ตามไปชิมอาหารอร่อยตำรับ "ตามใจฉัน"
3 แบบ 3 สไตล์ แถมยังไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินไปหาได้ตามใจอยาก
รสชาติแบบ "ตามใจคนทำ" และการตลาดแบบทำให้ลูกค้า "คิดถึง" ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว
ซาลาเปาหมูอ้วน ซาลาเปาแฮนด์เมด
"เราตั้งใจสืบทอดศิลปะการนวดแป้งซาลาเปาแบบดั้งเดิม ด้วยมือ อย่างปราณีต จะทำให้แป้งเหนียวนุ่ม กินอร่อย มีคุณค่าและเอกลักษณ์ของตัวเอง
ส่วนไส้ของซาลาเปาหมูอ้วน เราทำ ปรุงรสแบบบ้านๆ ที่คนในครอบครัว เพื่อนๆได้ชิมกันแล้วมีการบอกต่อ คัดสรร วัตถุดิบที่นำมาใช้อย่างดี ให้เต็มที่ เสมือนทำไปฝากเพื่อนๆ
ดังนั้น การผลิต ที่ใช้ใจและพลังของเราทั้งสองคน อาจจะตอบสนองความต้องการที่เข้ามา แบบค่อยเป็น ค่อยไป อยากให้คนที่ได้ทานซาลาเปาหมูอ้วน ได้สัมผัสถึงเนื้อแป้ง และไส้ต่างๆที่เราบบรจงปั้นแต่ละลูกด้วยใจผ่านมือสัมผัส ออกมาทีละลูก ทีละลูก" ต้อง - ชเพชร ชลานุเคราะห์ และ อุ๊ - วิลาสินี รัศมิทัต Blogger ท่องเที่ยวและอาหาร เจ้าของ Fanpage ตามกาลเวลา ( https://www.facebook.com/Tamkarnwelatrips )
กล่าวถึง "ซาลาเปาหมูอ้วน" ซาลาเปาแฮนด์เมดที่ 2 คนบรรจุปั้นเองขายเองใน Fanpage ซาลาเปาหมูอ้วน ( https://www.facebook.com/salapaomooauan ) ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้เพียง 6 เดือนก็ได้รับความนิยมไม่น้อย
ต้อง บอกว่า "เรา 2 คนอยากมีกิจการเป็นของตัวเองบ้าง คิดทำหลายอย่างกว่าจะมาลงตัวที่ซาลาเปา เนื่องจากมีสูตรของคุณน้าที่ทำกินเองในบ้าน เนื้อแป้งนุ่ม เราก็นำมาปรับปรุงแล้วคิดเป็นสูตรในแบบที่เราชิมแล้วคิดว่าอร่อย ส่วนไส้ของซาลาเปาทำแบบที่เราชอบ อย่างไส้ลาวาไข่เค็ม เราคิดอยู่นานกว่าจะได้ไส้ที่ไหลเยิ้มและรสชาติที่กลมกล่อม"
เมื่อได้รสที่ชอบ ซาลาหมูอ้วนเริ่มสำรวจตลาดด้วยการทำแจกจ่ายให้ลองชิมกันในหมู่เพื่อนฝูง และคนรู้จัก เป็นเวลาพอสมควรก่อนที่จะเปิดจำหน่ายโดยอาศัยโลกออนไลน์ที่คุ้นเคยเป็นช่องทาง
ด้วยภาพถ่ายซาลาเปาอวบๆไส้ลาวาไหลเยิ้มชวนรับประทาน เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดีทำให้ซาลาเปาหมูอ้วนได้รับการอุดหนุน และบอกต่อกันปากต่อไปในเวลาอันรวดเร็ว
"ซาลาไส้ลาวาของเรามี 2 ไส้ คือ ลาวาไข่เค็ม (ครีมคัสตาร์ด ผสมไข่เค็ม) กรีนลาวา (สังขยา) เมื่อกินแล้วจะเหมือนกับกินขนมปังสังขยา รสชาติของเราไม่หวานมาก นอกจากนี้ก็มีไส้ครีมคัสตาร์ด หมูแดง หมูสับ และไส้ผัก ทุกอย่างลูกละ 20 บาทเท่ากัน"
ความที่ไม่มีหน้าร้านทั้งสองคนบอกว่า ทำให้เต็มที่ในเรื่องการใช้วัสถุดิบ เพราะไม่ต้องมีต้นทุนในเรื่องค่าเช่าร้านมาเพิ่ม ส่วนการจำหน่ายในโลกโซเชี่ยลมีเดียทำให้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด
"ทุกวันนี้ปั้นซาลาเปากันวันละไม่ต่ำกว่า 500 ลูก เราขอให้ลูกค้าออเดอร์ล่วงหน้า 1 - 2 วัน เนื่องจากเราเมีโปรแกรมการเดินทางอยู่ตลอด การนัดหมายสั่งซื้อและรับซาลาเปาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เรามีบริการจัดส่งด้วยแต่ลูกค้าต้องรับผิดชอบค่ามอเตอร์ไซค์ หรือ ค่าแท็กซี่เอง" อุ๊ เจ้าของฉายา หมูอ้วนจอมพลัง ในพันทิปบอกกับเรา
สนใจซาลาเปาแฮนด์เมดที่คนปั้นๆด้วยใจ ติดต่อได้ที่โทร.08 1613 3288,08 1627 9894
ก๋วยเตี๋ยวโคตรเครื่อง
แค่ได้ยินชื่อก็เร้าใจแล้ว ยิ่งมาได้เห็นการจัดร้านในงานอีเว้นท์ที่นำเอาเครื่องเคราของก๋วยเตี๋ยวมาวางเรียงซ้อนกันหลายแถว โดยเฉพาะหม้อน้ำซุปขนาดใหญ่อลังการอบอวลไปด้วยกลิ่นควันหอมฉุย แม้ว่าท้องอิ่มยังต้องหยุดชมหน้าร้านที่เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ
ภัทรวดี แก่นบัว หรือ คุณน้องตา แม่ค้ายอดอารมณ์ดีบอกว่าตั้งใจจะขายเล่นๆ สนุกๆ เท่านั้น
" ทำอย่างที่เราอยากกิน ชอบกินอะไรก็ใส่เข้าไป เลือกแต่ของอร่อย ถ้าไม่อร่อยใส่ไปใครเขาจะกลับมากิน" คือนิยามสั้นๆ
คุณน้องตาไม่ใช่แม่ค้ามือใหม่ สมัยตอนอายุ 17 (ปัจจุบัน 48 ปี) เปิดร้านขายลูกชิ้นปิ้ง หมูปิ้ง ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร "ลูกชิ้นเราสั่งตีตามสูตรที่เราชอบ ขายไม้ละ 3 บาท ขายได้วันละ 7 พัน กำไรมั้ยคะ เมื่อก่อนลูกชิ้นกิโลละ 80 บาท"
เหตุที่มาขายก๋วยเตี๋ยวนั่นเป็นเพราะว่าได้สูตรมาจากอากง เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังในตำบลลำนารยณ์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
"เราเป็นรุ่นหลาน ได้สูตรมาก็ทำกินกันเองในครอบครัว รุ่นหลานปรับสูตรก๋วยเตี๋ยวเนื้ออากงมาทำเป็นก๋วยเตี๋ยวหมู เรานำความพิถีพิถันของอากง เทคนิคในการปรุงมาใช้ เราชอบกินเย็นตาโฟก็มาดัดแปลงเอา" ว่าแล้วก็เปิดร้านอยู่ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทั่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา
"คราวนี้เราไม่เปิดเป็นร้านแล้ว ออกขายตามงานอีเว้นท์ดีกว่า ก็ออกมาตามอีเว้นท์ ไปเรื่อย ถ้าเรามีหน้าร้านคนจะมาเบาๆมาเนืองๆ ขายทุกวันมาเมื่อไหร่ฉันก็เจอเธอ แต่มาตามอีเว้นท์ฉันมาแค่สิบวันนะ เจอกันงานหน้านะ บอกลูกค้าอย่างนี้ เรามีตารางงานขายทั้งปี ที่พาราไดซ์พาร์ค แห่งเดียว เราจะมา 4 ครั้งในหนึ่งปี"
ส่วนที่มาของโคตรเครื่องนั้น เจ้าของร้านบอกว่าใส่ทุกอย่างที่อยากกิน มีทั้งเนื้อปลากะพง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นแคระ ฮื่อก้วยโบราณ(ไม่ทอดใช้วิธีลวก) ฮื่อก้วยแบบทอด ลูกชิ้นกุ้ง ปลาหมึก หมูนิ่ม หมูสับ เห็ดหูหนู ลูกชิ้นแคะหมู ลูกชิ้นแคะเต้าหู้
"เมนูยอดอร่อยของเราเป็นเย็นตาโฟโคตรเครื่อง ปรุงรสมาให้เลยใครชอบแบบนิ่มๆกินได้เลย แต่ถ้าชอบรสจัดเต็มน้ำส้มกับพริกขี้หนูอีกหน่อยก็พอ อีกเมนูเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ แบบโบราณมีแค่กุ้งแห้ง หมูสับ เรามาเพิ่มเครื่องให้เป็นโคตรเครื่อง ตามอารมณ์ของเราชอบอะไรใส่เข้าไป
เคล็ดลับของเราอยู่ที่เลือกใช้ของสด คัดสรรลูกชิ้นอย่างดี เราใช้มะนาวสด ถั่วคั่วเอง กระเทียมเจียวเอง พริกถ้ามีเวลาทำเอง พริกต้องเผ็ด เราแปะป้ายเตือนลูกค้าไว้เลย แต่ก็ไม่ค่อยเอนะ" เจ้าของร้านเล่าอย่างอารมณ์ดี
ก่อนจากกันเธอย้ำว่า " ขายเล่นๆ สนุกๆนะคะ " แต่รสชาติต้องอร่อยตามใจฉัน อันนี้ของจริง (สอบถามวันเวลาออกร้าน หรือ จัดเลี้ยงได้ที่ โทร.08 9046 7707 , 09 2330 4419 )
ซุปไก่ปาร์ดังเบซาร์กับชิกกุ๊ดเต๋
คุณจีน ออง เป็นคนมาเลเซียที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองไทยมาเป็นเวลานาน กว่า 20 ปีที่ทำงานในธุรกิจทางด้านอาหาร เดินทางไปเผยแพร่อาหารไทยในหลายประเทศ เขายืนยันว่า
"รสชาติของอาหารไทยนั้นอร่อยที่สุด คนไทยทำอาหารเก่ง และอาหารไทยมีรสชาติที่กลมกล่อม"
คุณออง ยกตัวอย่าง บักกุ๊ดเต๋ อาหารที่นิยมรับประทานกันทางภาคใต้ของประเทศไทย รวมไปถึงมาเลเซีย และสิงคโปร์
อาหารเมนูเดียวกัน แต่ละประเทศก็มีรสชาติที่แตกต่างกันไป
"ผมต้องการเผยแพร่อาหารไทย โดยเฉพาะอาหารภาคใต้ให้ที่เป็นลูกผสมของจีน กับอาหารมาเลย์" ด้วยเหตุนี้คุณอองและหุ้นส่วนจึงเปิดบริษัท มัลติ จี เฮ้าส์ เพื่อดำเนินธุรกิจอาหารภาคใต้ โดยเน้นเมนูเด่น ได้แก่ ซุปไก่ปาดังเบซาร์ และชิกกุ๊ดเต๋ เบื้องต้นไม่มีหน้าร้านแต่ตระเวณไปตามงานอีเว้นท์และรับบริการจัดเลี้ยงในงานประชุม สัมนาต่างๆ ในนามของ จีนโฮ่วเจี๊ยะ
คุณออง รับหน้าที่พ่อครัวและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ คัดเลือกสั่งซื้อวัตถุดิบและลงมือปรุงอาหารตั้งแต่เช้ามืด
"ซุปไก่ปาดังเบซาร์ ไม่เหมือนซุปทั่วไปเพราะว่าใส่ผงกะหรี่และเครื่องเทศมากกว่า 10 ชนิด เครื่องเทศทั้งหมดมาจากมาเลย์ผมจะนำมาผสมกันแล้วป่นให้เป็นผงแห้ง เวลาปรุงต้องนำไปผัดกับน้ำมันประมาครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เติมน้ำลงไปเคี่ยวกับซี่โครงไก่ใส่ขมิ้น ขิง ตะไคร้ ใบเตย เคี่ยวไปอีก 4 ชั่วโมง
ส่วนชิกกุ๊ดเต๋ มาจากบักกุ๊ดเต๋ ซึ่งใช้กระดูกหมู ผมคิดว่าอยากให้คนมุสลิมกินได้ด้วย ที่เมืองไทยมีอาหารไทยผสมจีนหลายอย่าง ซุปไก่ปาร์ดังเบซาร์ กับชิกกุ๊ดเต๋ของผมจึงไม่ใช่อาหารมาเลย์ แต่เป็นอาหารใต้ รสชาติไม่เหมือนมาเลย์ สิงคปร์" คุณอองย้ำ
ซุปไก่ปาร์ดังเบซาร์ เสิร์ฟพร้อมกับข้าวผัดหอมเจียว (ใช้วิธีนำหอมเจียวเข้าไปผสมกับข้าวตอนหุง ทำให้ข้าวได้รสหวานและมีกลิ่นหอมจากหอมเจียว) แรกทีเดียวคิดว่าจะเป็นซุปไก่รสจืด หากเมื่อได้ลิ้มรสจึงได้เข้าใจว่ารสชาติของซุปไก่ปาร์ดังเบซาร์ไม่เหมือนซุปทั่วไปจริงๆ เพราะมีทั้งรสกลมกล่อมที่มีรสเปรี้ยวนำ ตามด้วยเค็มและหวานนิดๆ ไม่เผ็ดแต่ร้อนด้วยเครื่องเทศ
ส่วนชิกกุ๊ดเต๋ น้ำซุปต้มไก่ใส่เครื่องยาจีน เสิร์ฟคู่กับข้าวผัดหอมเจียว กระเทียม พริกขี้หนู และซีอิ๊วดำ
เครื่องเคียงรสเหล่านี้ คุณอองแนะว่าให้เติมพริกขี้หนู กระเทียม และซีอิ๊วใส่ลงในข้าวผัดหอมเจียว คลุกให้เข้ากันแล้วค่อยตักเนื้อไก่มารับประทานคู่กันจะทำให้ได้รสชาติมากกว่าการนำเอาเครื่องเคียงไปใส่ในซุป หรือว่าทำเป็นน้ำจิ้ม
อยากลองลิ้มอาหารเด็ดของ จีนโฮ่วเจี๊ยะ อาหารภาคใต้ลูกผสมจีนและมีกลิ่นไอมาเลย์ (สอบถามวันเวลาออกร้าน หรือ จัดเลี้ยงได้ที่ โทร. 08 8368 9988)
ภาพ / เอกรัตน์ ศักดิ์เพชร





