วธ.จะทำสถิติโลกขึ้นว่าวกลางสนามหลวงฉลอง232 ปีกรุงรัตนโกสินทร์19-21เม.ย.นี้ หวังมากที่สุดในโลก
นายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)กล่าวว่า ได้จัดงานและเฉลิมฉลอง วันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในวันที่ 2เมษายน 2557 เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ปลัดวธ. กล่าวต่อไปว่า ภายในงานได้คัดสรรสุดยอดการแสดงมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ ได้แก่ การแสดงพิธีเปิด ชุด"เกริกก้องฟ้า ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์"การแสดงของสภาวัฒนธรรม กทม. การแสดงศิลปะเพื่อเยาวชน 4 ภาค การแสดงพื้นบ้าน ฉ่อย ลำตัด อีแซว ละครนอกแก้วหน้าม้า การแสดงชุดภิรมย์รำเพย สมัยรัชกาลที่ 5 มหรสพตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 1 - 9 การแสดงโขน ลิเกไชยา มิตรชัย หุ่นละครเล็ก หุ่นกระบอก วงดนตรีลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์ การแสดงนานาชาติ คอนเสิร์ตทั้งจาก ศิลปินแห่งชาติ สุนทราภรณ์ และศิลปินเดอะสตาร์ ที่สำคัญปีนี้ได้มีประเทศต่างๆส่งสุดยอดการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมมาร่วม 4 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย และจีนรวมไปถึงการออกร้านของดีบ้านฉันของสภาวัฒนธรรมกทม. และของดีจาก 76 จังหวัด กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ฯลฯ
นายปรีชา กล่าวด้วยว่า นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนจะได้เห็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่และครั้งแรกในประเทศไทยในงานดังกล่าว ที่จะมีการขึ้นว่าวพรวน9,232ตัว และว่าวงู จำนวน 999 ตัว รวมเป็น 10,231 ตัว ในท้องฟ้าท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นการขึ้นว่าวที่มากที่สุดในโลก สำหรับว่าวพรวน 1 ชุด จะประกอบไปด้วยว่าวตัวใหญ่ 1 ตัว ร้อยสายตัวเล็กอีก 40 ตัว ซึ่งตัวว่าวจะติดรูปที่เกี่ยวเนื่องกับรัตนโกสินทร์ เช่น ภาพเก่าวัดพระแก้ว เทียบกับภาพปัจจุบัน ภาพเก่าวัดอรุณราชวราราม กับปัจจุบัน ภาพภูเขาทองเก่า วัดสระเกศราชวรมหาวิหารกับปัจจุบัน เป็นต้น การขึ้นว่าวครั้งนี้จะใช้คนขึ้นว่าวประมาณ 400 คน อีกทั้งจะเปิดให้ประชาชนที่มาชมงานได้ร่วมขึ้นว่าวรูปหัวใจสีม่วง เขียนคำว่า "ทรงพระเจริญ" เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีด้วย
นายปริญญา สุขชิต นักประดิษฐ์ว่าวไทย เปิดเผยว่า การทำว่าว 9,232 ตัวได้หลักคิดมาจาก เลข 9 หมายถึง เราอยู่ในยุคของรัชกาลที่ 9 ส่วนตัวเลข 232 หมายถึงปีของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมกันนี้ ในช่วงของการจัดงาน ยังมีการจัดแข่งประกวดว่าวจุฬา ปักเป้า ในรูปแบบสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วย ซึ่งถือว่าว่าวคือเอกลักษณ์ คู่กับท้องสนามหลวง กรุงรัตนโกสินทร์ ที่ปัจจุบันนี้แทบไม่มีให้เห็นแล้วโดยในงานนี้จะมีการสอนและสาธิตการทำว่าว พร้อมกับแจกว่าวให้ผู้เข้าร่วมงานวันละ 232 ตัวด้วย
ทั้งนี้ ว่าวไทยนั้น มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานโดยเฉพาะยุคแห่งกรุงรัตนโกสินทร์สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การเล่นว่าวเป็นการละเล่นและกีฬาที่นิยมโดยเฉพาะรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสนับสนุนกีฬาเล่นว่าว มีการประกวดและแข่งขันว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า โดยมีกติกาการแข่งขันเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การแข่งขันยุติธรรมและสนุกสนาน โดยสถานที่เล่นว่าวที่เป็นที่รู้จักกันดีมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบันคือ ท้องสนามหลวงนั่นเอง





