ศิลปะลังกาที่วัดกัลยาณี

ศิลปะลังกาที่วัดกัลยาณี

วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) หรือที่คนไทยมักเรียกขานกันว่า วัดกัลยาณี เป็นวัดที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา

จากความรู้สึกนิ่งสงบที่ได้อยู่ใต้ร่มพระศรีมหาโพธิ์ (1 ใน 32 ต้นที่ตอนกิ่งมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อนุราธปุระ เมืองหลวงเก่าของศรีลังกา พระเจ้าอโศกมหาราชพระราชทานหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยามาให้) เฝ้าชมประติมากรรมเทวรูปต่างๆ อาทิ พระวิษณุ พระพิฆเนศ พระแม่คงคา และคนแคระ ประดับอาคารภายนอก

ครั้นพอเดินเข้าไปในพระวิหารของ วัดเกลานิยา (Kelaniya Temple) หรือที่คนไทยมักเรียกขานกันว่า วัดกัลยาณี กลับรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตะลึงขึ้นมาตามลำดับ

แสงน้อยๆ จากประตูที่ส่องเข้าไปในอาคารโถงกลาง ทำให้เราพบกับภาพจิตรกรรมในโทนสีขรึมเข้มเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมนูนต่ำรูปบุคคลและสัตว์ขนาดใหญ่ประดับอยู่ตามมุมต่างๆ ให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม ขณะเดียวกันก็ดูลึกลับน่าค้นหา

พระวิหารมีผังอาคารที่น่าสนใจ มีห้องเล็กๆ ขนาบสองข้างห้องโถงใหญ่ ด้านซ้ายมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโทนสีอ่อนหวาน เล่าเรื่องตามจารึกทางพุทธศาสนาของศรีลังกาที่บันทึกไว้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาประเทศศรีลังกา 3 ครั้ง

ครั้งแรกเสด็จไปห้ามศึกระหว่างกองทัพยักษ์กับคนเถื่อนรบราฆ่าฟันกัน ด้วยตั้งใจให้พระพุทธศาสนางอกงามในดินแดนลังกา

ครั้งที่สอง เสด็จมาห้ามทัพพญานาค แล้วทรงแสดงธรรมจนพญานาคทั้งสองฝ่ายเกิดความเลื่อมใส จึงถวายบัลลังก์ทองแด่พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงรับและให้บรรจุไว้ในเจดีย์ทรงระฆังคว่ำที่วัดกัลยาณี

ครั้งสุดท้าย ทรงรับนิมนต์จากพระเจ้าเกลานิยา และประทับรอยพระบาทไว้ที่ยอดเขาศรีพาดา

อาคารอีกด้านหนึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ และจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องของเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาลังกาต่อเนื่องกัน

เมื่อเดินออกจากประตูเล็กๆ ของทางด้านนี้ เราจะพบกับภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพระพุทธศาสนาในศรีลังกา วาดด้วยเส้นที่อ่อนช้อยและการใช้สีที่อ่อนหวาน โดยมีภาพชิ้นเอกเล่าเรื่อง การเดินทางของเจ้าหญิงเหมมาลา กับเจ้าชายทันตกุมารพระสวามี ขณะปลอมตัวเป็นพราหมณ์ เดินทางนำพระเขี้ยวแก้วไปเกาะลังกาตามพระราชโองการของพระเจ้าคุหะสีวะ แห่งนครทันตะปุระ เนื่องจากมีข้าศึกมาประชิดเมือง โดยเจ้าหญิงได้ซ่อนพระเขี้ยวแก้วไว้ในมุ่นมวยผม และผจญภัยนานากว่าจะเดินทางมาถึงเมืองอนุราธปุระ เมืองหลวงในอดีตของศรีลังกา

แสงสว่างที่สาดส่องมาจากช่องหน้าต่าง ลงมาตรงกลางภาพพอดี ทำให้ภาพจิตรกรรมชิ้นนี้สวยงามและดูโดดเด่นขึ้นมากว่าบริเวณอื่นๆ นับเป็นความชาญฉลาดของช่างฝีมือในอดีตเป็นอย่างมาก

ตามประวัติเล่าว่าวัดกัลยาณีมีมาสองพันปีแล้ว แต่ในช่วงอาณานิคมเข้าครอบครองวัดถูกทำลายหลายครั้ง จากนั้นก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา กระทั่งปี พ.ศ.2431 นางเฮเลนา วิเจวาร์เดนา เศรษฐีนีแห่งกรุงโคลัมโบได้บริจาคทรัพย์ศิลป์ในการบูรณะครั้งใหญ่ โดยมีนายโสริอัส เมนดิส ศิลปินชาวลังกาที่เป็นทั้งจิตรกรและประติมากร รับหน้าที่สร้างสรรค์ผลงานที่ใช้เวลากว่า 20 จึงแล้วเสร็จ

ผลงานประติมากรรมภายนอกพระวิหารที่ดูงดงาม มีความพอดีกับอาคารที่ดูสง่า เงียบขรึม เป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกับผลงานประติมากรรมและจิตรกรรมชนิดที่เรียกว่ารังเกียจพื้นที่ว่างเปล่า หรือ สร้างสรรค์จนไม่เหลือที่ว่างให้ได้เห็น กล่าวได้ว่าเป็นผลงานศิลปะที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยที่ นายโสริอัส เมนดิส ได้รับการขนานนามให้เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของศรีลังกา

วัดเกลานิยา หรือ วัดกัลยาณี อยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบ 13 กิโลเมตร หากมีโอกาสไปเยือนศรีลังกาอย่าลืมแวะไปชมกัน

หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิงจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ