วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุข เนิบช้า ที่...ดินดี

ดินดี ร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เชียงใหม่ ร้านเล็กๆ ของคนญี่ปุ่นที่มีความตั้งใจให้คนเดินเข้ามารู้สึกมีความสุข

กว่าจะปรับดีกรีชีวิต...ให้เนิบช้าได้ ก็ใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับเรื่องราวในชีวิตของตัวเองอยู่มากโข บางทีการคิดว่า อยากทำประโยชน์ให้สังคมเยอะๆ ถ้าปรับสมดุลไม่ได้ ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความวุ่นวายให้ชีวิต และอาจไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง แม้ช่วงแรกๆ จะนึกว่า นั่นแหละสิ่งที่ต้องการ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

เหมือนเช่น อายูมิ โอคุมะ เจ้าของดินดี ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ในหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอเพิ่งค้นพบความสุขที่แท้จริง กับอารมณ์นิ่งๆ เมื่อทำกิจกรรมน้อยลง มีเวลาอยู่ในร้านดินดีมากขึ้น ได้เห็นคนเดินเข้ามาในร้าน แล้วมีความสุขกับบรรยากาศ จะกินจะนั่งจะนอนนานแค่ไหน ผ่อนคลายยังไงก็ได้ แค่นี้พอแล้ว เพราะอยากให้ร้านแห่งนี้เหมือนโอเอซิสในเมืองเชียงใหม่

"ก็เหมือนคำว่าพอเพียง ตอนนี้เราไม่ได้อยากมีชื่อเสียงอะไรมาก ขอแค่ให้คนเข้ามาผ่อนคลายมีความสุขก็พอแล้ว" อายูมิ เล่าถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปในความคิดของเธอในปัจจุบัน

15 ปีที่แล้ว ก่อนจะเดินทางมาเมืองไทย อายูมิ เบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่เธอทำงานด้านออกแบบในบริษัทที่กำลังก้าวหน้า แต่ทุกๆ วันต้องเบียดเสียดขึ้นรถไฟฟ้า แล้วใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะกลับถึงบ้าน และนั่นก็เหนื่อยแล้ว จึงไม่ได้ทำอะไรเหมือนที่ใจคิด

เธอคิดคำนึงว่า อยากทำประโยชน์ให้กับโลกใบนี้บ้าง เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ เพราะรู้ว่าสังคมมีปัญหามากมาย จึงหาเวลามาทำงานเป็นอาสาสมัคร ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในโตเกียว จากนั้นมีโอกาสเดินทางเมืองไทย แวะเที่ยวเชียงใหม่ แล้วรู้สึกชอบ จึงกลับไปเรียนประเทศไทย

"ตอนทำงานในโตเกียว ก็ถามตัวเองว่า เราทำงานหนักกลับบ้านตี 1 -2 นั่งจ้องคอมพิวเตอร์ทั้งวัน แล้วนี่คือชีวิตของอายูมิหรือ พอมาเมืองไทยแล้วชอบ กลับไปคืนนั้นเรียนภาษาไทยเลย ชอบภาษาไทย สำเนียงเสียงน่ารักมาก เรียนหนึ่งปี กลับมาเป็นอาสาสมัครที่เมืองไทย แต่ปรากฎว่า พูดภาษาไทยยังไม่ดี แทนที่เราจะช่วยเหลือคนอื่น กลายเป็นว่า คนอื่นช่วยเหลือเรา" อายูมิ เล่าขำๆ

เพราะตอนนั้นเธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิที่ช่วยหลือเด็กกำพร้า โดยเป็นล่ามประสานงานระหว่างคนญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่คนไทย และนั่นทำให้ภาษาไทยของเธอค่อยๆ พัฒนา แต่วันเวลากว่า 6 ปีในการทำงานมูลนิธิ ไม่ได้ทำให้เธอรู้จักสังคมไทยดีขึ้น เธอจึงลาออกมาทำงานเป็นล่ามในโรงพยาบาลราชเวช

"จริงๆ แล้วอายูมิอยากทำคอมมูนิตี้ เซ็นเตอร์ เพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเมืองไทย เพราะเรารักเชียงใหม่ จนมาเจอบ้านดินแถวๆ หอศิลป์ ตอนนั้นมีแค่ผนังบ้านดิน และหลังคาสังกะสี เพราะมีคนสร้างไว้เพื่อทำเวิร์คชอปและทิ้งไว้ 4 ปีไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย อายูมิก็ขอมาทำร้าน เพราะคิดว่าน่าจะทำอะไรสนุกๆ ได้" อายูมิ เล่าถึงการปรับปรุงบ้านดินที่มีเพียงโครงสร้างหยาบๆ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว

อาศัยว่าเธอเคยทำงานด้านการออกแบบเป็นทุนเดิม จึงมีไอเดียในการปรับปรุงบ้านดินที่มีแค่ผนังดินและหลังคา โดยใช้งบกว่าสองแสนบาท เธอค่อยๆ ให้คนมาเจาะผนังดินตรงนั้นตรงนี้ ทำหน้าต่างสวยๆ จากไม้เก่า จัดหาเฟอร์นิเจอร์ไม้และตกแต่งให้ดูดี เรียบง่าย อาศัยความเย็นของโครงสร้างบ้านดิน ทำให้คนเข้ามารู้สึกผ่อนคลายจากความร้อนในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว

แรกๆ เธอขายชา และอาหารสุขภาพเล็กน้อย เพราะมองว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิต และสิ่งที่วาดฝันมานาน ก็คือ การทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบในคอมมูนิตี้ เซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเชิญคุณยายชาวญี่ปุ่นที่อยู่เชียงใหม่มาสอนชงชาแบบง่ายๆ เอานักดนตรีมาทำกิจกรรมกับเด็กๆ ทำอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงทำงานศิลปะ และให้โอกาสคนมาเปิดขายสินค้ามือสอง

"เวลาอายูมิจัดกิจกรรม ถ้ามีรายได้เราก็บริจาคให้มูลนิธิอื่นๆ " อายูมิ เล่าถึงการทำคอมมูนิตี้ เซ็นเตอร์ที่ร้านดินดีในเชียงใหม่ เมื่อทำมาถึงจุดหนึ่ง เธอก็ค่อยๆ ปรับปรุงร้าน โดยเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น เพราะตัวเธอเองก็เป็นมังสวิรัติ รวมถึงสินค้าที่มาจากงานฝีมือกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่หลากหลายมากขึ้น

ที่น่าแปลกคือ ร้านดินดี ไม่ใช่ร้านสำหรับผู้ใหญ่อย่างเดียว แต่เป็นร้านที่คนทุกเพศทุกวัยเข้ามาทานอาหาร ดื่มชา ขนมเค้ก และโยเกิร์ต ฯลฯ ได้อย่างเพลิดเพลิน อายูมิ เล่าว่า หลายคนบอกว่า แปลกมากที่ร้านดินดีมีคุณแม่พาเด็กๆ มานั่งทานอาหารได้ แล้วยังมีวัยรุ่นและคนสูงวัย

และเมื่อถามว่า อาหารและเครื่องดื่มที่คนนิยมสั่งทานเป็นอันดับต้นๆ อายูมิ บอกว่า ถ้าเป็นอาหาร คนจะชอบสั่งยำใบบัวบก เมนูนี้ เพื่อนชาวปกากะญอสอนเธอทำ แล้วนำมาดัดแปลงใหม่ ส่วนเครื่องดื่ม ชาอินเดีย คนต่างชาติจะชื่นชอบ เพราะผสมสมุนไพรอินเดีย 8 อย่างกับชาอินเดีย ส่วนอีกเมนูลาเต้ชาเขียวมัทฉะ ถ้าบางคนไม่ดื่มนม ก็เปลี่ยนเป็นนมถั่วเขียวได้ นอกจากนี้เธอยังทำขนมเค้ก ขนมปัง คุ้กกี้และขนมขบเคี้ยวด้วยตัวเองกับลูกน้องในร้าน โดยไม่ใช้ส่วนผสมสำเร็จรูป แต่เน้นวัตถุดิบคุณภาพเท่าที่จะหาได้

แม้จะมีเมนูหลากหลาย แต่เธอบอกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้วเพิ่งปรับเมนูให้ปราศจากเนื้่อสัตว์ เพราะเธอก็เป็นมังสวิรัติ และเพิ่งหยุดทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงลาออกจากงานล่ามในโรงพยาบาล เพราะเห็นว่า ชีวิตควรเนิบช้ากว่านี้

"พอทำกิจกรรมเยอะๆ ชีวิตก็ยุ่งอีก เราก็ถามตัวเองอีกว่า นี่ใช่ชีวิตที่อายูมิต้องการหรือ เมื่อคิดว่าไม่ใช่ สองปีที่แล้วจึงไม่ขายอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ เลิกทำกิจกรรม แล้วปรับปรุงเมนู สร้างบรรยากาศ เพราะเราก็ไม่ได้อยากมีชื่อเสียง เราก็คิดว่า อยากให้ที่นี่เหมือนโอเอซิส มีอากาศถ่ายเทได้ดี และคนเข้ามารู้สึกผ่อนคลาย กินอาหารเบาๆ ดีๆ ได้" อายูมิ เล่าถึงร้านดินดี

เพราะตั้งใจแล้วว่า ใครจะนั่งแช่นานแค่ไหนก็ได้ เสมือนร้านพักเหนื่อยกายและใจเวลาอ่อนล้าจากการทำงาน อายูมิ เล่าต่อว่า พนักงานก็ต้องมีความสุข รักกันด้วย ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความสุข

"เมื่ออายูมิเปลี่ยนชีวิตใหม่ ทำให้ช้าลง ตอนนี้ก็มีความสุขกับการทำขนมปัง อยู่ในร้านสงบๆ อยู่กับตรงนี้ ไม่หวังอนาคต " อายูมิ เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเอง หลังจากที่เปลี่ยนจากการไม่นับถือศาสนาใดๆ เลย หันมาปฎิบัติตามแนวทางพุทธ

"เมื่อก่อนไม่เคยสนใจพุทธศาสนาเลย แต่พอดีมีโอกาสเรียนรู้กับพระอาจารย์ในป่า ได้สนทนาด้วย แล้วตกใจ เพราะสิ่งที่พระอาจารย์พูดเป็นสิ่งที่เราอยากเป็นอย่างนั้น ทางนี้แหละที่เราอยากเดิน เพราะที่ผ่านมายุ่งและเหนื่อยมาก แต่ตอนนี้มีความสุข เพราะเราได้พิจารณาตัวเอง ได้นั่งสมาธิ" นั่นคือ สิ่งที่อายูมิได้สัมผัสกับความสุขที่แท้จริง

และเธอบอกว่า ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อเรามีความสุข คนก็เข้าร้านมากขึ้น และใจเราก็อยากให้คนที่เข้ามามีความสุขด้วย

"เมื่อก่อนไม่เคยเข้าใจตัวเองเลย ดูแต่ภายนอก เปรียบเทียบกับคนอื่น ตอนนั้นมีแต่ความคิด ไม่ค่อยมีสติ มารู้ทีหลังว่า เราเอาแต่ใจตัวเอง แต่วันนี้เราก็พิจารณาตัวเองว่า เราทำดีที่สุดหรือยัง และไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น เราต้องเข้าใจตัวเองก่อนถึงจะเข้าใจคนอื่น ต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน ใส่ใจกับคนที่อยู่ตรงหน้าก่อน เมื่อทำอย่างนี้ได้ เราก็มีใจสงบ " อายูมิ เล่าถึงชีวิตที่สงบมากขึ้น

นั่นเป็นสิ่งที่อายูมิได้ค้นพบว่า ชีวิตก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องทำงานยุ่งๆ ทั้งวัน แต่สิ่งสำคัญคือ ทำให้คนรอบข้างมีความสุข และตัวเธอก็ต้องมีความสุขด้วย

และนี่คือ อีกสถานที่กับการใช้ชีวิตเนิบช้า เย็นสบายในร้านดินดี

.........................

หมายเหตุ : ร้านดินดี ในหอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม หยุดทุกวันจันทร์ เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ดูได้ที่เวป www.dindeecafe.com เบอร์ติดต่อ 08 6910 8137