หมู่บ้านแคนแสนสนุก

หมู่บ้านแคนแสนสนุก

ใครอยากไปเที่ยวอย่างมีความสุข ต้องไปที่นี่.. จังหวัดนครพนม

ที่บอกอย่างนี้ก็เพราะจังหวัดนี้มีความพิเศษกว่าใคร ด้วยว่าถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ประชาชนมีความสุขมากที่สุดในประเทศไทย สำรวจโดยกรมสุขภาพจิตร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ

เมื่อได้มาเที่ยวเองคราวนี้ถึงได้เห็นกับตาว่าที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขจริงๆ โดยเฉพาะย่านการท่องเที่ยวบริเวณถนนเลียบแม่น้ำโขง ถนนสายนี้มีชื่อว่า 'ถนนสุนทรวิจิตร' ตลอดแนวยาวเลียบแม่น้ำนี้ถูกจัดเป็นจุดชมวิวแม่น้ำ มีสวนสาธารณะให้พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงอีกฟากของถนนก็จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟน่ารักๆ รวมถึงโรงแรมราคาย่อมเยาตั้งเรียงรายกันอยู่ตลอดสาย เรียกว่าเป็นบรรยากาศแห่งการพักผ่อนแบบเนิบช้า ที่ได้ใจนักท่องเที่ยวชาวกรุงอย่างแท้จริง

นครพนมไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศแสนสงบที่น่ารื่นรมย์เท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความสุขและความสนุกกว่านั้นเมื่อได้ไปเยือน 'หมู่บ้านแคน' หรือ บ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานแห่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ไม่ว่าใครที่มาเยือนนครพนมต่างก็ไม่พลาดที่จะมาเยี่ยมชมศิลปะบนปล้องไม้ไผ่ของศิลปินท้องถิ่นผู้มีพรสวรรค์เหล่านี้

ชาวบ้านที่นี่ยึดอาชีพทำแคน โหวด และพิณ ขายเป็นอาชีพหลัก ซึ่งก็ทำรายได้ดีพอสมควร ชาวบ้านมีกินมีใช้กันตลอดปีโดยไม่ต้องเป็นหนี้ ช่างทำแคนรุ่นเก่าคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า แคนของที่นี่ได้รับการยอมรับจากทั้งคนไทยและคนลาว วงดนตรีพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงหลายวงก็มาซื้อเครื่องดนตรีจากบ้านท่าเรือทั้งนั้น

จุดเด่นของแคนบ้านท่าเรือเห็นจะเป็นไม้ไผ่แคน ซึ่งเป็นไผ่ชนิดหนึ่งที่มีปล้องขนาดเล็ก เมื่อใช้มีดบากลงไปให้มีช่องลมแล้วเป่าจะเกิดเสียง แต่ละอันจะให้เสียงต่างกัน เวลาทำแคนช่างทำแคนจึงต้องค่อยๆ เจาะไม้ คอยเป่าแล้วเทียบเสียงโน้ตให้ได้อย่างที่ต้องการแล้วจึงประกอบจนเสร็จเป็นแคน 1 เต้า ชาวบ้านสามารถทำแคนได้ประมาณสัปดาห์ละ 4-5 เต้า โดยขายเพียงเต้าล่ะ 1,200 -1,500 บาท เท่านั้น ใครหลงใหลในเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนี้ก็สนับสนุนชาวบ้านกันได้ แม้จะเล่นไม่เป็นแต่ซื้อเพื่อเป็นกำลังใจให้ช่างท้องถิ่นชาวนครพนมก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

หรือหากใครสู้ราคาไม่ไหว ก็ยังมีอีกหนึ่งตัวเลือก ช่างทำแคนที่นี่ไม่ได้ทำแค่แคนอันใหญ่ที่สำหรับเล่นเพลงได้เท่านั้น แต่ยังมีช่างอีกกลุ่มที่ทำ 'แคนเด็ก' อันเล็กๆ สำหรับขายเป็นของที่ระลึกตามงานเทศกาลต่างๆ ของจังหวัดด้วย เวลาเป่าอาจจะไม่ไพเราะเหมือนแคนใหญ่ แต่มีเสียงเหมือนนกหวีดซึ่งก็น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน

เดินชมในหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ก็จะได้ยินเสียงทักทายและรอยยิ้มจากเจ้าบ้านส่งมาถึงคนต่างถิ่นอย่างเราสม่ำเสมอ นี่แหละที่เรียกว่าเมืองไทย'แลนด์ออฟสไมล์'ของแท้ มิตรไมตรีและความอบอุ่นแบบนี้คงหาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว นอกจากบ้านเราที่นี่ที่เดียว