12 Years A Slave คว้าสุดยอดรางวัลออสการ์

12 Years  A Slave คว้าสุดยอดรางวัลออสการ์

American Hustles ชวดทุกรางวัล

พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่วงการภาพยนตร์ The Academy Awards หรือที่รู้จักกันในนาม Oscar ครั้งที่ 86 มีขึ้น ณ ดอลบี เธียเตอร์ ในฮอลลีวูด แคลิฟอร์เนียเมื่อค่้ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเช้าวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม ตามเวลาในบ้านเรา)

พิธีมอบรางวัลครั้งนี้ มี เอลเลน เดอเจเนเรส ทำหน้าที่พิธีกร ซึ่งสร้างสีสันให้แก่การถ่ายทอดสดเป็นอย่างมาก ในการปรากฏตัวของเธอที่มีการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าอาภรณ์ เป็นเซอร์ไพรส์ตลอดงาน นอกจากจับกีตาร์ขึ้นเวทีแล้ว เธอยังพาพนักงานส่งพิซซา เดินแจกจ่ายพิซซาภายในฮอลล์อีกด้วย

การจัดงานมีขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลในเรื่องของสภาพอากาศ ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าอาจจะเกิดพายุฝนในพื้นจัดงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างสดใส และเรียบร้อย โดยมีดารานักแสดงและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงภาพยนตร์ต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ผลรางวัลในปีนี้ อาจจะเป็นไปอย่างพลิกความคาดหมายไม่น้อย เมื่อ American Hustles ซึ่งเข้าชิงมากที่สุดถึง 10 รางวัล (เช่นเดียวกันกับ Gravity ที่เข้าชิง 10 รางวัล) แต่กลับไม่ได้แม้แต่รางวัลเดียว

Graviry กวาดรางวัลไปมากที่สุด 7 รางวัล แต่นอกจากรางวัลใหญ่ "ผู้กำกับยอดเยี่ยม" โดย อัลฟอนโซ คัวรอน แล้ว กลับพลาดรางวัลใหญ่อื่นๆ โดยเฉพาะรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ที่ แซนดรา บูลล็อค พลาดให้แก่ เคท บลังเชทท์ จากเรื่อง Blue Jasmine

รางวัลอื่นๆ ของ Gravity ประกอบด้วย ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม และวิชวลเอฟเฟคท์

ขณะที่ 12 Years A Slave หนังเกี่ยวกับนักดนตรีผิวสีที่ถูกหลอกไปขายเป็นทาสในเหัวมืองทางภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเข้าชิง 9 สาขา ได้รับไป 3 รางวัล โดยสามารถกวาดรางวัลใหญ่ของเวทีนี้ นั่นคือ "ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม" รวมถึง ลูปิตา ยองโอ ในบทของ "แพทซีย์" คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม รางวัลอื่นของ 12 Years A Slave คือ บทดัดแปลงยอดเยี่ยม

ลูปิตา ยองโอ เป็นนักแสดงที่เกิดที่เม็กซิโกซิตี ก่อนจะไปเติบโตในเคนยา เธอได้รับการคัดเลือกจาก สตีฟ แมคควีน ผู้กำกับให้มารับบทสำคัญนี้ หลังจบจากโรงเรียนการละครของมหาวิทยาลัยเยลได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ! โดยขณะขึ้นรับรางวัล เธอถึงกลับหลั่งน้ำตาให้แก่ความสำเร็จในครั้งนี้ พร้อมกับขอมอบรางวัลนี้ให้แก่เด็กๆ ทั่วโลก

"ไม่สำคัญว่าเธอมาจากไหน ความฝันของเธอล้วนเป็นเรื่องชอบธรรม"

นอกจาก หนัง 12 Years A Slave และ อัลฟอนโซ คัวรอน จาก Graviry แล้ว ไฮไลท์ในปีนี้ คงหนีไม่พ้น แมทธิว แมคคอนอเฮย์ ซึ่งคว้านักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเรื่อง Dallas Buyers Club โดยหนังเรื่องเดียวกั ยังได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากฝีมือการแสดงของ จาเร็ด เลโต อีกด้วย

ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Frozen จากค่ายวอลท์ดิสนีย์ คว้ารางวัลในสาขา "แอนิเมชั่นยอดยเยี่ยม" ตามความคาดหมาย โดยชนะเรื่อง The Croods ; Despicable Me 2 ; Ernest and Celestine และ The Wind Rises

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เจนนิเฟอร์ ลี และ คริส บัค ซึ่งมีท้องเรื่องมาจากเทพนิยายของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน เรื่อง The Snow Queen โดย คริสติน เบลล์ รับหน้าที่ให้เสียง "แอนนา" ส่วน อิดินา เมนเซล ให้เสียง ราชินีหิมะ "เอลซา" โดยหนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของ เจนนิเฟอร์ ลี ซึ่งทำหน้าที่เขียนบทหนังด้วย ขณะที่ คริส บัค เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์มาแล้วจากเรื่อง Surf's Up เมื่อปี 2007

สำหรับ อิดินา เมนเซล ผู้ให้เสียงราชินีหิมะ "เอลซา" นั้น นับเป็นนักแสดงบรอดเวย์ที่มีชื่อเสียง โดยเธอได้ถ่ายทอดเสียงร้องของเพลง Let It Go ซึ่งใช้ประกอบหนัง Frozen บนเวทีออสการ์ในปีนี้ด้วยเช่นกัน และ ในเวลาเดียวกัน บทเพลงดังกล่าว ก็คว้ารางวัลในสาขา "เพลงยอดเยี่ยม" ไปครองในที่สุด

ในส่วนของภาพยนตร์ต่างประเทศ ปีนี้ ทิศทางไม่ชัดเจนนัก เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ที่ Amour คว้ารางวัลไปครอง แม้ผู้สันทัดหลายคนจะลงความเห็นว่า The Hunt จากเดนมาร์ก และ The Missing Picture จากกัมพูชา จะค่อนข้างมาแรงก็ตาม แต่ในที่สุดรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศ ตกเป็นของหนังสัญชาติอิตาเลียน เรื่อง The Great Beauty ผลงานการกำกับของ เปาโล ซอร์เรนติโน เรื่องราวของนักเขียนวัน 65 ปี เจ็พ กัมบาร์เดลลา (แสดงโดย โทนี เซอร์วิลโล) ซึ่้งอยู่ในช่วงของการตัดสินเลือกครั้งสำคัญของชีวิต

ทั้งนี้ The Great Beauty นับเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 11 ของอิตาลี ที่คว้ารางวัลออสการ์เป็นผลสำเร็จ โดยภาพยนตร์ก่อนหน้านี้คือเรื่อง Life is Beautiful ขณะเดียวกันยังมีหนังสัญชาติอิตาเลีนยเรื่องอื่นๆ ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์มาแล้ว ก่อนที่จะมีการกำหนดสาขา "ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม" ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1956

ก่อนหน้าการประกาศผลออสการ์ The Great Beauty สร้างแรงกระเพื่อมมาเป็นระยะ ๆ จากเวทีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ลูกโลกทองคำ หรือรางวัล British Academy of Film and Television Arts และรางวัลนักวิจารณ์สมาคมต่างๆ

ค่ำคืนของออสการ์ในปีนี้ ยังเต็มไปด้วยสีสันความบันเทิงหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จาก พิงค์ นักร้องสาวที่มาพร้อม Somewhere Over The Rainbow บทเพลงจาก Wizard of Oz เนื่องในวาระครบรอบ 75 ปีของหนังเรื่องนี้ โดยที่มีลูกๆ ของ จูดี การ์แลนด์ ผู้รับบทนำในหนัง คือ ลิซา มินเนลลี , ลอร์นา ลุฟท์ และ โจอีย์ ลุฟท์ นั่งชมอยู่ด้วยความบังเอิญ !

Oscar 2014 : Winners List

Best picture : 12 Years a Slave

Best director : Alfonso Cuaron - Gravity

Best actor : Matthew McConaughey - Dallas Buyers Club

Best actress : Cate Blanchett - Blue Jasmine

Best supporting actor : Jared Leto, Dallas Buyers Club

Best supporting actress : Lupita Nyong'o, 12 Years a Slave

Best adapted screenplay : 12 Years a Slave

Best original screenplay : Her

Best animated feature : Frozen

Best animated short : Mr Hublot

Best cinematography : Gravity

Best costume design : The Great Gatsby

Best documentary feature : 20 Feet from Stardom

Best documentary short : The Lady in Number 6: Music Saved My Life

Best editing : Gravity

Best foreign language film : The Great Beauty (Italy)

Best live action short : Helium

Best make-up : Dallas Buyers Club

Best Original Score : Gravity

Best Original Song : Let It Go - Frozen

Best production design : The Great Gatsby

Best sound editing : Gravity

Best sound mixing : Gravity