ส่องกลยุทธ์สำนักพิมพ์ ชู'ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง'ลุยตลาด
การแข่งขันของธุรกิจ"หนังสือ" ในยุคดิจิทัล จำเป็นต้องปรับตัวรับมือ "สื่อใหม่" ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคนี้ ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้อ่านหนังสือเล่ม ทำให้บรรดา "สำนักพิมพ์"หลายค่าย ต่างเดินหน้าสร้างสรรค์กลยุทธ์ต่อยอดคอนเทนท์ รวมถึงผสมผสานการใช้ประโยชน์จากสื่อใหม่ เพื่อสร้างฐานผู้อ่านทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์
ปกรณ์ สันติสุนทรกุล ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เด็กดีดอทคอม กล่าวว่านอกเหนือจากการทำเว็บไซต์ "เด็กดี" บริษัทยังดำเนินงานธุรกิจสำนักพิมพ์และใช้ประโยชน์ต่อยอดจากเว็บไซต์ดังกล่าว โดย"เด็กดี" ถือเป็นศูนย์รวมของกลุ่มวัยรุ่น ดังนั้นกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง จึงมีความสำคัญต่อการสื่อสารและการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ เนื่องจากสินค้าหรือผลงานส่วนใหญ่มุ่งเน้นเจาะคนรุ่นใหม่ ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยถือเป็นกลุ่มที่ใช้เวลากับสื่อดิจิทัล ออนไลน์หลายชั่วโมงในแต่ละวัน มากกว่าสื่อรูปแบบอื่นๆ
รูปแบบการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในช่วงแรก บริษัทใช้เว็บไซต์สื่อสารจนติดตลาด เป็นที่รับรู้ในกลุ่มวัยรุ่นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่การใช้งานสื่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้ขยายวงกว้างในกลุ่มหลายวัย ส่งผลให้การทำตลาดในช่องทางออนไลน์มีความสำคัญมากขึ้นในทุกธุรกิจ
ท่ามกลางสถานการณ์การเข้าร้านหนังสือและซื้อสินค้ามีแนวโน้มลดลง เห็นได้จากยอดขายร้านหนังสือชะลออย่างมากเมื่อเทียบกับยุคก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในยุคนี้
"หากหนังสือมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย อาจไปไม่รอด เช่นเดียวกับหนังสือ ที่ไม่วางตำแหน่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เชื่อว่าขายยากมากในปัจจุบัน แต่หากเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ถือว่ามีโอกาสทางธุรกิจในยุคนี้ ที่สามารถใช้เครื่องมือสื่อดิจิทัลในการสื่อสารตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะด้าน"
ในโลกออนไลน์ที่สามารถค้นหาข้อมูลและวิเคราะห์ความสนใจผู้บริโภคได้อย่างง่ายๆ ตัวอย่างเว็บไซต์กูเกิล ที่มีผู้เข้าไปค้นหาข้อมูลผ่านคำค้นต่างๆ ที่อยู่ในกระแส สำนักพิมพ์อาจเลือกดึงความสนใจของผู้คนจากคำค้นยอดฮิต มาผลิตเป็นหนังสือ ที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าในอินเทอร์เน็ต จะเห็นได้ว่าสื่อออนไลน์เป็นอีกช่องทางสำคัญในการพัฒนาคอนเทนท์หนังสือให้น่าสนใจ
ปกรณ์ กล่าวอีกว่านอกจากการพัฒนาคอนเทนท์ทางเว็บไซต์แล้ว สำนักพิมพ์บริษัทยังจัดทำหนังสือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสอบแอดมิชชั่น โดยศึกษาจากความต้องการของนักเรียนนักศึกษาที่พร้อมจ่ายเงินซื้อหนังสือที่สนใจ ทั้งยังอำนวยความสะดวกในการใช้งานและข้อมูล จึงมองว่าหนังสือบางประเภทไม่จำเป็นต้องจัดทำในรูปแบบอีบุ๊คตามกระแส แต่การผลิตหนังสือในรูปแบบใดจำเป็นต้องศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก
"เราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเทคโนโลยีทุกเรื่อง หากสินค้าเราน่าสนใจ มีจุดขาย และกลุ่มเป้าหมายชัดเจน โดยอาจเริ่มต้นที่ นิช มาร์เก็ต ก่อนจะพัฒนาสู่ตลาดแมส หากกลุ่มเป้าหมายขยายตัว"
แนวทางด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ยังต้องพิจารณาช่วงเวลาการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต ของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละวัย เช่น ช่วงเปิดเทอมกลุ่มวัยรุ่นมักใช้อินเทอร์เน็ตช่วง 2-3 ทุ่ม ส่วนช่วงปิดเทอมจะใช้งานทั้งวัน ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่จะใช้ช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง และใช้มากที่สุดในช่วงค่ำ ดังนั้นจำต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
ทางด้าน ประภาพร ช่างไม้ เจ้าของสำนักพิมพ์พราว กล่าวว่า สำนักพิมพ์เปิดตัวมา 2 ปี เรียกว่าทำยอดขายได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับหลายค่าย คือพื้นที่ร้านหนังสือค่อนข้างจำกัด ผนวกกับเป็นสำนักพิมพ์ขนาดเล็ก จึงไม่มีแนวคิดที่จะจ่ายค่าส่วนต่างให้หน้าร้านขายหนังสือเพื่อโปรโมชั่นหนังสือ ผู้อ่านจึงมีโอกาสน้อยมากที่จะเจอหนังสือพราวในร้านหนังสือทั่วไป
สำนักพิมพ์จึงสนใจการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เพราะว่าสื่อดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้อ่านในยุคนี้ แนวทางการทำตลาดจึงวางโจทย์ สร้างแบรนด์และตัวตนบนโลกออนไลน์ เพื่อทำให้คนอ่านเข้าหาสำนักพิมพ์ จนนำไปสู่การที่ผู้อ่านเดินเข้าไปถามหา"พราว"ในร้านหนังสือ
แนวทางการสื่อสารจึงมุ่งประชาสัมพันธ์สำนักพิมพ์ผ่านสื่อโซเชียลมาตั้งแต่แรก สิ่งที่สำคัญประการแรก คือ จะต้องรู้ว่าคนอ่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ไหน เหมาะกับการใช้สื่อใดในการสื่อสาร เพื่อใช้เครื่องมือสื่อสารตอบโจยท์การเข้าถึงผู้อ่าน
หนังสือของสำนักพิมพ์โฟกัสที่การสอนภาษา มีลักษณะการแปลคอนเทนท์เป็นภาพ จึงใช้ "อินสตาแกรม" เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ ปัจจุบันมีจำนวนผู้ติดตามกว่า 1.8 หมื่นคนภายใน 1 เดือน สิ้นปีนี้วางเป้าหมายไว้ที่ 5 หมื่นคน ซึ่งการสื่อสารกับผู้อ่านด้วยวิธีนี้ ถือว่าช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้สนใจและทำให้แบรนด์มีตัวตนในกลุ่มผู้อ่านมากขึ้น และเชื่อว่าจะส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น
ขณะที่ ณัฐชนน มหาอิทธิดล เจ้าของสำนักพิมพ์แซลมอน กล่าวว่าสื่อโซเชียลในยุคนี้ ถือเป็นเครื่องมือการสื่อสารสำคัญของสำนักพิมพ์รายเล็ก ที่มีงบประมาณการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออย่างจำกัด ดังนั้นโซเชียลมีเดีย จึงเป็นช่องทางสำคัญและมีอิสระในการสร้างสรรค์การสื่อสารและการใช้งานกับกลุ่มเป้าหมาย
"เครื่องมือโซเชียลมีเดีย ที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน อีกทั้งผู้บริโภคเป็นคนตัดสินใจเลือกรับข้อมูลสื่อสารเอง กลุ่มที่เข้ามาใช้เครื่องมือดังกล่างเป็นช่องทางทำพีอาร์ ต้องให้ความสำคัญกับการปรับรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย"


