นักเดินทางแต่ละคนมีสไตล์ไม่เหมือนกันทำให้การเลือกสถานที่ท่องเที่ยวไม่เหมือนกัน
คนหนึ่งว่า ที่นี่เยี่ยมยอดและสวยงาม ขณะที่อีกคนอาจจะบอกว่า ก็งั้นๆ เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย เว็บไซท์ smartertravel ของสหรัฐอเมริกาก็นำเสนออีกมุมมองหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี เมื่ออ่านจบ อาจมีบางคนเปลี่ยนใจไม่ไปที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกก็เป็นได้
กลุ่มหินสโตนเฮนจ์ ประเทศอังกฤษ
กลุ่มหินนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนาเมืองซัลลิสเบอร์รี่ ห่างจากลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษไปประมาณ 10 ไมล์ ที่นี่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกประกอบด้วยแนวหินขนาดมหึมาเรียงรายราวๆ 3 กิโลเมตร และ มีกลุ่มหินใหญ่ประมาณ 112 ก้อนอยู่ตรงกลาง แต่ละก้อนหนักเป็นตันๆ และวางซ้อนกันโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครทำ
เว็บไซท์นี้กล่าวว่า กลุ่มหินนี้มีความลึกลับซับซ้อนและมหัศจรรย์อย่างมาก แต่นักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่นจะพบว่า พวกเขาไม่สามารถเข้าไปใกล้กลุ่มหินนี้ได้เพราะมีรั้วเตี้ยๆ กั้นพร้อมเจ้าหน้าที่คอยกันไม่ให้เข้าไป มาตรการนี้เพื่อความปลอดภัยเพราะก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวขโมยเศษหินกลับบ้าน พวกเราอุตส่าห์ดั้นด้นออกนอกเมืองและเสียค่าตั๋วเพียงเพื่อเข้าไปยืนดูจากระยะไกล ข้อแนะนำคือ นักท่องเที่ยวน่าจะไปเที่ยวที่เมืองอาเวอร์เบอร์รี่ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 25 ไมล์ เมืองนี้ตั้งอยู่ตรงกลางแนวหินเช่นเดียวกันและยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชมอีกด้วย
นาฬิกาดาราศาสตร์ ประเทศเชค
หอนาฬิกาดาราศาสตร์ของปราก เมืองหลวงของเชค เป็นหนึ่งในนาฬิกาดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเดินอยู่ นอกจากนั้นยังสวยงามจากการสร้างที่ประณีตและละเอียด นาฬิกาเรือนนี้มีส่วนประกอบหลักๆ อยู่สามส่วนคือ หน้าปัดที่บอกเกี่ยวกับดาราศาสตร์ การอธิบายตำแหน่งการโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์บนท้องฟ้าและการออกมาเดินของสาวกของพระเยซูทั้ง 12 คน ส่วนประกอบสุดท้ายนี่เองที่ทำให้คนจากทั่วโลกเดินทางมาที่นี่เพื่อแหงนคอดู โดยสาวกทั้ง 12 คนนี้จะออกมาเดินทุกๆ 1 ชั่วโมงพร้อมกับทำท่าต่างๆ กันไป
แต่นักท่องเที่ยวหลายคนก็ไม่ชอบที่จะไปยืนแหงนคอตั้งบ่าดูนาฬิกาซึ่งตั้งอยู่บนหอคอยสูง เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง หลายคนเห็นสาวกพระเยซูไม่กี่คนก็เมื่อยคอเสียก่อน พอพักให้หายเมื่อย สาวกก็เดินจบไปแล้ว ข้อแนะนำข้อหนึ่งคือ ให้ไปเดินเที่ยวรอบๆ แล้วค่อยกลับมาดูใหม่ อย่ามายืนคอยเกือบ 1 ชั่วโมง นาฬิกาเรือนนี้เริ่มตีบอกเวลาตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม
หินบลานนี่สโตน ประเทศไอร์แลนด์
นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปที่ปราสาทบลานนี่ พวกเขาพากันเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อจะให้ได้จุมพิตหินบลานนี่สโตนที่เชื่อกันว่า จะทำให้พวกเขามีโวหารคมคาย ชนะใจคน หรือที่เรียกว่า สาริกาลิ้นทองนั่นเอง การจุมพิตหินก้อนนี้ซึ่งตั้งอยู่บนปราสาทสูงก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะต้องหงายหลังจุมพิตโดยมีคนคอยดึงตัวไว้เพราะถ้าตกลงไปก็มีสิทธิ์ตายได้
เว็บไซท์นี้กล่าวเตือนว่า นักท่องเที่ยวต้องรู้ด้วยว่า ผู้คนเป็นหมื่นๆ แสนๆ คนได้มีโอกาสจุมพิตหินศักดิ์สิทธิ์นี้ ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวจุมพิตซ้ำก็อาจได้รับเชื้อโรคได้ (ข่าวลือเรื่องหนึ่งมีว่า มีคนแอบขึ้นไปที่นี่ในยามวิกาลและปัสสาวะใส่หินนี้ด้วย) ดังนั้นก็ให้คิดดูเองละกันว่า คุ้มกันไหมกับการต้องไปยืนเข้าแถวหลายชั่วโมงเพื่อจุมพิตหินก้อนนี้ ทางที่ดีนักท่องเที่ยวน่าจะไปเดินชมปราสาทแห่งนี้มากกว่าเพราะปลอดภัยและสะอาดกว่าแน่นอน
ไทม์สแควร์ สหรัฐอเมริกา
แยกสำคัญของถนนในแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก เป็นจุดตัดของถนนบรอดเวย์กับถนนเซเวนท์ เอเวนิว ที่นักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลไปเยี่ยมชมโดยเฉพาะตอนกลางคืน เพราะที่นี่ป้ายโฆษณาขนาดมหึมา น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ตอนนี้พื้นที่แถวนั้นมีแต่แผงลอยขายกระเป๋า ขายดีวีดีและภัตตาคารมากมาย คนท้องถิ่นที่นั่นก็พากันหาทางอพยพออกไปหาที่อยู่ใหม่เพราะพื้นที่แถวนั้นมีแต่นักท่องเที่ยว คนแถวนั้นพากันไม่เข้าใจว่า ทำไมนักท่องเที่ยวถึงได้ดั้นด้นมาที่นี่เพียงเพื่อซื้อขนมและลูกกวาดที่ห้างเอ็มแอนด์เอ็มและกินข้าวที่ร้านโอลีฟการ์เด้นที่แสนจะไม่อร่อย





