กรุงเทพมหานคร นครที่ไม่เคยหลับ กำลังเข้าสู่โหมดชัตดาวน์ ชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปจะทำอย่างไรกันดี
ไม่ว่าวันนี้เหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. จะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้วยสถิติผู้ชุมนุม ผลลัพธ์อันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือความรุนแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตของคนกรุงต้องได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยจากการจัดกิจกรรม 'Shut Down กรุงเทพฯ' ที่ประกาศไว้ล่วงหน้าว่าจะตั้งเวทีทั้งสิ้น 7 เวที ในย่านสำคัญๆ อาทิเช่น หน้าศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ ห้าแยกลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกปทุมวัน สวนลุมพินี แยกอโศก และแยกราชประสงค์
ในเมื่อชีวิตประจำวันของคนจำนวนไม่น้อยไม่อาจชัตดาวน์ตามไปด้วย ลองมาดูกันว่าพวกเขามีวิธีรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
..........................
อารีรัตน์ มั่นคงวงศ์ศิริ หัวหน้าส่วนงานดูแลลูกค้า ธนาคารย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ต้องบอกว่ามีความลำบากในการเดินทางอยู่แล้ว แต่ด้วยตำแหน่งที่เราทำงานอยู่ก็มีผลกระทบไม่มาก เพราะเราสามารถทำงานนอกพื้นที่ได้ ส่วนวันที่ 13 นี้ เรื่องเดินทางก็ต้องเตรียมรับมือ คงไม่ใช้รถยนต์ คงใช้บีทีเอส และก็ต้องฟังนโยบายของธนาคารตลอดเวลา เพราะเขาจะมีนโยบายผ่านอีเมลมาแจ้งตลอด
ถึงแม้ว่าธนาคารสำนักงานใหญ่อย่างเราจะทำงานลำบาก แต่สาขาทั่้วประเทศก็ต้องทำงาน เพราะฉะนั้นถามว่าหยุดทำงานมั้ย คงไม่หยุด แต่ใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพ มันก็ลำบากขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องแก้กันไป
จริงๆ ธนาคารของเรามีการเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 โดยย้ายเซิร์ฟเวอร์ออกไปอยู่ข้างนอก แต่คอมพิวเตอร์ที่เป็นฮาร์ดดิสก์บางเครื่องที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ข้างนอก เราก็จะติดโลโก้ "ฉุกเฉิน" เอาไว้ แล้วก็เลือกอาสาสมัครไว้แล้วว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ เครื่องบางเครื่องที่ติดคำว่าฉุกเฉินไว้จะต้องถูกนำออกไปทันที โดยที่เราก็มีทีมงานทีมหนึ่งกินนอนอยู่ที่สำนักงานใหญ่ ส่วนคอลเซ็นเตอร์ของะนาคารก็ต้องมาทำงานปกติ หรือถ้าไม่มาก็ใช้วิธีการทำงานข้างนอก แต่ไอทีก็ต้องทำงานหนักหน่อย
บุษรา คงชู ข้าราชการหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน
ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เราได้ยินจากสื่อเรื่องการชัตดาวน์ โดยที่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่า กปปส. จะทำอะไรบ้างในวันที่ 13 มกราคมนี้ นอกจากการกำหนดสถานที่ชุมนุมซึ่งคล้ายๆ กับการชุมนุมใหญ่หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับเรามาก เพราะเคยมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว ในการเดินทางมาทำงาน ที่อาจจะส่งผลต่อการมาทำงานสาย ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมของสถานที่ทำงาน มีการอะลุ้มอล่วยสำหรับการมาทำงาน หรือบางคนที่ไม่สามารถมาทำงานได้ก็ให้มีการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชาเป็นรายๆ ไป
ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ การประกาศชัตดาวน์ ส่งผลกระทบต่อการเรียน(ป.โท ภาคพิเศษ) เพราะทำให้มหาวิทยาลัยประกาศหยุดการเรียนการสอนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาการประกาศชุมนุมของ กปปส. ก็ส่งผลต่อการหยุดเรียนเป็นจำนวนหลายครั้ง ก็มีผลกระทบในเรื่องของการชดเชยและการสอบมาก
ส่วนตัวเองก็เตรียมความพร้อมในเรื่องของการเดินทางมาทำงาน โดยเฉพาะการปรับเวลามาทำงานให้เร็วขึ้นกว่าปกติ และเปลี่ยนเส้นทางจากการโดยสารรถสาธารณะมาเป็นรถไฟฟ้า แต่ถ้าวันนั้นรถไฟฟ้าเกิดขัดข้อง ก็คงจะเปลี่ยนเส้นทางมาทางเรือ ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะลำบากมากเท่าไร
หน่วยงานของเราเองไม่ได้มีความกังวลมาก ยังคงทำงานกันอย่างปกติ เพราะในหน่วยงานมีงานที่ต้องเร่งดำเนินการให้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดอยู่ และที่ตั้งของหน่วยงานก็อยู่ใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ เลยค่อนข้างสะดวกเพราะมีรถไฟฟ้าผ่าน การปรับตัวของข้าราชการในหน่วยงานก็อาจจะเปลี่ยนจากการนำรถส่วนตัวมาเป็นโดยสารรถไฟฟ้าแทน
ส่วนนโยบายของหน่วยงานก็ได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการอยู่เวรยามทั้งกลางวันและกลางคืน การจัดเก็บอุปกรณ์และข้อมูลไว้ในที่ที่เหมาะสม รวมทั้งนโยบายในเรื่องการมาทำงานที่ไม่เคร่งครัดมาก และการแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย
ปฐมพงษ์ เรืองศิริ พนักงานบริษัทย่านอโศก
ผมคิดว่าคงไม่มีผลกระทบอะไรกับชีวิตมาก เพราะเท่าที่ผ่านมาก็ได้ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ จึงได้มีการวางแผนปรับตัวเส้นทางการเดินทางล่วงหน้าไว้แล้ว ถ้าถึงช่วงชัตดาวน์กรุงเทพก็คงต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการออกจากบ้าน ผมคิดว่าจะปั่นจักรยานมา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร จากปกติขับรถมาบ้าง โดยสารรถสาธารณะมาบ้าง ซึ่งโชคดีที่ทางบ้านก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศมาก ส่วนตัวมองว่า เราเป็นพนักงานประจำ เราไม่มีผลกระทบอะไรมาก แต่คนค้าขาย รวมไปถึงคนที่ต้องขายของให้นักท่องเที่ยวอาจมีผลกระทบบ้าง เพราะนักท่องเที่ยวอาจมาเที่ยวกันน้อยลง
แต่ถ้าถามว่ามันจะมีผลอะไรไหมในระยะยาว ผมว่าการชัตดาวน์กรุงเทพอาจจะไม่ส่งผลให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้น เนื่องจากแต่ละฝักฝ่ายยังมีจุดยืนที่แตกต่างกัน ไม่มีทางสายกลางที่ทั้งสองฝ่ายจะมาเจอกัน ซึ่งในระยะยาวอาจจะมีผลกระทบกับประเทศชาติได้
จักรรินทร์ จตุรงคสัมฤทธิ์ เจ้าของธุรกิจขายส่งผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป
ในความเห็นส่วนตัวของผมนะ การปิดกรุงเทพฯ ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย ประกาศล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ๆ แล้วจะกลัวอะไร คนขายของเขารู้ เขาก็สั่งสต๊อคไว้ล่วงหน้า อย่างวันจันทร์นี้ผมก็คงขับรถส่งของปกติ เพราะส่วนมากลูกค้าจะอยู่แถบชานเมือง มีบางเจ้าที่อยู่ เยาวราช กับ ตลาดมหานาค พอเขารู้ว่าจะปิดถนน ก็สั่งไว้ก่อนแล้ว ผลกระทบกับการขนส่งสินค้าเลยไม่มี แต่ถ้าจะไปไหน ก็ฟังจส.100 ว่าเส้นทางไหนสามารถไปได้ก็ไป
ส่วนเรื่องความรุนแรงคิดว่าไม่น่าจะมี เพราะม็อบเขาไม่มีแนวโน้มที่จะให้เกิดความรุนแรง แล้วผมก็เห็นว่าคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นฐานเสียงของประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เรื่องที่จะต่อต้านจนเป็นสงครามกลางเมือง ยิ่งมีโอกาสน้อย
อีกอย่างผมว่าดีออกนะ มันเป็นการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว แล้วน่าจะมีหน่วยงานมาวัดค่ามลพิษทางอากาศว่าการปิดกรุงเทพฯจะลดมลพิษได้มากแค่ไหน ผมว่าถ้าเทียบกับปี 54 ที่น้ำท่วม ไม่มีการเตือนล่วงหน้า ตอนนั้นก็ยังอยู่กันได้เลย
มัสยา บุญฤทธานนท์ พนักงานบริษัทย่านรัชดา
พูดถึงการชัตดาวน์กรุงเทพฯออกจะมองในแง่ลบเสียด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ หุ้น การลงทุนและการท่องเที่ยวบ้านเราอย่างมาก แต่ถ้าพูดในมุมของคนปั่นจักรยาน รถบนท้องถนนคงจะลดน้อยลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด จินตนาการว่าถนนในกรุงเทพฯคงแทบจะเป็นเหมือนเมืองร้างในหนังวิทยาศาสตร์ที่คนติดเชื้อไวรัส หรือพวกซอมบี้อะไรประมาณนั้น ทำให้คนที่คิดจะปั่นจักรยานออกจากบ้านมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุโดยรถต่างๆ น้อยลง ปั่นจักรยานในระยะทางไกลๆ ได้สะดวกและสบายใจมากขึ้น
วันชัตดาวน์กรุงเทพ บรรดานักปั่นทั้งหลายคงหายใจได้โล่งปอดกันมากขึ้น เนื่องจากมลภาวะทางอากาศที่มาจากรถประเภทต่างๆ ลดลงไปอย่างมาก
วันสรร จารุธนศักดิ์กูร วิศวกรบริษัทก่อสร้างอาคาร
ชุมนุมได้ไม่ว่ากัน ถ้าถนนโดนปิดโดยปริยายเพราะจำนวนคนเยอะเข้าใจได้ แต่ถ้าตั้งใจเคลื่อนที่เพื่อให้เกิดความเดือดร้อนเพื่อหวังผลการเมืองก็ไม่เห็นด้วย เพราะคนเดือดร้อนจริงๆ ไม่ใช่รัฐบาล แต่ก็เข้าใจว่าชุมนุมกับที่ก็ไม่มีคนของรัฐมาคุยด้วย เลยต้องทำอย่างนี้ แต่คิดว่ายังมีอีกหลายวิธีที่จะแสดงออกว่าให้ลาออก
สำหรับการทำงานก็คงปรับตัวตามสภาพ ดูข่าวว่าปิดตรงไหน ก็เลี่ยงตรงนั้น พอดีผมไม่ใช่พนักงานเงินเดือน อาจจะโชคดีหน่อย ออกสายหรืออยู่บ้านเลยได้ ซึ่งก็วางแผนกับลูกน้องไว้ล่วงหน้าแล้วว่าวันนั้นอาจจะไม่มา ใช้โทรศัพท์ อีเมล ไลน์ สื่อสารกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่กระทบทางธุรกิจ แต่ถ้าปิดนาน แล้วบริษัทลูกค้าโดนปิดนานก็คงมีผล
เรณู วิจิตรศรีวงศ์ ข้าราชการบำนาญวัย 73 ปี
จริงๆ มีกำหนดนัดแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวันที่ 13 มกราคม พอดี แต่ก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของทาง กปปส. มาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวเพื่อมุ่งสู่การปฏิรูปทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ การชัตดาวน์กรุงเทพในครั้งนี้ถึงจะทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางไปพบแพทย์ แต่ก็เลือกที่จะปรับตารางชีวิตให้สอดรับกับสถานการณ์ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของส่วนรวมที่ทุกคนควรมีส่วนในการเสียสละ ก็เลยให้ลูกสาวไปติดต่อทางโรงพยาบาลแต่เนิ่นๆ เพื่อเลื่อนวันนัดหมายแพทย์ออกไป พร้อมกับขอยามาเพิ่มให้พอดีกับช่วงเวลาที่เลื่อนออกไป
ที่จริงยายสามารถเดินทางไปพบแพทย์ได้ในวันนั้นนะ เพราะออกเดินทางจากบ้านย่านพระราม 2 ตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่เขาจะปิดกรุงเทพฯ แต่ไม่มั่นใจเวลากลับว่าจะได้รับความสะดวกหรือติดขัดหรือเปล่า เมื่อทางโรงพยาบาลจุฬาฯ ประกาศให้คนไข้ไปติดต่อขอรับยาล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 8-10 มกราคม จึงตัดสินใจให้ลูกสาวเดินทางไปติดต่อขอรับยามาใช้ไปพลางๆ ก่อน
ปารย์คริษฐา พันธุ์ศรี พนักงานบริษัทย่านสีลม
ตอนนี้ทางออฟฟิศก็มีการวางแผนแก้ปัญหาแล้ว โดยบริษัทให้หยุดและทำงานที่บ้านพักของพนักงาน ส่วนการติดต่อสื่อสารนั้นก็ใช้การโทรศัพท์ถึงกัน หรือใช้ social network เช่น Line คุยเกี่ยวกับงานได้ เพราะเดี๋ยวนี้การติดต่อสื่อสารมีความสะดวกรวดเร็ว
สำหรับการวางแผนทำงานนั้น เนื่องจากเนื้องานใช้วิธีการรับส่งอีเมลเป็นหลักจึงไม่มีปญหาการทำงานมากนัก ติดเรื่องการเดินทางนิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวเห็นว่าชัตดาวน์กรุงเทพฯได้ แต่ควรคิดถึงสังคมส่วนรวมให้มาก คิดถึงภาพลักษณ์ของประเทศให้มากกว่านี้ คนส่วนที่ออกไปชัตดาวน์ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเสียงแห่งประชาธิปไตย เพราะยังมีเสียงของคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการชัตดาวน์ ซึ่งตอนนี้ดูแล้วไม่รู้ว่ากำนันอยากจะสิ้นสุดที่ตรงไหน ยกระดับมาเรื่อยๆ จนไม่รู้แล้วว่าอยากได้อะไรกันแน่
บานเย็น แม่นปืน ผู้สื่อข่าว น.ส.พ. เดลินิวส์
การชุมนุมถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่งของกลุ่มต่างๆ ที่ต้องการสื่อสารหรือมีจุดมุ่งหมายในทางการเมืองและทุกครั้งก็ต้องยอมรับว่ากระทบกับประชาชนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่ากระทบมากกระทบน้อย แต่ตอนนี้ประชาชนรู้จักเรียนรู้และปรับตัวกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ถึงจะพอใจหรือไม่พอใจ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่ก็ยังต้องยอมรับและปรับตัว แต่ถ้าจะให้ดีหากไม่มีปัญหาก็น่าจะดีที่สุด
ส่วนการทำงานเนื่องจากเป็นผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่เป็นพื้นที่การชุมนุมทางการเมือง ก็ทำให้การเดินทางยากลำบากมากขึ้นเพราะเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและต้องผ่านจุดที่มีการชุมนุมโดยตรง เมื่อมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องวางแผนการเดินทางทุกครั้ง เพราะรถเมล์จะเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่ทราบล่วงหน้า แต่ทั้งหมดนี้ความเคยชินเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปรับตัวได้
มนัส แก้วจันต๊ะ Executive Sales Manager โรงแรมย่านสาทร
จากการให้ข่าวดังกล่าว ค่อนข้างมีผลกระทบมากทีเดียว หากวันที่ 13 ปิดถนน การเดินทางมาทำงานค่อนข้างลำบาก เนื่องจากปกติใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถประจำทางก็มีปัญหาเดียวกันคือ ห้ามวิ่งผ่านถนนทั้ง 20 สายที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งเราเองก็คงต้องเปลี่ยนวิธีการเดินทาง จากเดิมใช้รถส่วนตัว ก็ใช้รถประจำทางหรือนั่งเรือแทน และต้องปรับตัวให้กระตือรือร้นเพิ่มขึ้นอีกหน่อย เช่นออกจากบ้านเร็วขึ้น
ส่วนในเรื่องของนักท่องเที่ยวก็ต้องแจ้งว่าเป็นปัญหาใหญ่พอสมควร เนื่องจากเดินทางไปไหนก็ลำบาก ไม่ได้รับความสะดวกอย่างที่ควรจะเป็น จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังส่งผลให้มีการยกเลิกห้องพักของทางโรงแรมเกือบทั้งหมด เพราะบริษัททัวร์หรือลูกค้าไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะเกิดเหตุบานปลายหรือไม่อย่างไร หากเกิดเหตุบานปลาย จะทำให้มีการยกเลิกมากขึ้น หรืออาจจะย้ายจากกรุงเทพไปต่างจังหวัดเลยก็เป็นได้
สุทธินี ชื่นชม เจ้าหน้าประชาสัมพันธ์บริษัทเอกชน
ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการชัตดาวน์กรุงเทพครั้งนี้ แต่เนื่องจากติดภารกิจในการประกอบอาชีพซึ่งไม่สามารถลาหยุดได้จึงได้วางแผนการเดินทางในวันนั้นว่าจะออกเดินทางให้เร็วขึ้นกว่าปกติ โดยหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการตั้งเวทีใหญ่ เพราะคงมีผู้เข้าร่วมชุมนุมมากมาย ส่งผลให้การจราจรติดขัดมาก ซึ่งคาดว่าจะไปใช้รถไฟฟ้า BTS หรือโดยสารเรือ ส่วนเรื่องงานคิดว่าจะเร่งทำงานล่วงหน้าไว้ให้มากที่สุด และเตรียมเอกสารต่างๆ ติดตัวไปด้วยเผื่อเข้าที่ทำงานไม่ได้ก็หาที่ทำงานที่อื่นแทน
การชัตดาวน์กรุงเทพครั้งนี้ ในความเห็นส่วนตัวก็เห็นด้วยและอยากเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อขจัดสิ่งเลวร้ายในประเทศไทยให้สิ้นซาก แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ภาวนาไม่อยากให้คนไทยด้วยกันบาดเจ็บ ล้มตาย เพิ่มขึ้นอีก อยากให้ทุกอย่างหาข้อยุติได้อย่างดีที่สุด





