เฮฮา 4 ขา คาเฟ่

เฮฮา 4 ขา คาเฟ่

มากกว่าแค่ยินดีต้อนรับเพื่อนรักสี่ขา เพราะ 'คาเฟ่' ยุคนี้มีเหล่า 'ทูนหัว' รอต้อนรับขับสู้ให้ทาสทั้งหลายมาพะเน้าพะนอ เอาใจ จนถึงถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้แชร์อวดชาวโลก

จากคาเฟ่สุดชิคสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรักที่เปิดทั่วทุกมุมเมือง และมีจุดขายคือป้ายยินดีต้องรับน้องๆ สี่ขาให้เจ้าของสามารถพาเข้ามาใช้บริการได้ โดยมีน้ำท่าอาหารสำหรับน้องไว้คอยบริการอย่างหรู แถมบางร้านเป็นขั้นแอดวานซ์ด้วยบริการแบบวันสต๊อปเซอร์วิส มีทั้งบริการเสริมสวย อาบน้ำ ตัดขน ทำเล็บ หรือจะชอปปิงเบาๆ กับแอคเซสเซอรี่นานาชนิด จนถึงเปิดห้องพักค้างคืนให้กับสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของต้องการนำมาฝากก็ยังมีให้เห็นเต็มไปหมดนั้น

มาถึงวันนี้ จากคาเฟ่หมาแมวในแบบที่เข้าใจกันก็เริ่มเปลี่ยนนิยาม ขยายลามไปถึงการเป็นคาเฟ่ที่คุณลูกค้าสามารถเดินตัวปลิวเข้ามาเล่นกับน้องๆ สี่ขาโฮ่งเหมียวของทางร้านได้โดยไม่ต้องลำบากเลี้ยงให้ยุ่งยาก

  • 4 ขา แชร์สนั่น

ยังคงเป็นไปตามเทรนด์ 'ทูนหัวของบ่าว' ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของทาสแมวทั้งหลายก็ส่งผลให้คาเฟ่แมวกลายเป็นเทรนด์ฮิตข้ามปี และยังมีร้านเปิดใหม่ตามกันมาอีกเป็นพรวน ด้วยจุดขายคือ น้องแมวพันธุ์ดีมีสกุลให้คุณลูกค้าเข้ามาเสนอตัวเป็นทาส เกาคาง เกาคอ คอยพะเน้าพะนอ เอาใจ อย่างเช่น ร้าน 'แคทอะฮอลิค' คาเฟ่แมวชื่อดังในซอยสุขุมวิท 39 นั้น แม้จะเงียบไปบ้างเพราะพิษการเมือง แต่ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ก็ยังคิวแน่นจนต้องโทรจองกันเลยทีเดียว

"ร้านเราไม่ค่อยมีกฎที่เคร่งครัดมาก เน้นความเป็นกันเอง ที่สำคัญคือเราให้ลูกค้าอุ้มแมวได้ ลูกค้าก็เลยเยอะครับ" บาส พนักงานประจำร้านแคทอะฮอลิคเริ่มต้นเล่าให้ฟัง ก่อนจะชี้ชวนให้ดูเซเลบประจำร้าน อย่าง 'น้องวูฟ' หรือชื่อเต็มๆ คือ วูฟเวอร์รีน แมวยักษ์จอมป่วนที่เป็นหัวหน้าแก๊งชวนเพื่อนซนตลอดเวลา หรือจะเป็น 'น้องพัฟ' แมวแร็กดอลล์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายาก เพราะเพราะไม่มีฟาร์มในบ้านเรา ต้องนำเข้าเท่านั้น โดยจุดเด่นของน้องพัฟ นอกจากจะมีขนปุกปุยเหมือนตุ๊กตาผ้าแล้ว นิสัยยังเป็นมิตรมาก เชื่องคน ที่สำคัญคือ เวลาถูกอุ้มจะปล่อยตัวย้วย ไม่ขืนหรือเกร็งตัว ทำให้มีแฟนคลับอยู่จำนวนไม่น้อย

นอกจากนี้ยังมี 'คาราเมล' อีกหนึ่งเซเลบผู้มีท่านอน ท่านั่ง ประหลาดผิดแมว แถมยังไม่แยแสต่อชัตเตอร์ที่ระรัวของบรรดาแฟนคลับ จนทำให้โด่งดังในโซเชียลเพราะมีรูปถูกแชร์มากเป็นพิเศษ

"ลูกค้าเรามีทั้งกลุ่มพวกนักเรียน นักศึกษา ประเภทเพื่อนชวนกันมา ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมาตามกระแส อีกกลุ่มเป็นคนวัยทำงาน ที่รักแมวจริงๆ ซึ่งมีทั้งที่เลี้ยงแมวอยู่แล้ว กับที่อยากเลี้ยงแต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็มาลองๆ ดูที่ร้านก่อน หรือบางคนก็เลี้ยงไม่ได้ แต่รักแมวก็เลยมาที่นี่ ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่มากันเป็นครอบครัว กลุ่มนี้จะเหมือนมาพักผ่อน ใช้เวลาสนุกๆ กับครอบครัว" บาสสรุปให้ฟัง และยังตบท้ายว่า สำหรับลูกค้ากลุ่มแรกที่มาตามกระแสนั้น ส่วนใหญ่จะไม่มาใช้บริการซ้ำ โดยจะเปลี่ยนไปร้านคาเฟ่อื่นๆ แทน

สำหรับร้านคาเฟ่กระต่าย Lucky Bunny Cafe' Restaurant ในซอยลาดพร้าว 101 ที่เพิ่งเปิดมาได้ราวครึ่งปีนั้น กัลยาณี เจียมสินกุล เจ้าของร้านเล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านว่า เริ่มจากลูกสาวเป็นคนอยากทำ และชักชวนเธอให้เปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านเป็นคาเฟ่กระต่าย จากนั้นแม่ลูกก็เริ่มตระเวนหากระต่ายสายพันธุ์ต่างๆ โดยเน้นทั้งพันธุ์ยอดฮิต เช่น กระต่ายหูตกน่ารักน่าเอ็นดูอย่าง ฮอลแลนด์ลอป, กระต่ายพันธุ์แคระ มินิเร็กซ์, กระต่ายหูตั้งแสนซน เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ และกระต่ายพันธุ์ดัตช์ นอกจากนี้ก็ยังเลือกสีแปลกๆ หายากมาไว้ที่ร้านด้วย

เริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีทั้งกระต่าย ไม่มีทั้งความรู้ กัลยาณี เลยต้องขวนขวายหาความรู้พร้อมๆ ไปกับการคัดเลือกสายพันธุ์ โดนหลอกบ้างอะไรบ้าง บางครั้งฟาร์มที่ขายก็ให้ความรู้ผิดๆ จนทำให้กระต่ายต้องตายไป เธอก็เลยเสียใจมาก และเริ่มหันมาหาผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคุณหมอจริงๆ โดยเชิญสัตวแพทย์มาดูแลกระต่ายที่ร้านอย่างสม่ำเสมอ ทั้งตรวจร่างกาย และให้วัคซีน จนตอนนี้สิริรวมกระต่ายในความดูแลทั้งสิ้น 31 ตัว

"ประมาณครึ่งหนึ่งของลูกค้าเรา คือ มาตามแฟชั่นเลยค่ะ มาถ่ายรูปเล่นกันแล้วก็แชร์บนอินสตาแกรมบ้าง เฟซบุ๊คบ้าง ซึ่งหลายคนก็โอเค เข้าใจกฎของเราดี แต่ก็มีจำพวกที่ไม่เคารพกฎของทางร้าน บางคนอุ้มกระต่ายเด็กขึ้นมาทั้งๆ ที่เราห้ามไว้ ซึ่งหากเตือนแล้วยังไม่ฟัง เราก็เชิญออกจากร้าน เราไม่แคร์ลูกค้าที่ไม่สนใจกฎค่ะ" เธอบอก

แต่ลูกค้าแย่ๆ ก็เป็นเพียงส่วนน้อยที่เธอพบ เพราะยังมีลูกค้าประจำของร้านที่เข้าขั้น VIP และ Beyond VIP มาใช้บริการจนคุ้นเคยกันดี ซึ่งเธอบอกว่า มีทั้งคนที่เลี้ยงกระต่ายอยู่แล้ว แต่เลี้ยงตัวเดียวเลยกลัวจะเหงาก็เลยพามาหาเพื่อน บางคนเคยเลี้ยงแล้วเสียชีวิตก็ไม่กล้าเลี้ยงอีก อาศัยมาเล่นกับกระต่ายที่ร้าน หรือบางคนก็เลี้ยงไม่ได้เพราะแพ้ขน แต่ชอบกระต่ายมาก ก็เลยกลายเป็นลูกค้าประจำไปก็มี

แม้จะมีหลายปัจจัยที่ทำให้กระแสเพ็ทคาเฟ่เป็นที่นิยมมากขึ้น แต่ที่ดูจะเป็นเหตุผลหลักของลูกค้าที่เข้ามาหาเดอะแก๊ง 'ไซบีเรียน ฮัสกี' มาดเท่ที่ร้าน 'ทรู เลิฟ คาเฟ่' ในซอยอารีย์สัมพันธ์ 2 นั้น โชติรส รัตนะพีระพงศ์ เจ้าของร้านเฉลยว่า เพราะสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่ใฝ่ฝันของคนจำนวนมาก แต่ด้วยข้อจำกัดในการเลี้ยงที่ทั้งยุ่งและยาก หากต้องการจะให้น้องหมาดูดี ขนสวยเก๋ หน้าตาเหมือนส่งกรูมมิ่งตลอดเวลานั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากมากโดยเฉพาะกับสุนัขพันธุ์นี้

"พันธุ์นี้คนชอบเยอะ แต่ไม่ใช่ว่าทุกๆ คนจะเลี้ยงให้ดีได้ โดยเฉพาะบ้านเราเป็นเมืองร้อนชื้น ซึ่งการจะดูแลให้ขนสวยงามนี่ยากมาก เบื้องหลังความงามมีอะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะไซบีเรียนฯ เขามีขนสองชั้น เราไม่สามารถปล่องทิ้งให้แห้งตามธรรมชาติได้ ถ้าอาบน้ำเสร็จต้องมาเป่าด้วยไดร์สำหรับเป่าขนหมาโดยเฉพาะ ใช้เวลานานชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงกว่าขนจะแห้งสนิท"

นอกจากนี้ ด้วยนิสัยมั่นใจในตัวเอง มีความเป็นผู้นำสูง แน่นอนว่า ลืมไปได้เลย สำหรับใครที่อยากจะแสดงความเป็นนายต่อสุนัขพันธุ์นี้

"เรียกเขาเขาไม่มาหรอกค่ะ ไม่ฟังด้วยซ้ำ บางคนมาลองเล่นแล้วถึงรู้ว่า เออ.. มันไม่เหมาะกับเรานะ ก็มี ซึ่งการมาทดลองทำความคุ้นเคยกันก่อนแบบนี้ก็ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจ ไม่ใช่ว่าเห็นหน้าตาแล้วชอบก็ซื้อมาเลี้ยงเลย แต่ก็ยังมีลูกค้าอีกกลุ่มที่ชอบพันธุ์นี้จริงๆ แต่ติดขัดด้วยข้อจำกัดบางอย่าง เช่นไม่มีสถานที่เลี้ยง ไม่มีเวลา หรือ ที่บ้านเป็นภูมิแพ้ ฯลฯ กลุ่มนี้ก็จะมาบ่อยมาก เพราะรักจริงๆ" โชติรส เล่า

  • เล่นได้ ต้อง 'เล่นดี'

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อทั้งจากสัตว์สู่คน และจากคนสู่สัตว์ ที่อาจมีความเสี่ยงมากโดยเฉพาะกับสัตว์และคนที่ต่างก็แปลกหน้าซึ่งกันและกันนั้น สพญ.ศรัญญา ประพิตรภาพ หรือ คุณหมอใบเฟิร์น ให้ความเห็นว่า อันที่จริงแล้วสัตว์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากกว่าคน เพราะโดยมากร้านเหล่านี้จะดูแล ฉีดวัคซีนให้กับสัตว์เลี้ยงอยู่แล้วเนื่องจากเป็นเรื่องพื้นฐาน เพราะฉะนั้น เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งมีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะติดจากสัตว์สู่คนได้จึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่จะให้ดี ลูกค้าก็ควรเช็คจากทางร้านให้มั่นใจด้วยว่า น้องๆ สี่ขาของที่ร้านได้รับการฉีดวัคซีนที่จำเป็นครบหมดแล้วหรือไม่ และมีตัวไหนที่แสดงอาการป่วยหรือเปล่า

นอกจากนี้ก็ยังมีโรคเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดจากความไม่สะอาดของทั้งสัตว์เลี้ยง และสถานที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีอาการท้องเสียได้ โดยเฉพาะกับคนที่เซ้นซิทีฟเป็นพิเศษ

"นอกจากเรื่องพิษสุนัขบ้าที่ต้องระวังแล้ว สำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้านด้วย ก็ต้องระมัดระวังโรคติดเชื้อบางชนิดที่เราเองนี่แหละที่อาจนำพาไปติดสู่น้องหมา น้องแมวที่บ้านได้ เช่น โรคท้องเสีย ลำไส้อักเสบ ไข้หัดสุนัข เอดส์แมว และลูคีเมีย โดยเฉพาะกับโรคที่แอลกอฮอล์อาจฆ่าเชื้อไม่ได้ทั้งหมด เช่น ลำไส้อักเสบ และ ไข้หัดสุนัข นั้น ก็ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ" คุณหมอใบเฟิร์นบอก

ที่สำคัญ คือ ไม่ใช่แค่ระวังอย่าให้มาติดสัตว์เลี้ยงที่บ้านเท่านั้น แต่บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงป่วยเป็นโรคติดเชื้อ ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะมาใช้บริการคาเฟ่ประเภทนี้เพราะเราอาจเป็นตัวนำเชื้อโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงที่คาเฟ่ได้ เพราะจากที่ประจำการที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมา คุณหมอก็ได้เห็นทั้งสุนัข และ แมว ที่ป่วยด้วยอาการท้องเสียเล็กๆ น้อยๆ อันเนื่องมาจาก คุณเจ้าของไปเล่นกับสัตว์เลี้ยงนอกบ้าน แล้วไม่ดูแลความสะอาดให้ดี ทำให้ติดสู่สัตว์เลี้ยง จนต้องพามาเข้ารับการรักษาเป็นประจำ

และไม่เพียงเรื่องการติดเชื้อไม่ว่าจะจากสัตว์สู่คน คนสู่สัตว์ หรือคนจะเป็นพาหะให้สัตว์ติดเชื้อกันเองเท่านั้น เพราะอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องระวังให้มากนั่นคือ ความเครียด ที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งจากการเล่นโดยไม่ระวัง ขาดความรู้และเข้าใจในพฤติกรรมของสัตว์ ซึ่งเมื่อสัตว์เกิดความเครียดก็จะส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน จนทำให้ง่ายต่อการป่วยได้

"สำหรับสุนัขนั้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่ในเรื่องความเครียด แต่สำหรับแมว และ กระต่ายนั้น ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยแมวเองเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างระวังภัย และมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่า บางทีคนไม่รู้ เห็นน้องก็พุ่งเข้าใส่ อาจเสี่ยงต่อการโดนตบ หรือข่วนได้ นอกจากนี้บางคนไม่เข้าใจในธรรมชาติของแมว เห็นแมวเข้าไปหลบในซอกในหลืบ ก็ตามไปลากออกมา ซึ่งถือว่าไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการขืนใจแล้ว การลากอย่างผิดวิธี เช่น บางคนจับหางแล้วลากก็อาจทำให้กระดูกหางหลุด หรือเคลื่อนได้ ซึ่งอาจแย่ไปถึงขั้นทำให้พิการได้อีกด้วย ส่วนกระต่ายซึ่งเป็นสัตว์ที่เครียดง่ายอยู่แล้ว ก็ต้องระมัดระวังมากเช่นกัน เพราะถ้าเขาเครียดก็จะกระทบกับระบบทางเดินอาหาร อาจมีอาการท้องผูก ไม่ถ่าย ซึ่งบางตัวอาจหนักถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้"

..ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากรักและริจะเป็นทาส ต่อให้อาศัยไปเล่นกับทูนหัวของคนอื่น แต่ก็ต้องเคารพกฎ กติกาที่ทางร้านกำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวเอง และต่อเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงทั้งหลาย