วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงคราว "ล้างพิษ ดิจิทัล"

ในภาวะที่ผู้คนในโลกกำลังสูญเสียมุมมองบางอย่างของชีวิตเพราะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและอาศัยอยู่ในโลกออนไลน์ตลอดเวลา

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา จึงเกิดคำว่า “Digital Detox" หรือ “ล้างพิษ ดิจิทัล” ซึ่งเป็นแนวทางแก้ปัญหาการเสพติดและพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป และต้องการให้คนได้หยุดพักจากโลกออนไลน์บ้าง

จากรายงานสภาวะและแนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกปี 2012 ที่จัดทำขึ้นโดย World Travel Market มีการระบุถึงเทรนด์ที่น่าจับตามองแห่งปีของโรงแรมที่เป็น “Digital Detox" หรือโรงแรมที่เน้นให้ลูกค้าได้มาพักผ่อนจริงๆ โดยไม่ต้องมีโลกดิจิทัลเข้ามาวุ่นวาย

จากตัวเลขการเติบโตของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อปขนาดพกพา ทำให้ผู้บริโภคเสพติดกับอุปกรณ์สื่อสารเหล่านั้นง่ายและมากขึ้น และนั่นจึงเป็นที่มาของการเสนอบริการวันหยุดพักผ่อนแบบ “ล้างพิษดิจิทัล” ของหลายโรงแรม

กลุ่มแรกๆ ที่รณรงค์เรื่องการปลดปล่อยหรือเป็นอิสระจากโลกดิจิทัลของนักท่องเที่ยวคือ การท่องเที่ยวของประเทศเซนต์ วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน โดยเมื่อปีที่แล้วพวกเขาคิดแคมเปญการท่องเที่ยวแบบ “Digital Detox" เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นโรคเสพติดอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ซึ่งไอเดียนี้ประสบความสำเร็จมาก

ต่อมามีโรงแรมจำนวนมาก เช่น โรงแรม Westin ในเมืองดับลิน ไอร์แลนด์ และ Lake Placid Lodge ในนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกาก็เสนอแพคเกจ “Digital Detox" เช่นกัน โรงแรมบางแห่ง เช่น Quincy ในกรุงวอชิงตันดีซี เสนอของกำนัลพิเศษ เช่น บัตรของขวัญที่ร้านหนังสือสำหรับแขกของโรงแรมที่เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในตู้เซฟระหว่างที่เข้าพัก

โปรแกรมการพักผ่อนที่ว่านี้กลายเป็นเทรนด์ไปทั่วโลก ตั้งแต่ Grand Cayman Marriott Beach Resort บนหมู่เกาะเคย์แมน Echo Valley Ranch ในแคนาดา เกาะส่วนตัวอย่าง the Palm Island ที่ดูไบ และ Monaco Chicago ในชิคาโก โรงแรมเหล่านี้ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เอื้ออำนวยสำหรับคนที่ต้องการ “ถอดปลั๊ก” เช่น วอลล์เปเปอร์ที่บล็อกสัญญาณไวไฟ หรือซอฟต์แวร์ที่บังคับให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ที่เสี่ยงต่อการเสพติด

โรงแรมในเครือแมริออทที่หมู่เกาะแคริบเบียนและเม็กซิโกนำเสนอเขตปลอดเครื่องมือสื่อสารและเทคโนโลยีหรือ "Braincation Zone" เพื่อให้สมองได้มีโอกาสพักผ่อน ไอเดียนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากผลการศึกษาภายในของโรงแรมที่พบว่าร้อยละ 85 ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยรู้สึกรำคาญคนที่คุยโทรศัพท์เสียงดังตอนกำลังเดินทาง ร้อยละ 36 เคยต้องเช็คอีเมล์และข้อความเสียงขณะนอนเล่นบนชายหาดและร้อยละ 31 ถูกล่อลวงให้โยนสมาร์ทโฟนลงไปในมหาสมุทร

ตอนนี้มีการตั้งกลุ่ม “Digital Detox" ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ “disconnect to reconnect” หรือตัดขาดจาก (อุปกรณ์) การสื่อสารเพื่อที่จะสื่อสารใหม่ (กับผู้คน) กลุ่มนี้มีการจัดค่ายฤดูร้อนหรือ “Camp Grounds” สำหรับผู้ที่อยาก “ถอดปลั๊ก” จากโลกดิจิทัล กิจกรรมตลอด 3-4 วันในค่ายแน่นอนว่าต้องปลอดจากไอโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ กิจกรรมที่ทำคือ เล่นโยคะ นั่งสมาธิ แข่งเกมหัวเราะ ใช้การเขียนแทนการโพสต์เฟซบุ๊ค ใช้การวาดภาพแทนอินสตาแกรมและใช้การพูดคุยแทนการทวีต

สิ่งพิสูจน์ถึงแนวโน้มของ “Digital Detox" ก็คือ เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คำว่า “Digital Detox" ก็ได้รับการบรรจุลงในพจนานุกรมออนไลน์ของอ๊อกฟอร์ด โดยมีคำจำกัดความหมายถึง ช่วงเวลาที่ตัวคุณ “ถอดปลั๊ก” ออกจากอุปกรณ์ดิจิทัลทั้งหลายแหล่ตั้งแต่มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ เพื่อลดภาวะความเครียดและหันกลับมามีปฎิสัมพันธ์กับคนบนโลกจริงๆ

.........................
ที่มา เว็บไซต์นิวยอร์ก ไทมส์และฮัฟฟิงตัน โพสต์