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ, ตามหาบุคคลสูญหาย เพื่อเรียกร้องสิทธิ เธอเห็นว่า หนังกลุ่มนี้น่าสนใจ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ
"ท้ายที่สุดแล้ว หนังสั้นก็เป็นชีวิตในอีกรูปแบบ ภายใต้มายาคติว่าด้วยการบอกเล่า ถึงทัศนคติของคนทำสู่การรับรู้ของคนดู มันแฝงไปด้วยอัตลักษณ์และอุปนิสัยใจคอของคนทำหนัง"
ปัจจุบัน "ศิริวรรณ" ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ รับงานถ่ายสารคดีบ้าง ถ่าย Wedding บ้าง ถ่ายรายการทีวี แล้วก็ถ่ายงานโปรโมทสินค้าบ้าง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้กำกับสาวคนรุ่นใหม่ ยังคงมองหาโอกาสสร้างหนังเล็กๆ อีกเรื่อยๆ เพราะมันเสมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เห็นผลงานผ่าน "มุมมอง" ในแบบของเธอ





