แผนที่ดอกไม้แห่งกรุงเทพฯ

ค้นพบกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ที่สดใสสวยงามผ่านกลีบดอกไม้นานาชนิดไปกับหนังสือนำเที่ยว Floral Journey Bangkok ของ สกุล อินทกุล
กรุงเทพมหานคร เมืองอันเป็นที่รักของเราชาวไทยผู้รักชาติรักแผ่นดิน แม้จำนวนความเจริญทางวัตถุ เช่น หมู่ตึกสูงระฟ้า กองทัพรถยนต์ส่วนตัว รถไฟลอยฟ้า รถไฟใต้ดิน จะปรากฏให้เห็นเป็นอันดับแรกๆ แก่ผู้มาเยือน
แต่กรุงเทพฯ ก็ยังมีความสวยงามอันละเอียดอ่อนอีกรูปแบบหนึ่งประดับไว้ ซึ่ง สกุล อินทกุล นักออกแบบและนักจัดดอกไม้ชื่อดังของไทยและในระดับโลก อาสาเปิดมุมมองนั้นผ่านหนังสือเล่มใหม่ของเขา Floral Journey Bangkok ซึ่งเปรียบเสมือนแผนที่ดอกไม้แห่งกรุงเทพฯ หนังสือ Floral Journey Bangkok มีลักษณะเป็นหนังสือนำเที่ยว (guide book)มุมมองใหม่ โดยมี ดอกไม้ ต้นไม้ สวนสวย เป็นจุดมุ่งหมายของสถานที่ท่องเที่ยว
“เป็นคนชอบเที่ยว เด็กๆ ก็ชอบเล่นเป็นมัคคุเทศก์ และเป็นนักเรียนเอเอฟเอส มีเพื่อนฝูงมา เราก็ชอบพาไปยังสถานที่สำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมกับเล่าประวัติ ชอบเล่นอย่างนี้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวติดอันดับโลกหลายครั้ง คนมาเที่ยวกรุงเทพฯ ไม่ได้มาหนเดียว แต่มาแล้วมาอีก ด้วยความที่คนไทยก็น่ารัก อาหารไทยก็อร่อย อากาศดี ราคาดี การท่องเที่ยวของไทยพัฒนามาก มีบูติคโฮเต็ลเล็กๆ ให้เลือกมากขึ้น ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ ก็มีความงามที่เราสนใจ คือดอกไม้ อยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย” สกุล อินทกุล กล่าวถึงแนวคิดริเริ่มทำหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวผู้มีความสนใจในความงามของดอกไม้
นอกจากเป็นหนังสือนำเที่ยวที่ว่าด้วยเรื่องการชมดอกไม้ หนังสือเล่มนี้ยังเป็นการบันทึกและเผยแพร่เรื่องราวของกรุงเทพฯ และวิถีชีวิตของชาวกรุงเทพมหานครอันเกี่ยวเนื่องด้วยดอกไม้-ต้นไม้ โดยสอดแทรกเกร็ดวัฒนธรรมการจัดดอกไม้สด วัฒนธรรมการใช้ดอกไม้ในชีวิตประจำวันในลักษณะต่างๆ ของคนไทยไว้ครบครัน
คุณสกุลร้อยเรียงความผูกพันของคนไทยกับดอกไม้จากการเดินทางเก็บเรื่องราวดอกไม้-ต้นไม้ในสถานที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณทลออกมาเป็นเนื้อหาจำนวน 12 บท
เริ่มจาก Bangkok in Bloom เนื้อหาบทนี้พูดเรื่องวัฒนธรรมในวิถีชีวิตชาวไทยมีดอกไม้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร เช่น คนไทยตั้งชื่อตามชื่อดอกไม้ คนไทยเกี่ยวข้องกับดอกไม้ตั้งแต่เกิดจนตาย ตั้งแต่ทำขวัญเดือน กรวยอุปัชฌาย์ ดอกไม้ผ้าคลุมไตร พานขันหมากในพิธีแต่งงาน ดอกไม้ในงานเกษียณอายุ จวบจนเมื่อการเดินทางของชีวิตสิ้นสุดก็ยังมีดอกไม้จันทน์
บัว-ดอกไม้พุทธบูชา พระพุทธเจ้าแบ่งบัวเป็นสี่ประเภท ดอกไม้ในเทศกาลรื่นเริง-งานประเพณี เช่น การทำบายศรีสู่ขวัญ ลอยกระทง, ระบบสัญลักษณ์นิยมของต้นไม้ เช่น ต้นขนุน ต้นมะขาม ซึ่งเป็นต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกตามทิศต่างๆ ตามความเชื่อของคนไทย, พิธีไหว้ครูทำไมต้องมีดอกมะเขือ หญ้าแพรก ดอกเข็ม, ดอกไม้ในคำพังเพย-บทประพันธ์, งานดอกไม้ไทยประเภทมาลัย-เครื่องแขวน ใช้ประโยชน์อย่างไร เป็นเนื้อหาที่รวบรวมไว้ในบท Bangkok in Bloom
การเดินทางชมดอกไม้เมืองกรุงเริ่มต้นบันทึกไว้ในบท Top 10 Floral Attractions ซึ่งเป็น 10 สถานที่ที่ควรไปในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย ปากคลองตลาด พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ ตลาดนัดสวนจตุจักรวันพุธ สวนลุมพินี วัดแขก ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ บางกระเจ้า บ้านจิม ทอมป์สัน และ สวนสามพราน-สวนนงนุช
แต่ละแห่งมีคำอธิบายเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ และมีแผนที่ระบุตำแหน่งดอกไม้-ต้นไม้แต่ละชนิดว่าอยู่ตรงจุดใดบ้างในแต่ละสถานที่ เปรียบเสมือนการนำเที่ยวจากมุมมองคนรักดอกไม้-ต้นไม้
“ใครมากรุงเทพฯ ก็ต้องไปดูสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของ พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว แต่ถ้าคนชอบต้นไม้ดอกไม้ตามหนังสือเล่มนี้ไปจะได้ชมอะไรบ้าง เช่น ต้นมะขามตัดแต่งเป็นรูปสามเหลี่ยมเลียนแบบวัฒนธรรมไม้ดัดฝรั่งเศส (topiary plants) ที่เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีพานพนมหมาก มีต้นโพธิ์ที่รัชกาลที่ห้าทรงปลูกไว้ข้างหอพระมณเฑียรธรรม มีนางกินรีถือดอกพุดตาน พร้อมเล่าเกร็ดความรู้เชิงประวัติศาสตร์” คุณสกุลอธิบาย
ขณะที่ สวนลุมพินี มีสวนปาล์มขนาดใหญ่ ต้นไทร ต้นก้ามปู และดอกไม้เมืองร้อนให้ชมมากมาย เช่น ลั่นทม ชงโค นนทรี ประดู่ พิกุล แก้ว ชมพูพันธุ์ทิพย์ ฯลฯ
ศึกษาดอกไม้ที่ใช้ใน 'งานวัฒนธรรมดอกไม้ไทย' ที่ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ รวมทั้งการปลูกไม้มงคลให้ถูกต้องตามทิศ, ชมป่าเมืองร้อนที่ บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 เป็นอาทิ
แม้ดอกไม้เมืองร้อนจะบานและร่วงโรยเร็ววัน แต่พันธุ์ของไม้ดอกเมืองร้อนก็มีบานให้ชมตลอดปี ไม่ใช่บานเฉพาะฤดูอากาศอบอุ่นเท่านั้น
คุณสกุลจึงรวบรวมดอกไม้ชนิดใดบานเดือนไหนในกรุงเทพฯ ไว้ในบท Calendar of Floral Events & Festivities ในลักษณะปฏิทินดอกไม้และเทศกาลสำคัญแต่ละเดือน มีดอกไม้อะไรบ้าง เกี่ยวพันกันอย่างไร สามารถชมได้ที่ไหน เช่น ชมความงามของพวงมาลาและอุบะดอกไม้รอบคอม้าทรงรัชกาลที่ห้าที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าในวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปีซึ่งเป็นวันสำคัญของคนไทย
นอกจากนี้ยังรวบรวมปฏิทินงานแฟร์ที่สำคัญเกี่ยวกับดอกไม้ของกรุงเทพฯ เช่น งานเกษตรแฟร์ งานแสดงกล้วยไม้ของสยามพารากอน งานแสดงดอกไม้นานาชาติที่นายเลิศปาร์ค การจัดสวนในงานบ้านและสวนแฟร์ เทศกาลดอกไม้ที่สวนหลวง ร.9 งานแสดงดอกไม้ประจำปีของห้างเซ็นทรัลชิดลม เป็นอาทิ
หนังสือยังมีบทสัมภาษณ์บุคคลมีชื่อเสียงซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ จำนวน 8 คน พวกเขาพบความงามของดอกไม้ในกรุงเทพฯ อย่างไร เช่น ฟิลิป คอร์นเวล-สมิธ ผู้เขียนหนังสือ Very Thai : Everyday Popular Culture กล่าวถึงสถานที่ธรรมชาติที่โปรดปรานว่า ชอบไปดูความงามของต้นก้ามปูในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปดูต้นราชพฤกษ์ที่สวนสันติชัยปราการ ดูต้นหางนกยูงฝรั่งที่คลองผดุงกรุงเกษม
ขณะที่ ม.ล.จิราธร จิรประวัติ นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบ ครูสอนศิลปะ เล่าถึงดอกแก้วและต้นไม้สำคัญในวังบ้านหม้อ รวมทั้งเชิญชวนให้ลองเดินเล่นใต้ร่มเงาต้นมะขามรอบท้องสนามหลวงช่วงบ่ายๆ ชมความวิบวับของหลังคาพระบรมมหาราชวังที่ล้อแสงพระอาทิตย์
ดอกไม้น่าชมแห่งกรุงเทพฯ ยังปรากฏอยู่ในวัดสำคัญหลายแห่ง บันทึกไว้ในบท Bangkok’s Floral Highlights หรือ 10 วัดเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ในรูปแบบงานจิตรกรรมฝาผนัง ลายปูนปั้น และกระเบื้องประดับ
“จิตรกรรมฝาผนังที่วัดโสมนัสฯ สวยมาก เป็นงานสมัยรัชกาลที่สี่ มีอิทธิพลของฝรั่ง จีน งานดอกไม้ของแขก แต่รวมมาเป็นเครื่องแขวนแบบไทย..
งานกระเบื้องวัดโพธิ์ที่ซุ้มประตูทางเข้าและสถูปต่างๆ เป็นลายอุบะดอกไม้ไทย คือการตัดกระเบื้องสีเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบเป็นลายดอกไม้ไทยในแจกัน...
งานดอกไม้ปูนปั้น ประดับหน้าบันของศาลาเล็กๆ หน้าพระอุโบสถด้านขวาในวัดเบญจมบพิตรฯ เป็นงานชิ้นเดียวที่เห็น...
วัดเทพธิดารามฯ สร้างในสมัยรัชกาลที่สาม พระอุโบสถได้รับอิทธิพลจากจีน ขณะเดียวกันอุบะเป็นแบบไทยซึ่งได้รับอิทธิพลจากแขก” คุณสกุลยกตัวอย่างความงามในมุมมองของคนรักงานดอกไม้ไทยที่ปรากฏในวัดเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่น่าไปชม
หนังสือ Floral Journey Bangkok จัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษตามความตั้งใจแรกที่ต้องการเปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่บุคคลรอบตัวเมื่อได้อ่านพบว่ามีข้อมูลน่าสนใจมากมายที่ยังไม่เคยทราบ จึงอยากให้จัดพิมพ์เป็นภาษาไทยด้วย ขณะนี้คุณสกุลกำลังพิจารณาอยู่
นอกจากข้อมูลอันเพียบพร้อมและได้รับการตรวจทานอย่างละเอียด ภาพประกอบของหนังสือเล่มนี้ยังมีลายเส้นสวยงาม ละเอียดลออ เก็บรายละเอียดของสีสันและรูปทรงดอกไม้ไทย-งานดอกไม้ไทยไว้ได้อย่างงดงาม เป็นฝีมือของคุณ มากิ ฟูจิอิ (Maki Fujii) อาสาสมัครสาวชาวญี่ปุ่นของพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ และเป็นศิลปินวาดลวดลายบนชุดกิโมโน
คุณมากิเล่าการทำงานวาดภาพประกอบให้กับหนังสือเล่มนี้ว่า ได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ร่วมกับคุณสกุล และคุณปริญญา รุ่นประพันธ์ ผู้ร่วมเขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อดูและถ่ายภาพดอกไม้จริงเพื่อนำกลับมาวาด ใช้เวลาวาดภาพทั้งหมด 86 ภาพ นานครึ่งปี ด้วยเทคนิคเขียนลายเส้นด้วยหมึกดำญี่ปุ่นโดยใช้พู่กันญี่ปุ่นขนาดเล็ก กับสีไม้จำนวน 120 สี วาดและระบายสีลงบนกระดาษญี่ปุ่น ทุกภาพเธอวาดด้วยความรัก
คุณสกุลเล่าการทำงานให้ฟังว่า คุณมากิทำงานด้วยความรัก เธอรักทุกสิ่งที่เธอวาด หรือต้องรักในสิ่งนั้นก่อนจึงจะวาดออกมาเป็นภาพ
มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณสกุลอยากได้ภาพฝักมะขาม แต่คุณมากิอิดออดไม่ยอมวาด
“ไม่รู้สึกรักมะขาม เคยชิมตอนเด็กๆ นานแล้ว นึกไม่ออก” คุณมากิ ยอมรับ
คุณสกุลจึงซื้อมะขามจำนวนมากมาให้คุณมากิชิม หลังได้ลิ้มรสหวานอมเปรี้ยวของมะขามอย่างเต็มที่ คุณมากิบอกว่าชอบรสชาติของมะขาม ตอนนี้รักมะขามแล้ว และยอมวาดภาพฝักมะขามออกมาอย่างสวยงามสมจริง ซ่อนอยู่หน้าใดในหนังสือ ลองพลิกหากันดู
เชิญร่วมกันค้นพบกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ที่สดใสสวยงามผ่านกลีบดอกไม้นานาชนิดไปกับหนังสือนำเที่ยว Floral Journey Bangkok
เปรียบเสมือนการเปิดไลฟ์สไตล์ใหม่ของการเดินชมกรุงเทพฯ
หมายเหตุ : หนังสือ Floral Journey Bangkok ราคาเล่มละ 359 บาท วางจำหน่ายที่ 'พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้' สามเสนซอย 28 กรุงเทพฯ โทร.0 2241 1145 คลิก www.floralmuseum.com







