ความทรงจำ...ยิ่งผ่านไปนานๆ มักจะเลือนหายไป แม้ไม่ได้หายไปในทันทีที่หลงลืม แต่ก็อาจหายไปหมดสิ้นได้ในเวลาอันรวดเร็วหากเราไม่เคยนึกถึงมัน
แต่กับบางความทรงจำอาจติดตรึงแนบแน่นอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ (อันที่จริงคือสมอง) จนไม่มีวันลบเลือนไปได้เลย เพียงต้องอาศัยบางสิ่งบางอย่างช่วยฉุดดึงความทรงจำเหล่านั้นให้กลับมาเฉิดฉายจนพองโตเต็มหัวใจเราอีกครั้ง
เหมือนกับหนังสือเล่มนี้ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า 'ตอนนั้นน่ะนะ' ของ ลูกไม้ ที่ทั้งเขียนเรื่องและวาดภาพประกอบได้สวยงามสมกับเรียนจบคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร หนังสือขนาดกระทัดรัดเล่มนี้จะพาผู้อ่านนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก สำหรับใครที่มีวัยเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้นในช่วงปี ค.ศ.1990-2000 หรือใกล้เคียง ก็ย่อมคุ้นเคยกับเรื่องที่ลูกไม้นำมาเล่า
การนำเสนออาจไม่ใช่แบบตลกโปกฮาจนกระทั่งทำให้คนอ่านหัวเราะลั่น แต่ก็จี้จุดได้ตรงใจจนบางตอนต้องตบเข่าฉาด เพราะนั่นคือสิ่งที่หลายคนเคยสัมผัสและมีความทรงจำกับสิ่งเหล่านั้น แต่ด้วยลีลาแบบนุ่มละมุน ไม่หวือหวานักเสียงตบเข่าอาจไม่ดังสนั่น ทว่าอาจมีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเปื้อนใบหน้าและเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
'ตอนนั้นน่ะนะ' จึงไม่ใช่หนังสือที่ฉูดฉาดมากมาย แต่คล้ายเป็นสมุดบันทึกสิ่งละอันพันละน้อยในชีวิตวัยเด็กของคนยุคเดียวกัน ให้ได้กลับไปนึกถึง ของใช้สุดรัก ของเล่นสุดโปรด เครื่องเขียนสุดเก๋ (สมัยนั้น) แม้กระทั่งขนมแสนอร่อยที่เพียงแค่คิดถึงก็เหมือนมีรสชาติติดอยู่ปลายลิ้นแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาเพียง 20 กว่าปี จะพัดผ่านเอาหลากหลายเรื่องราวให้กลายเป็นอดีตได้มากมายขนาดนี้ หนังสือเล่มนี้อาจพาสิ่งเหล่านั้นกลับมาเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ แต่ก็สะกิดให้หลายคนคิดถึงมันได้

